สาเหตุ คนท้องเสียชีวิต ภาวะน้ำคร่ำอุดตันเส้นเลือดที่ปอด Amniotic Fluid Embolism

น้ำคร่ำเข้ากระแสเลือด Embolism สาเหตุที่แม่ท้องต้องเสียชีวิต เรื่องที่ไม่มีใครอยากให้เกิด

สาเหตุ คนท้องเสียชีวิต

สาเหตุ คนท้องเสียชีวิต น้ำคร่ำเข้ากระแสเลือด โรค Embolism ภาวะน้ำคร่ำอุดตันเส้นเลือดที่ปอด คืออะไร

ภาวะน้ำคร่ำอุดตันเส้นเลือดที่ปอด คร่าชีวิตแม่ท้อง

จากกรณีคนท้องวัย 22 ปี ต้องเสียชีวิต หลังผ่าตัดทำคลอด โดยแม่ของผู้เสียชีวิตวัย 56 ปี ได้มาร้องเรียนให้โรงพยาบาลรับผิดชอบ ซึ่งได้เล่าว่า ลูกสาวฝากครรภ์แบบพิเศษที่คลินิก และครบกำหนดคลอดไปเมื่อ 23 กุมภาพันธ์ โดยทีมแพทย์ได้ตรวจลูกในท้อง พบว่า ทารกในครรภ์ไม่กลับหัว ต้องผ่าตัดทำคลอด ด้วยการใช้วิธีบล็อคหลัง จากนั้นครอบครัวได้รับแจ้งจากพยาบาลว่า ลูกสาวหัวใจหยุดเต้น แต่ปั๊มหัวใจฟื้นคืนมาแล้ว แต่หลังจากผ่าตัดลูกสาวอาการไม่ดีขึ้น ต้องเข้าห้องไอซียู เย็นวันเดียวกันได้ถูกส่งตัวไปทำการรักษาอีกโรงพยาบาล มีการพักรักษาตัว จนถึงวันที่ 8 มีนาคม ลูกสาวก็เสียชีวิต

แม่ของผู้เสียชีวิต ยังเล่าเพิ่มเติมว่า แพทย์อีกโรงพยาบาลหนึ่ง ได้นำลูกสาวไปเอกซเรย์ ตรวจอย่างละเอียด พบว่า ลูกสาวเกิดอาการติดเชื้อในปอด เพราะน้ำคร่ำแตก ไหลเข้ากระแสเลือด เข้าสู่ปอด จนปอดติดเชื้อ ใบรับรองแพทย์ ระบุสาเหตุการเสียชีวิตว่า เกิดจากภาวะน้ำคร่ำอุดตันเส้นเลือดที่ปอด

ผู้อำนวยการโรงพยาบาลชี้แจงสาเหตุที่คนท้องเสียชีวิต

กรณีดังกล่าวเกิดขึ้นในขณะที่ทางแพทย์ทำการผ่าตัด เพื่อทำคลอด โดยขณะนั้นมารดาเกิดมีอาการถุงน้ำคร่ำเข้ากระแสเลือด หรือทางการแพทย์เรียกว่าโรค เอ็มโบริซึ่ม (embolism) ซึ่งโรคนี้มีโอกาสน้อยที่จะเกิดขึ้นกับมารดาระหว่างคลอด แต่เมื่อเกิดขึ้นก็ยากที่จะรอดชีวิต

ทางแพทย์เมื่อทราบว่าเกิดอาการถุงน้ำคร่ำเข้ากระแสเลือด ได้แก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น และเร่งช่วยชีวิตเด็กในครรภ์ จนสามารถช่วยเหลือเด็กเอาไว้ได้ ต่อมาแม่ของเด็กมีอาการเข้าขั้นวิกฤติ เกิดจากโรคเอ็มโบริซึ่ม หรือถุงน้ำคร่ำเข้ากระแสเลือด จึงได้ระดมทีมแพทย์เข้าให้การช่วยเหลืออย่างเต็มที่ และส่งต่อเข้าห้องไอซียู พร้อมรักษาจนสามารถอยู่ในสถานะที่สามารถส่งต่อได้ในช่วงเย็นของวันเดียวกัน

โรคเอ็มโบริซึ่มที่เกิดขึ้นกับผู้ป่วยรายนี้ แพทย์ได้เอกซเรย์และซีทีสแกนจนมั่นใจว่าเป็นโรคเอ็มโบรึซึ่มอย่างชัดเจน จึงส่งต่อผู้ป่วยเข้ารับการรักษาอีกที่ และทำการพักรักษาจนตัวผู้ป่วยเองไม่สามารถต้านทานโรคนี้ได้และเสียชีวิตลง

"ยืนยันว่าได้ช่วยเหลือผู้ป่วยอย่างเต็มที่และมีแนวโน้มดีขึ้นในขณะนั้น แต่เป็นเหตุสุดวิสัยทางการแพทย์ด้วยตัวของโรคเอ็มโบริซึ่มที่หากผู้ป่วยรายใดเป็นก็มีโอกาสรอดชีวิตได้ยาก ยืนยันอีกครั้งว่าได้ทำถูกต้องตามกระบวนการแพทย์ภายใต้กฎหมายรองรับทุกอย่าง สำหรับการเยียวยานั้น ผู้ป่วยรายนี้มีบัตรประกันสุขภาพแห่งชาติ การเยียวยาจะเป็นไปตามระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ขณะนี้อยู่ระหว่างการดำเนินการอาจจะต้องใช้เวลาสักระยะ เรื่องราวที่เกิดขึ้นไม่ใช่ความบกพร่องของเจ้าหน้าที่ แต่เกิดจากโรคเอ็มโบริซึ่ม หรือถุงน้ำคร่ำเข้ากระแสเลือด ที่มักจะเกิดขึ้นในผู้ป่วยที่ทำการคลอดทั้งแบบธรรมชาติและการผ่าคลอด"

