สุดยอดนมแม่ อาหารสื่อรักแท้ของแม่สู่ลูกน้อย

แชร์บทความนี้ให้เพื่อน

คุณแม่รู้หรือยัง ว่าอาหารที่ดีที่สุดสำหรับเด็กแรกเกิดก็คือนมสดๆจากเต้าคุณแม่นี่เอง ไม่ต้องไปค้นหาให้เสียเวลา ไม่ต้องเสียเงินซื้อ ให้สารอาหารจำเป็นกับลูกสำหรับพัฒนาการด้านต่างๆได้อย่างครบถ้วน และที่สำคัญยังช่วยสร้างภูมิคุ้มกันให้ลูกน้อยมีสุภาพแข็งแรงด้วยนะ

การเลี้ยงลูกด้วยแม่ควรให้น้ำมแม่อย่างเดียวตั้งแต่ลูกแรกคลอดจนถึง 6 เดือนและยังสามารถให้นมแม่ควบคู่ไปกับอาหารอื่นได้จนถึง 1-2 ปีเลยทีเดียว ที่สำคัญไม่ต้องกังวลว่าลูกจะได้สารอาหารไม่ครบหากแม่ได้กินอาหารที่มีประโยชน์เพราะร่างกายจะดึงเอาสารอาหารที่แม่สะสมไว้ในมาสร้างน้ำนมที่มีคุณภาพไม่แตกต่างจากแม่ที่ได้กินอาหารที่มีประโยชน์

ไขข้อข้องใจในนมแม่มีอะไรบ้างนะ?

ส่วนประกอบในน้ำนมแม่แบ่งออกเป็น 3 ระยะ

  1. ระยะหัวน้ำนม จะมีสีเหลืองข้น มีปริมาณไม่มาก หลั่งออกมาช่วงแรกๆของการคลอด ความสำคัญของน้ำนมระยะนี้คือจะมีสารภูมิคุ้มกันช่วยลดโอกาสการติดเชื้อในเด็กแรกเกิดในปริมานสูงมาก อุดมไปด้วยโปรตีน ที่เป็นสารภูมิคุ้มกันคอยดักจับเชื้อโรคและสารแปลกปลอมที่เข้าสู่ร่างกาย เกลือแร่ วิตตามินโดยเฉพาะวิตามิน A E และ K เบต้าแคโรทีนสูง สารที่ช่วยการเจริญเติบโตและสารป้องปกทางอาหารอื่นๆที่ช่วยให้ระบบเซลล์สมบูรณ์เร็วขึ้น ทั้งยังมีฤทธิ์เป็นยาระบายอ่อนๆทำให้เด็กขับถ่ายขี้เทาออกมาได้สะดวกลดอาการตัวเหลือง
  2. ระยะน้ำนมปรับเปลี่ยน เป็นระยะปรับเปลี่ยนหัวน้ำนมแม่เป็นน้ำนมแม่ จะหลั่งในช่ว ง 7-10 วันจนถึง 2 สัปดาห์หลังคลอด
  3. ระยะน้ำนมแม่ น้ำนมในระยะนี้อุดมไปด้วยส่วนประกอบต่างๆที่จำเป็นต่อการเจริญเติบโตของเด็กแรกเกิดประกอบไปด้วยสารที่เกี่ยวข้องกับการปกป้องร่างกาย เช่น ภูมิคุ้มกันต่างๆอย่างเม็ดเลือดขาว แลคโตเฟอริน ไลโซไซม์ โปรเท็กทีฟ ลิปิค ซึ่งเป็นโปรตีนที่ช่วยต่อต้านเชื้อโรค และน้ำตาลโอลิโกแซคคาไรด์ มีส่วนที่เกี่ยวกับการเติบโต มีสารที่ช่วยระบบย่อยอาหาร เอนไซน์และฮอร์โมนต่างๆ โปรตีน ไขมัน คาร์โบไฮเดรต ในปริมาณที่เหมาะสมกับทารกเพื่อนำไปใช้ในการพัฒนาระบบต่างโดยเฉพาะระบบประสาทและสมอง มีนิวคลีโอไทด์ ช่วยเพิ่มการดูดซึมธาตุเหล็ก การซ่อมแซมเยื่อบุลำไส้และการเจริญเติบโตของจุลินทรีย์ในลำไส้ใหญ่และช่วยให้ร่างกายเด็กมีการตอบสนองทางภูมิคุ้มกันที่ดีหลังได้รับวัคซีนด้วย พร้อมทั้งวิตตามิน แคลเซียมและแร่ธาตุต่างๆ

