"ให้ลูกดูดเต้าเท่าไหร่ถึงพอ บ่อยแค่ไหน นานเท่าไหร่" กับอีกสารพัดเรื่องเกี่ยวกับ "นมแม่"

ถึงแม้การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ จะเป็นสัญชาตญานธรรมชาติที่ให้แม่ทุกคนมีโอกาสให้ลูกกินนมแม่จากเต้า และทารกก็จะมีสัญชาตญาณในการค้นหาเต้านมของแม่และจะเริ่มดูดนมจากอกแม่ทันที แต่บทเริ่มต้นของการเป็น คุณแม่มือใหม่ ยังคงมีคำถามอีกหลายเรื่องที่ยังไม่รู้เกี่ยวกับ “นมแม่”

ทารกแรกเกิดควรให้นมอื่นได้ไหมนอกจากนมแม่ ให้ลูกดูดเต้าเท่าไหร่ถึงพอ บ่อยแค่ไหน นานเท่าไหร่ การเป็นคุณแม่มือใหม่ ทำให้พวกคุณต้องหาคำตอบใน เรื่องเกี่ยวกับนมแม่ ให้มากที่สุดเพื่อให้ลูกได้รับสิ่งที่ดีและมีประโยชน์สูงสุด

6 เรื่องเกี่ยวกับนมแม่ ที่ควรรู้ก่อนลูกเกิด

เรื่องเกี่ยวกับนมแม่

#นมชนิดใดเหมาะสมที่สุดสำหรับทารกแรกเกิด

“นมแม่” เป็นสิ่งที่คุณแม่หลายคนรู้ดีว่าคืออาหารที่วิเศษที่สุดสำหรับลูกน้อย เพราะมีสารอาหารที่จำเป็นครบถ้วน และเหมาะสมกับความต้องการของทารก รวมถึงเป็นวัคซีนหยดแรกที่จะสร้างภูมิคุ้มกันให้ลูกน้อย เพราะในน้ำนมแรกที่เรียกว่า น้ำนมเหลืองหรือคอลอสตรัมนั้นอุดมไปด้วยแอนติบอดี้และสารอาหาร นอกจากนี้ในนมแม่ยังมีเซลล์และสารเพิ่มภูมิต้านทานอีกหลายชนิดที่ช่วยป้องกันโรคติดเชื้อให้แก่ทารก ช่วยให้ลูกแข็งแรงทั้งร่างกาย มีพัฒนาการที่ดี ส่งผลต่อความฉลาด สำหรับทารกที่ได้รับนมแม่ยาวนานกว่า 6 เดือน

Read : หลายวิจัยชี้ ลูกกิน “นมแม่” นาน ส่งผลฉลาด เพิ่มค่าไอคิวสูง!!

#ควรให้ลูกได้เริ่มกินนมแม่ตั้งแต่เมื่อไหร่ วันหนึ่งให้บ่อยแค่ไหน และควรกินนานเท่าไหร่

การให้ลูกดูดนมจากอกแม่เร็วที่สุดเป็นคำตอบที่ดีที่สุด ทารกควรได้รับนมแม่ได้ตั้งแต่แรกเกิดในห้องคลอด หรือหากคุณแม่ทำการผ่าตัดคลอด ก็สามารถให้นมลูกเร็วที่สุดได้ถ้าแม่สามารถอุ้มทารกไว้แนบอกได้ เพราะทันที่อุ้มลูกน้อยเข้าเต้า สัญชาตญาณของทารกจะค้นหาเต้านมของแม่และจะเริ่มดูดนมจากอกแม่ทันที ซึ่งนมแม่ในช่วงวันแรก ๆ นั้นยังมีปริมาณไม่มาก ควรสลับให้ทารกได้ดูดนมแม่ทั้ง 2 เต้าบ่อย ๆ ในทุก 1-3 ชั่วโมง แต่คุณแม่ไม่ต้องกังวลว่านมจะไม่เพียงพอต่อความต้องการของลูก เพราะในเด็กแรกเกิดนั้น ขนาดกระเพาะอาหารของเขาเล็กเท่าผลองุ่น และจุได้ 5-7 มิลลิลิตร ซึ่งทารกต้องการนมแม่เพียงเล็กน้อยในแต่ละครั้งเท่านั้น

