สุนัขช่วยสร้างภูมิคุ้มกันโรคหอบหืดในเด็ก

สุนัขช่วยสร้างภูมิคุ้มกันโรคหอบหืดในเด็ก

คาดว่าคงมีหลายครอบครัวที่กำลังเตรียมตัวต้อนรับสมาชิกใหม่ แล้วเกิดความกังวลว่าจะทำอย่างไรกับสัตว์เลี้ยงของตัวเองดี วันนี้เรามีตัวช่วยค่ะ

จากการศึกษาค้นคว้าโดยนักวิจัยชาวสวีเดนพบว่า ช่วงขวบปีแรกหากครอบครัวของเด็กที่มีสัตว์เลี้ยงไม่ว่าจะเป็นสุนัขหรือแมว ในช่วงเวลาก่อนที่ลูกน้อยจะอายุครบ 6 ขวบ หากเด็กได้สัมผัสกับสัตว์เลี้ยงอย่างใกล้ชิดก็จะสามารถช่วยลดอัตราความเสี่ยงของการเป็นโรคหอบหืดได้ถึง 13 เปอร์เซ็นต์ แต่ถ้าครอบครัวใดที่เด็กคลุกคลีอยู่ในฟาร์มเลยก็จะช่วยลดอัตราความเสี่ยงของเด็กได้ถึง 25 เปอร์เซ็นต์เลยค่ะ

ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ

เมื่อหัวหน้าทีมวิจัยก็ได้ออกมากล่าวว่า สัตว์เลี้ยงเป็นตัวช่วยหนึ่งที่สามารถลดอัตราความเสี่ยงของการเป็นหอบหืดในเด็กได้ จึงอยากให้ครอบครัวที่กำลังกังวลใจว่า หากลูกน้อยเกิดออกมาแล้ว จะเอาสัตว์เลี้ยงไปปล่อยหรือยกให้ใครดี ลองอ่านบทความนี้ก่อนตัดสินใจนะคะ

โทฟ ฟอล หัวหน้าทีมนักวิจัยชาวสวีเดนกล่าวว่า เค้าได้ทำการสำรวจจากจำนวนคนกว่าล้านคนตั้งแต่ปี พ.ศ. 2554 ถึง พ.ศ.2555 พบว่า ในขวบปีแรกโดยเฉพาะเด็กก่อนวัยเรียนที่ครอบครัวมีสัตว์เลี้ยงอยู่ที่บ้าน หากเด็กเล็กเหล่านั้นได้มีการสัมผัสใกล้ชิดอยู่กับสัตว์เลี้ยงของพวกเขาเองไม่ว่าจะเป็นสุนัขหรือแมว เพียงเท่านี้ก็สามารถที่จะลดความเสี่ยงและช่วยสร้างภูมิคุ้มกันได้มากเลยทีเดียวค่ะ โดยนักวิจัยเชื่อว่า "การที่เด็กเล็กได้ใช้เวลาใกล้ชิดกับสัตว์เลี้ยงของพวกเค้าได้ไวเท่าไหร่ ก็สามารถจะสร้างภูมิคุ้มกันให้พวกเค้าได้ไวเท่านั้น"

ถ้าอย่างนั้นเราหันมาเลี้ยงสุนัขกันสักตัวสองตัวกันดีกว่ามั้ยคะ

baby sleeping with puppy

เพื่อลูกๆ ของเรา หากคุณพ่อคุณแม่มีโอกาสและสามารถเลี้ยงสัตว์ไว้ที่บ้านได้ ลองหาสุนัขหรือแมวมาลองเลี้ยงสักตัวสองตัวก่อนก็ได้นะคะ เพราะนอกจากพวกเค้าจะทำให้พวกเรามีสุขภาพจิตที่ดีแล้ว ยังจะช่วยเสริมภูมิคุ้มกันให้ลูกน้อยของเราด้วย ไม่ใช่เท่านั้นการมีสัตว์เลี้ยงไว้ที่บ้านยังสามารถช่วยปลูกฝังให้เค้าเป็นเด็กที่มีจิตใจดีงาม รู้จักมีความรับผิดชอบ และอารมณ์ดีอีกด้วยค่ะ   เหมือนดั่งตัวอย่างที่เราสามารถพบได้บ่อยครั้งในต่างประเทศ ที่คุณพ่อคุณแม่ส่วนใหญ่จะปล่อยให้เด็กคลุกคลีอยู่กับสุนัขอย่างใกล้ชิด แต่ถ้าจะให้ดีที่สุดคุณพ่อคุณแม่ก็ต้องอย่าให้ลูกน้อยอยู่นอกสายตาเด็ดขาด ปลอดภัยไว้ก่อนดีที่สุดจริงมั้ยละคะ

ขอบคุณที่มา: http://www.theindusparent.com/

มีข้อสงสัยเรื่องการตั้งครรภ์ หรือมีคำถามเรื่องการเลี้ยงลูกหรือเปล่าคะ? ติดตามอ่านบทความ หรือสอบถามสิ่งที่คุณอยากรู้ผ่านแอปของเราได้เลย
ดาวน์โหลด theAsianparent แอปพลิเคชัน ทั้ง IOS และ Android ได้แล้ววันนี้!

บทความโดย

Muninth

app info
get app banner