 ประโยชน์ของนมแม่ที่หาตัวแทนให้ไม่ได้

  • มีสารอาหารจำเป็นครบถ้วน  ในปริมาณที่เหมาะสมต่อพัฒนาการด้านร่างกาย ระบบต่างๆของลูกได้อย่างสมบูรณ์เต็มที่ โดยเฉพาะไขมันดีที่ช่วยพัฒนาด้านสมองมีผลต่อการเรียนรู้ไดฉับไว สมองมีการเติบโตและพัฒนาได้ดีกว่าเด็กที่กินนมวัว หรือนมแม่สลับกับนมวัว น้ำนมแม่ส่วนหลังจะมีปริมาณไขมันมากกว่าส่วนหน้าถึง 5 เท่าจึงควรให้ลูกนมจนหมดเต้าในการให้นมในแต่ละครั้งเพื่อให้ลูกได้รับน้ำนมส่วนหลัง และให้ลูกดูดบ่อยเท่าที่ต้องการ
  • เสริมภูมิต้านทานโรค ลดโอกาสการเจ็บป่วยของลูกได้ ทั้งโรคท้องเสีย ปอดบวม โรคหูชั้นกลางอักเสบ โรคลำไส้อักเสบ เยื่อหุ้มสมองอักเสบ และสามารถลดการเสียชีวิตจากโรคท้องเสียในทารกได้
  • ลดความเสี่ยงการเกิดโรคภูมิแพ้ เด็กทารกอายุ 4-6 เดือนเยื้อบุลำไส้ยังไม่แข็งแรง น้ำย่อยยังพัฒนาไม่เต็มที่น้ำนมแม่มีโปรตีนขนาดเล็กจึงไม่มีปัญหากับการย่อยทั้งยังมีสารภูมิคุ้มกัน และสารต่อต้านการอักเสบต่างๆปกป้องเยื่อบุลำไส้ของลูกได้เป็นอย่างดี แต่หากเด็กได้รับโปรตีนแปลกปลอมเช่นโปรตีนในนมผสมหรืออาหารอื่นๆเด็กจะไม่อาจย่อยและไม่อาจกำจัดออกไปได้ทำให้โปรตีนหลุดลอดไปกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันของทารกก่อให้เกิดภาวะภูมิแพ้ได้ทั้งระบบทางเดินหายใจ และภูมิแพ้ผิวหนัง
  • ย่อยง่าย ไม่ทำให้ลูกเป็นโรคท้องผูก ท้องอืด  หรือท้องเสีย
  • ลูกมีพัฒนาการด้านอารมณ์ที่ดี เพราะทุกครั้งที่กินนมแม่จะได้รับการสัมผัสที่อ่อนโยนนุ่มนวล ได้เล่นกับแม่ ได้ฟังแม่พูดคุย ได้รับรู้ความรักจากแม่ทำให้เด็กมีพัฒนาการทางด้านอารมณ์ที่ดีเหมาะกับการเรียนรู้ที่จะปรับตัวให้อยู่ในโลกใหม่ที่ไม่ใช่แค่ในท้องแม่ได้ดีขึ้น

ประโยชน์ต่อสุขภาพแม่

  1. ป้องกันภาวะตกเลือดหลังคลอด ช่วยให้มดลูกเข้าอู่เร็ว
  2. ช่วยในการคุ้มกำเนิดโดยเฉพาะช่วง 6 เดือนหลังคลอด เนื่องจากการให้นมลูกเป็นการกดการทำงานของรังไข่ แม่ที่ให้นมลูกอย่างถูกต้องสม่ำเสมอมีโอกาสตั้งท้องหลังคลอดน้อยกว่า 2 %แต่หลังจาก 6 เดือนแล้วควรใช้การคุมกำเนิดแบบอื่นร่วมด้วย
  3. ช่วยลดน้ำหนักเพราะร่างกายจะดึงไขมันที่สะสมไว้มาผลิตเป็นสารอาหารในน้ำนมให้ลูก
  4. หากให้นมลูกนานเกิน 12 เดือนขึ้นไปจะช่วยลดความเสี่ยงต่อโรคหัวใจขาดเลือด ความดันโลหิตสูงและไขมันในเลือดสูง
  5. ลดความเสี่ยงการเป็นโรคเบาหวานชนิดที่ 2
  6. ลดความเสี่ยงการเกิดโรคมะเร็งต่างๆเช่นรังไข่เยื่อบุผิวหากให้นมลูกนานเกิน 18 เดือน มะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูกและมะเร็งเต้านม

เลี้ยงลูกด้วยนมแม่มีประโยชน์มหาศาลขนาดนี้คุณแม่มือใหม่จะลังเลอะไร ก็ให้ลูกกินนมกันยาวๆไปเพื่อสุขภาพที่ดีของลูกและตัวคุณแม่เอง ดูดนมแม่วนไปค่ะ

แหล่งข้อมูล

https://dlibrary.thaibreastfeeding.org/

http://www.thaihealth.or.th/

 

การดูแลเด็กแรกเกิด ทารก พัฒนาการของเด็กแรกเกิด สุขภาพของทารก แม่ โภชนาการของทารก โภชนาการของเด็กแรกเกิด