สิ่งที่ต้องทำหลังคลอดใน 90 วันแรก แม่หลังคลอดควรทำอะไรบ้าง

สิ่งที่ต้องทำหลังคลอดใน 90 วันแรก แม่หลังคลอดควรทำอะไรบ้าง

สิ่งที่ต้องทำหลังคลอดใน 90 วันแรก แม่ๆ รู้ไหมว่าช่วงที่เราลาคลอด 90 วัน มีประโยชน์อย่างไร ทำไมถึงควรลาคลอด 90 วัน เรื่องหลังคลอดที่คุณแม่ควรรู้

สิ่งที่ต้องทำหลังคลอดใน 90 วันแรก

สิ่งที่ต้องทำหลังคลอดใน 90 วันแรก ทำไมถึงให้มีการลาคลอดได้ 90 วัน คุณแม่รู้ไหมว่าทำไมถึงให้มีการลาคลอดเพื่อพักฟื้นร่างกายถึง 90 วัน ประโยชน์ของการลาคลอดช่วงนี้ที่คุณแม่ต้องเก็บเกี่ยวให้มากที่สุด เป็นเพราะอะไรกันน่ะ เรามาดูเหตุผลกันค่ะ

1.ปรับตัวให้เข้ากับลูก

ในช่วง 3 เดือนแรกที่ลูกเกิด คุณแม่ควรเลี้ยงลูกด้วยตนเอง เพื่อที่จะได้สร้างความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างแม่และลูก เพราะว่าในช่วง 3 เดือนแรกนั้น ลูกน้อยจะตื่นทุก ๆ 2-3 ชั่วโมง คนเป็นแม่จึงต้องมีเวลาที่จะดูแลลูกมาก ๆ และต้องปรับตัวให้เข้ากับลูก เพื่อที่จะได้เรียนรู้และทำความเข้าใจเกี่ยวกับตัวลูกน้อย และวางแผนการเลี้ยงดูลูกได้หลังจากนี้ ซึ่งกว่าคุณแม่จะได้นอนหลับฟักผ่อนก็หลังจาก 3 เดือนไปแล้ว เนื่องจากว่าทารกเริ่มนอนยาวขึ้นนั่นเองค่ะ

2.เพื่อพักฟื้นร่างกายหลังคลอด

สำหรับกรณีคุณแม่คลอดธรรมชาติ จำเป็นต้องพักฟื้นร่างกายประมาณ 2 สัปดาห์ ส่วนคุณแม่ที่ผ่าคลอด ต้องใช้เวลาพักฟื้นประมาณ 6-8 สัปดาห์ ถึงแม้ว่าจะคลอดลูกแล้วแต่ว่าฮอร์โมนยังมีการเปลี่ยนแปลง ทำให้ในช่วงนี้คุณแม่ยังมีความแปรปรวนทางอารมณ์ ซึ่งกว่าที่ร่างกายจะกลับเข้าสู่ภาวะปกติหรือคืนสู่สภาวะเดิมต้องใช้เวลามากกว่า 3 เดือน และในช่วง 3 เดือนแรกนี้ แนะนำให้คุณแม่ไม่ควรทำกิจกรรมที่หนักมากเกินไป เช่น ขึ้นลงบันไดหลายครั้งต่อวัน ยกของหนัก หรือแม้แต่ขับรถ เป็นต้น

3.ให้นมลูกได้อย่างเต็มที่

ทารกควรได้รับนมแม่อย่างต่อเนื่องตั้งแต่แรกเกิด – 6 เดือน เพื่อเสริมสร้างภูมิคุ้มกันที่แข็งแรงและได้รับสารอาหารที่เหมาะสมสำหรับทารก หากคุณแม่ลาคลอดในช่วง 3 เดือนแรก จะทำให้คุณแม่ให้นมให้ลูกน้อยได้อย่างสะดวกและการได้รับนมจากเต้านั้น เป็นการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างแม่กับลูกด้วยค่ะ

สำหรับคุณแม่ที่ต้องไปทำงานอาจจะปั๊มนมไมสะดวก เพราะต้องใช้เวลาในการปั๊มนมให้เกลี้ยงเต้าประมาณ 30 นาที ต่อการปั๊ม 1 ครั้ง และต้องปั๊มทุกๆ 3 ชั่วโมง ซึ่งอาจไม่สะดวกและทำให้ปริมาณน้ำนมของคุณแม่ลดน้อยลงหลังจากกลับมาทำงานค่ะ

