สีประจําเดือน บอกสุขภาพ เมนส์สีดําผิดปกติไหม ร่างกายป่วยอยู่หรือเปล่า

เคยสังเกตสีประจำเดือน ลักษณะของเลือด และกลิ่น กันบ้างไหม รู้ไหมว่าสีประจําเดือนนั้นบอกสุขภาพได้ด้วยนะ

สีประจําเดือน บอกสุขภาพ

รู้หรือไม่! สีประจําเดือน บอกสุขภาพ ผู้หญิงอย่างเราต้องหัดสังเกต

ในทุก ๆ เดือน ผู้หญิงอย่างเราจะมีเมนส์ หรือประจำเดือน เฉลี่ยเดือนละ 1 ครั้ง รอบเดือนละประมาณ 26-30 วัน ประจำเดือน (Menstruation) รอบเดือน ระดู หรือเมนส์ ใช้เรียกเลือดที่หลุดลอกของเยื่อบุโพรงมดลูก ภายใต้การควบคุมของฮอร์โมน 2 ชนิด Estrogen และ Progesterone ระดับฮอร์โมนจะสัมพันธ์กับการตกไข่ของรังไข่ การมีประจำเดือนเป็นสิ่งบ่งบอกการทำงานของระบบสืบพันธุ์ โดยที่เราต้องหัดสังเกต สี กลิ่น และลักษณะ ของประจำเดือนด้วย

 

สีประจำเดือนซีดจาง

  • ประจำเดือนมาน้อย แต่มีหลายวัน หรือประจำเดือนมามากและสีซีด
  • มักมีอาการปวดท้องร่วมด้วย
  • อาการอื่น ๆ เช่น ขี้หนาว ไม่อยากอาหาร ท้องอืด
  • สาเหตุมาจาก พักผ่อนไม่เพียงพอ เครียด ทำงานหนัก
  • การนอนดึกส่งผลทำให้ตับอ่อนแอ ทำให้ประจำเดือนไม่มาตามปกติ เพราะตับทำหน้าที่ส่งเลือดไปตามอวัยวะ ๆ

 

สีประจำเดือนสีเข้ม

  • ประจำเดือนมามาก สีสด จนร่างกายอ่อนเพลียขาดเลือด
  • บางรายประจำเดือนมาน้อย
  • หากมีเลือดออกมากเกินกว่า 5 วัน และมีอาการปวดท้องร่วมด้วย ควรปรึกษาแพทย์
  • สาเหตุอาจเกิดจากอุ้งเชิงกรานอักเสบ มีซีสต์ พังผืด หรือเนื้องอกในรังไข่ได้

 

สีประจำเดือนสีดำ สีคล้ำ หรือเมนส์สีดํา

  • เลือดประจำเดือนไหลออกมาแล้วไปติดค้างอยู่ที่บริเวณช่องคลอดนานเกินไป และลอกหลุดออกมาจากเยื่อบุมดลูกที่ไม่ได้รับการปฏิสนธิ
  • เมื่อไหลหลุดออกมาจึงทำให้เลือดสีแดงที่ค้างไว้นานเปลี่ยนเป็นประจำเดือนสีดำขึ้น
    มักเกิดในช่วงที่ประจำเดือนมาใหม่ๆ หรือใกล้จะหมด เป็นอาการปกติ ไม่ส่งผลต่อสุขภาพ

 

อ่าน ประจำเดือนแบบไหนปกติ แบบไหนอันตราย ในหน้าถัดไป

ประจำเดือนแบบไหนปกติ แบบไหนอันตราย

ลิ่มเลือดมากับประจำเดือนปกติไหม

ถ้ามีลิ่มเลือดออกมาปะปนกับเลือดประจำเดือน นั่นไม่ใช่เรื่องผิดปกติ แต่ถ้ารู้สึกว่า ลิ่มเลือดออกมามากหรือมีขนาดใหญ่ ก็ควรไปพบแพทย์เพื่อตรวจอย่างละเอียด เพราะนั่นอาจเป็นสัญญาณของเนื้องอก หรือการเปลี่ยนแปลงฮอร์โมน

 

กลิ่นที่มาพร้อมประจำเดือน

สัญญาณเตือนอันตราย เมื่อกลิ่นแรง รู้สึกคัน แสบในช่องคลอด ร่วมกับมีตกขาว แสดงว่า ติดเชื้อไวรัส เชื้อแบคทีเรีย เชื้อรา พยาธิในช่องคลอด หรือติดเชื้อในมดลูก มีอุ้งเชิงกรานอักเสบ

 