ที่มา : https://www.khaosod.co.th

ทางทีมงานดิเอเชี่ยนพาเร้นท์ ขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวผู้เสียชีวิตด้วยนะคะ

 

น้ำคร่ำหลุดเข้าไปในกระแสเลือด

ศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพ ได้อธิบายถึงน้ำคร่ำหลุดเข้าไปในกระแสเลือด ว่า มารดาที่เสียชีวิตจากการคลอด เนื่องจากน้ำคร่ำหลุดเข้าไปในกระแสเลือด และก่อให้เกิดการอุดตันในปอด เรียกว่า Amniotic Fluid Embolism (AFE)

  • พบได้ 1 ต่อ 8,000-30,000 ของการตั้งครรภ์
  • โรคนี้จะมีอัตราการตายสูงมากถึงร้อยละ 80-90 โดยครึ่งหนึ่งเสียชีวิตภายในชั่วโมงแรกที่เกิดอาการ
  • ผู้ที่รอดชีวิตมักเกิดภาวะแทรกซ้อนทางระบบประสาทที่รุนแรง

ข้อมูลจากการศึกษา เชื่อว่ากลไกการเกิดโรคนี้คล้ายคลึงกับปฏิกิริยาแพ้ขั้นรุนแรง ที่เรียกว่า อะนาฟิแล็กซิส โดยพบว่า อาการที่เกิดขึ้นเนื่องมาจากการแตกตัวของเซลล์ชนิด mast cell ทำให้เกิดการหลั่งสารฮิสตามีนและทริปเทสออกมาในปริมาณมาก สารดังกล่าวกระตุ้นระบบคอมพลิเม้นท์ในร่างกายภายในเวลาอันรวดเร็ว

สาเหตุการเกิดโรค น้ำคร่ำหลุดเข้าไปในกระแสเลือด

เนื่องจากเซลล์ของทารกและเซลล์ต่างๆ ในน้ำคร่ำหลุดเข้าสู่ระบบไหลเวียนโลหิตของมารดา เซลล์เหล่านั้นเป็นแอนติเจนที่แรงที่ร่างกายมารดาไม่เคยรับรู้มาก่อน จึงทำให้ร่างกายมารดาเกิดปฏิกิริยาตอบสนองอย่างรุนแรง ปฏิกิริยาตอบสนองแบ่งได้เป็นสองระยะ

  • ระยะแรก หลอดเลือดปอดจะหดตัวอย่างรุนแรง ทำให้เกิดภาวะแรงดันในปอดสูงผิดปกติ และส่งผลให้แรงคันในห้องหัวใจห้องล่างขวาเพิ่มขึ้นจนถึงขั้นวิกฤต ร่างกายของมารดาตกอยู่ในภาวะขาดออกซิเจน ภาวะขาดออกซิเจนจะทวีความรุนแรงขึ้นอย่างรวดเร็ว ทำให้เซลล์กล้ามเนื้อหัวใจตาย หัวใจล้มเหลว เกิดกลุ่มอาการที่ทำให้ผู้ป่วยเสียชีวิตอย่างเฉียบพลัน ในรายที่รอดชีวิตจากระยะแรก จะเข้าสู่ระยะที่สอง
  • ระยะที่สอง ปฏิกิริยาตอบสนองก่อให้เกิดปัญหาเลือดออกทั่วร่างกายอย่างรุนแรง ซึ่งจะรุนแรงมากจนอาจเป็นสาเหตุให้เสียชีวิตได้เช่นกันในเวลาต่อมา

อาการของโรค น้ำคร่ำหลุดเข้าไปในกระแสเลือด

AFE : เกิดขึ้นโดยผู้ป่วยเกิดอาการหอบเหนื่อยและความดันโลหิตลดต่ำลงอย่างกระทันหัน อาการรุนแรงขึ้นอย่างรวดเร็วจนต้องเข้าห้องไอซียู บางรายพบอาการชักร่วมด้วย และอาจมีปัญหาเลือดออกทั่วร่างกาย ส่วนใหญ่จะเสียชีวิตภายในหนึ่งชั่วโมงหลังเกิดอาการครั้งแรก

 

ที่มา : http://www.bangkokhealth.com

บทความอื่น ๆ ที่น่าสนใจ

ทารกคลอดก่อนกำหนด เสี่ยงเสียชีวิตตั้งแต่เด็ก ต้องป้องกันตอนตั้งครรภ์ ก่อนลูกเข้าตู้อบ!

ไม่อยากให้ลูกพิการ ตั้งแต่ยังไม่คลอด แม่ท้องต้องเลี่ยง 5 เรื่องนี้

สิ่งที่แม่ท้องต้องทำ ไม่ให้ลูกพิการหรือตายในท้อง