ดังนั้นการให้ทารกได้ดูดนมแม่บ่อย ๆ ร่างกายคุณแม่จะสร้างกลไกการหลั่งน้ำนมขึ้นมา และถูกกระตุ้นให้มีน้ำนมเพิ่มขึ้น เพื่อให้มีน้ำนมเพียงพอกับความต้องการของทารก  และให้ทารกดูดนมแม่ห่างเป็นทุก 3-4 ชั่วโมง ซึ่งคุณแม่สามารถให้นมแม่เป็นอาหารเพียงอย่างเดียวได้ยาวถึง 6 เดือน หลังจากนั้นหากปริมาณนมแม่อย่างเดียวอาจไม่พอต่อความต้องการของลูกน้อย ก็สามารถให้ลูกกินอาหารเสริมอื่น ๆ ที่เหมาะสำหรับวัยได้นอกเหนือจากนมแม่ เช่น ข้าว กล้วย เนื้อสัตว์ ตับ ไข่แดง ผัก และผลไม้ เป็นต้น

Read : ทำไมเด็กแรกเกิดต้องการนมแม่เร็วที่สุด

เรื่องเกี่ยวกับนมแม่ ที่แม่ควรรู้ อ่านหน้าถัดไปกันค่ะ >>

เรื่องเกี่ยวกับนมแม่

#ในกรณีที่แม่ไม่สามารถให้นมได้ หรือเจ็บป่วยไม่สบาย ไม่สามารถให้ลูกกินนมจากเต้าได้จริง ๆ ควรให้นมชนิดใดเพื่อทดทนนมแม่ได้อย่างเหมาะสม และให้กินอย่างไร

กรณีที่แม่ไม่สามารถให้ลูกกินนมแม่หรือป่วยไข้ไม่สบาย ควรให้นมผงสูตรที่ดัดแปลงสำหรับทารกแรกเกิดถึง 1 ปี หรือนมสูตร 1 ที่ทำจากนมวัวซึ่งปรับลดส่วนประกอบให้มีสารอาหารต่าง ๆ ใกล้เคียงกับนมแม่และมาตรฐานกำหนดในการผลิต ทารกแรกเกิดที่จำเป็นต้องกินนมผง คุณพ่อคุณแม่ควรให้ความสำคัญในการชงนม ต้องชงให้ถูกส่วน ตามตารางการชงนมที่แสดงไว้ในบรรจุภัณฑ์ โดยเริ่มชงนมผงจากปริมาณ 1-2 ออนซ์ และให้กินทุก 3 ชั่วโมง เมื่อลูกน้อยอายุ 3-4 เดือน จำเป็นต้องให้ปริมาณนมเพิ่มขึ้นและให้กินทุก 4 ชั่วโมง หลังอายุ 6 เดือนก็สามารถให้อาหารเสริมตามวัย เช่นเดียวกับทารกที่กินนมแม่ และเริ่มหัดให้เจ้าตัวน้อยเลิกมื้อดึก เพื่อลดปัญหาการเกิดฟันผุจากการหลับคาขวดนมในปากได้