ระยะเวลาการมีประจำเดือน

  • ประจำเดือนมาเกิน 7 วัน ช่วงหลังคลอดใหม่ ๆ หรือหลังใส่ห่วงคุมกำเนิด ถือเป็นเรื่องปกติ
  • ประจำเดือนขาด ๆ หาย ๆ มาก็มามาก ไม่พบอาการผิดปกติ ไม่ได้ตั้งครรภ์ สาเหตุอาจมาจากอ้วนเกินไป เครียด หรือออกกำลังกายอย่างหนัก

 

อาการปวดประจำเดือนบอกอะไร

  • ปวดประจำเดือน ปวดเกร็งเมื่อร่างกายปล่อยฮอร์โมน ซึ่งฮอร์โมนโพรสตาแกลนดินจะทำให้มดลูกเกร็งตัว ซึ่งจะเป็นแค่สองสามวันแล้วหายไป ถือว่าปกติ
  • ปวดประจำเดือนหลายวัน ปวดรุนแรงมาก เสี่ยงเป็นเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่
  • ปวดประจำเดือนมาก โดยเฉพาะวันหลัง ๆ ก่อนหมดประจำเดือน ควรไปตรวจโรคเยื่อบุมดลูกเจริญผิดที่ หรือถุงช็อกโกแลตซีสต์

 

ประจำเดือนมามาก มาน้อย ไม่สม่ำเสมอ

  • ประจำเดือนมาไม่สม่ำเสมอ หากปวดศีรษะเรื้อรัง ตามืดมัว มีหนวดและขนขึ้นผิดธรรมชาติ น้ำนมออกผิดปกติ ควรพบแพทย์ เพื่อตรวจหาเนื้องอกของรังไข่ หรือตรวจหาความผิดปกติของต่อมหมวกไตหรือต่อมใต้สมอง
  • ประจำเดือนมาน้อย มีอาการอ่อนเพลีย เต้านมแฟบ ขนรักแร้และขนที่อวัยวะเพศร่วง อาจจะเคยตกเลือดอย่างรุนแรง หรือเป็นลมขณะคลอดบุตร ควรพบแพทย์ตรวจหาโรคซีแฮน หรือโรคที่ต่อมใต้สมองขาดเลือด
  • ประจำเดือนมามากจนมีอาการซีด ถ้าเลือดมีกลิ่นเหม็น ปวดบริเวณท้องน้อย ต้องระวังเรื่องปีกมดลูกอักเสบ

 

แยกความต่าง เลือดล้างหน้าเด็ก กับ ประจำเดือน

ประจำเดือน แต่ละครั้งจะมีนาน 3–5 วัน ช่วงก่อนมีประจำเดือน จะมีการเปลี่ยนแปลงทั้งทางร่างกายและอารมณ์ เช่น คัดตึงเต้านม ปวดศีรษะ หงุดหงิด ฉุนเฉียว โมโหง่าย และเมื่อประจำเดือนมา ก็อาจมีอาการปวดท้อง ปวดหลัง ท้องป่องเหมือนมีพุง

เลือดล้างหน้าเด็ก เกิดจากการฝังตัวของตัวอ่อนเข้ากับเยื่อบุโพรงมดลูก โดยเมื่อไข่ผสมกับอสุจิที่ปลายท่อนำไข่แล้ว ตัวอ่อนจะใช้เวลาประมาณ 7-8 วัน เดินทางผ่านท่อนำไข่มาฝังตัวในโพรงมดลูก บางครั้งการฝังตัวของตัวอ่อนอาจทำให้หลอดเลือดเล็กๆ ในโพรงมดลูกแตก

สำหรับเลือดล้างหน้าเด็ก จะมีสีจางกว่าประจำเดือน และออกมาไม่มากแค่พอเปื้อนกางเกงใน โดยไม่มีอาการปวดท้อง หรืออารมณ์หงุดหงิด และเลือดล้างหน้าเด็ก จะออกมาประมาณ 1 สัปดาห์ก่อนครบกำหนดมีประจำเดือนรอบถัดไป และจะหายไปเองภายใน 2-3 วัน

 

ลองสังเกตร่างกายของตัวเองให้ดี ไม่ว่าจะเป็นสีประจำเดือน ลักษณะประจำเดือน กลิ่น หรือระยะเวลาที่มีประจำเดือน สิ่งเหล่านี้บอกสุขภาพของตัวเราได้ ถ้ารู้สึกว่ามีอาการผิดปกติ ก็อย่าละเลย รีบไปปรึกษาคุณหมอเพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงจะดีกว่า

 

ที่มา :

http://women.sanook.com

http://sator4u.com

http://www.tmwa.or.th

บทความอื่น ๆ ที่น่าสนใจ

เช็กด่วน! 8 สาเหตุ ประจำเดือนไม่มา อย่าชะล่าใจ

6 เคล็ดลับดูแลสุขภาพและฟื้นฟูร่างกายของแม่หลังคลอด

ดูแลมดลูกให้แข็งแรงสำหรับคนมีลูกยาก