สิ่งที่ต้องทำหลังคลอดใน 90 วันแรก

สิ่งที่ต้องทำหลังคลอดใน 90 วันแรก

ให้นมจากเต้าดีอย่างไร

นมจากเต้าจะมีสารอาหารที่จำเป็นสำหรับทากรกในช่วง 6 เดือนแรก เพราะสามารถป้อกันทารกจากหวัด โรคทางเดินอาหาร โรคติดเชื้ออื่นๆ และโรคภูมิแพ้ แถมยังทำให้ทารกรู้สึกปลอดภัย มั่นคง ได้รับรู้ความรู้สึกและความอบอุ่นจากแม่ ซึ่งจะมีผลดีในการช่วยกระตุ้นพัฒนาการทางสมองด้วย ทั้งยังลดโอกาสในการเป็นนโรคอ้วน โรคเบาหวาน และโรคไหลตายในทารกด้วย

ในส่วนของคุณแม่จะช่วยลดความเสี่ยงของภาวะการตกเลือดหลังคลอดบุตร และยังช่วยป้องกันโรคโลหิตจางด้วย ลดความเสี่ยงในการเกิดมะเร็งเต้านม มะเร็งรังไข่ โรคกระดูกพรุน โรคเบาหวาน และโรคหัวใจ ช่วยลดน้ำหนักที่เพิ่มขึ้นมาในระหว่างการตั้งครรภ์ได้ด้วย จึงช่วยให้รูปร่างของคุณแม่เข้าสู่ภาวะปกติโดยเร็วขึ้น

อาการที่แสดงว่าลูกต้องการกินนม
  • กลอกตาไปมาเร็วๆ
  • ดิ้นไปดิ้นมาขณะนอน เอามือถูหน้าไปมา
  • ส่งเสียงร้องอ้อแอ้
  • พลิกศีรษะไปมา
  • เลียริมฝีปาก แลบลิ้นไปมา หรือเริ่มที่จะดูดมือ
  • ร้องไห้ งอแง
วิธีบีบน้ำนมแม่ด้วยมือ
  • ล้างมือคุณแม่ให้สะอาด
  • ประคบอุ่นบริเวณเต้านมประมาณ 3-5 นาที จากนั้นนวดเต้าเบาๆ เพื่อกระตุ้นให้น้ำนมได้ไหลเวียน
  • วางนิ้วโป้ และนิ้วอื่นๆ ห่างจากหัวนมประมาณ 2-3 เซนติเมตร แต่ให้อยู่ในแนวเดียวกันกับหัวนมให้วางนิ้วที่ตำแหน่ง 12 นาฬิกา และ 6 นาฬิกา ดังรูป

สิ่งที่ต้องทำหลังคลอดใน 90 วันแรก

  • ออกแรงกดนิ้วลงไปยังหน้าอก หากเต้านมของคุณแม่ใหญ่ให้ดึงเต้านมขึ้นออกก่อนแล้วค่อยกดลงไปยังหน้าอก
  • หมุนนิ้วโป้งและนิ้วอื่นๆ ไปในทิศทางเดียวกัน พยายามดันให้นมออกมาแทนที่จะบีบออก ทำต่อเนื่องเป็นจังหวะ
  • หมุนมือของคุณไปยังรอบๆ เต้านม เพื่อทำให้ตำแหน่งอื่นๆ นิ่มลงด้วย วางไว้ที่ 12 นาฬิกา และ 6 นาฬิกา หลังจากนั้นเปลี่ยนไปเป็น 2 นาฬิกา และ 8 นาฬิกา ตามด้วย 10 นาฬิกา และ 4 นาฬิกา

ซึ่งคุณแม่ควรบีบน้ำหนมหรือปั๊มนมออกอย่างน้อย 8-10 ครั้งใน 1 วัน หากลูกน้อยได้ไม่กินนมจากเต้าแล้ว

ที่มา: คณะแพทย์ศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ:

น้ำหนักและส่วนสูงตามเกณฑ์ของเด็ก วัยแรกเกิด – 5 ปี พ่อแม่เช็คเลย!!

คู่มือดูแลตัวเองหลังคลอด สำหรับคุณแม่มือใหม่ มีเรื่องอะไรบ้างที่คุณแม่ต้องรู้!

ร้องไห้หลังคลอด อารมณ์คุณแม่หลังคลอด นอนไม่หลับ หงุดหงิดง่าย เป็นซึมเศร้าหลังคลอด หรือไม่

มีข้อสงสัยเรื่องการตั้งครรภ์ หรือมีคำถามเรื่องการเลี้ยงลูกหรือเปล่าคะ? ติดตามอ่านบทความ หรือสอบถามสิ่งที่คุณอยากรู้ผ่านแอปของเราได้เลย ดาวน์โหลด theAsianparent แอปพลิเคชัน ทั้ง IOS และ Android ได้แล้ววันนี้!

บทความโดย

Khunsiri

app info
get app banner