#จะรู้ได้อย่างไรว่าลูกกินนมแม่อิ่มหรือไม่อิ่ม ไม่มากไปหรือน้อยไป

หากอยากรู้ว่าลูกกินอิ่มหรือยัง คุณแม่ต้องคอยสังเกตอาการหลังจากลูกที่กินนม ถ้าทารกนอนหลับได้นาน 3-4 ชั่วโมง มีการขับถ่ายปกติ และมีการเจริญเติบโตปกติ แสดงว่าลูกกินอิ่มและได้รับนมเพียงพอ (เปรียบเทียบค่าน้ำหนักตัวและความยาวของทารกในคู่มือกราฟมาตรฐานการเจริญเติบโตของเด็ก) ที่คุณแม่จะได้รับสมุดบันทึกสุขภาพของลูกจากทางโรงพยาบาลมาตั้งแต่แรกเกิด) แต่ถ้าทารกกินนมมากไป หรือ overfeeding ทารกอาจมีการแหวะหรืออาเจียนหลังกินนมเกือบทุกครั้ง สำหรับทารกที่กินนมแม่น้อยไป เมื่อกินไม่อิ่มทารกจะมีอาการงอแง หรือหลับแค่ระยะเวลาสั้น ๆ ตื่นบ่อย อาจส่งผลให้มีน้ำหนักตัวน้อยหรือการเจริญเติบโตช้ากว่าปกติ

เรื่องเกี่ยวกับนมแม่ยังไม่หมด คลิกอ่านกันต่อหน้าถัดไปนะค่ะ >>

#ถ้าหลัง 6 เดือนทารกไม่ได้รับอาหารเสริม จะเกิดผลเสียต่อเด็กหรือไม่

ถึงแม้ว่าการกินนมแม่จะมีประโยชน์และสามารถให้ลูกกินนมแม่ได้ยาว ๆ จนถึง 12 เดือนหรือมากกว่านั้น แต่หลัง 6 เดือนการให้ทารกทานอาหารเสริมควบคู่ไปกับนมแม่นั้น เพราะลูกน้อยต้องการพลังงานมากขึ้น  และต้องการสารอาหารอื่น ๆ เพิ่ม การให้ลูกน้อยได้ทานอาหารเสริมนั้นยังช่วยให้ลูกได้ฝึกทานอาหาร การบดเคี้ยว การกลืน การย่อยอาหาร ด้วย แต่ถ้าได้กินนมแม่อย่างเดียวในวัยนี้อาจทำให้ทารกมีน้ำหนักตัวและความยาวไม่เพิ่มขึ้น เกิดภาวะขาดสารอาหาร ภาวะซีดหรือเลือดจาง และยังทำให้ลูกน้อยขาดโอกาสพัฒนาการกินหรือเคี้ยวอาหารที่ไม่ใช่นม จนกลายเป็นเด็กติดนมขวดทำให้เลิกขวดนมยาก และจะเป็นเด็กที่ไม่ยอมกินข้าวเอาแต่นมขวดอย่างเดียว

เรื่องเกี่ยวกับนมแม่

#ทารกแต่ละวัยควรได้รับนมอย่างไร

การให้ลูกได้รับนมพอเหมาะกับความต้องการนอกจากจะส่งผลที่ดีต่อร่างกายแล้ว ยังดีต่อพัฒนาการของทารกด้วย เด็กทารกในขวบปีแรกควรได้กินนมเป็นอาหารหลัก และควรให้ได้กินนมแม่ล้วน ๆ อย่างน้อยจนถึง 6 เดือน และหลังจากนั้นควรให้ทารกได้กินอาหารเสริมตามวัย เมื่อทารกสามารถเลิกนมมื้อดึกได้ มื้อนมก็จะลดลงเป็นสัดส่วนกับมื้ออาหารตามวัยที่เพิ่มขึ้น หลังอายุ 1 ปีลูกควรได้กินอาหารเป็นหลัก และนมเป็นอาหารเสริมที่ให้แคลเซียม ซึ่งในวัยนี้ลูกควรกินนมรสจืดและฝึกการกินจากแก้วหรือหลอดดูดจากกล่อง และควรเลิกดูดขวดนมก่อนอายุ 18 เดือน เพื่อที่จะได้กินอาหารหลักได้ครบ 3 มื้อ และไม่มีปัญหาจากการติดขวดนม


Credit content : www.thaihealth.or.th

บทความอื่นที่น่าสนใจ :

กินนมแม่ยิ่งนานยิ่งดี มีผลต่อความฉลาด ทำอย่างไรถึงจะเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ได้ยาวนาน

ทำอย่างไร ให้ลูกกินนมแม่ได้ไปอีกนาน เพิ่มพัฒนาการสมอง