สัญญาณเตือนโรคอันตราย บอกได้จากประจำเดือน

สัญญาณเตือนโรคอันตราย บอกได้จากประจำเดือน

ในแต่ละเดือนที่ผู้หญิงมีประจำเดือน ถือเป็นกลไกตามธรรมชาติ แต่ทราบไหมว่า สี กลิ่นและอาการของการมีประจำเดือนนั้น สามารถบ่งบอกถึงโรคภัยไข้เจ็บได้ เช็ก!! สัญญาณเตือนโรคจากประจำเดือน กันค่ะ ติดตามอ่าน

สัญญาณเตือนโรคอันตราย บอกได้จากประจำเดือน

ประจำเดือน (Menstruation) เป็นเลือดที่เกิดจากการหลุดลอกของเยื่อบุโพรงมดลูก   มีฮอร์โมนสองชนิด  คือ Estrogen และ Progesterone  ควบคุมการสร้างและหลุดลอกของเยื่อบุโพรงมดลูก ซึ่งระดับฮอร์โมนทั้งสองจะมีความสัมพันธ์กับการตกไข่จากรังไข่  โดยแต่ละรอบเดือนจะมีช่วงเวลาประมาณ 26-30 วัน ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล ทำให้ประจำเดือนเกิดขึ้นเฉลี่ยเดือนละ 1 ครั้ง  ประจำเดือนไม่ได้เป็นแค่สิ่งที่บ่งบอกถึงการทำงานของระบบสืบพันธุ์ว่าเป็นปกติเท่านั้น  แต่ประจำเดือนยังสามารถบอกถึงสุขภาพได้อีกด้วย โดยสังเกตจากสี กลิ่น และอาการดังต่อไปนี้

1. สีของประจำเดือน  แบ่งออกเป็น

-  ประจำเดือนสีดำคล้ำ กะปริดกะปรอย มักมีอาการปวดประจำเดือนร่วมด้วย ทำให้เลือดมีความข้นหนืด เพื่อรักษาสมดุลของน้ำในร่างกาย ทำให้เลือดคั่งค้างในร่างกายไหลเวียนได้ไม่ดี จึงเป็นสีคล้ำ ส่งผลให้ร่างกายอ่อนแอ และขับเลือดออกจากได้น้อย ทำให้รู้สึกปวดท้องเพราะไม่สามารถขับประจำเดือนออกมาได้ตามปกติ

-  ประจำเดือนสีซีดจาง มักพบกับอาการที่ประจำเดือนมาน้อย แต่นาน หรือประจำเดือนมามากและสีซีดซึ่ง มักจะมีอาการปวดท้องร่วมด้วย พฤติกรรมที่พบมาก พักผ่อนไม่เพียงพอ เครียด ทำงานหนัก ขี้หนาว ไม่อยากอาหาร ท้องอืด สาเหตุเกิดจากการนอนดึกส่งผลทำให้ตับอ่อนแอ ซึ่งตับมีหน้าที่ส่งเลือดไปตามอวัยวะต่าง ๆ หากอ่อนแอก็จะทำงานได้ไม่คงที่ทำให้ประจำเดือนไม่มาตามปกติ

-  ประจำเดือนสีเข้ม มักพบร่วมกับอาการ  ประจำเดือนมามาก สีสด ถ้ามามากเกินไปจะทำให้ร่างกายอ่อนเพลียขาดเลือด แต่บางคนพบปัญหาประจำเดือนมาน้อยด้วย แต่หากเป็นมากกว่า 5 วัน (มีเลือดออกมากเกินกว่า 5 วัน) และมีอาการปวดท้องร่วมด้วย  ควรปรึกษาแพทย์ เพราะสาเหตุอาจเกิดจากอุ้งเชิงกรานอักเสบ หรือมีซีสต์ ผังผืด หรือเนื้องอกในรังไข่ได้

2. ลิ่มเลือด การมีลิ่มเลือดออกมากับเลือดประจำเดือนนั้นเป็นเรื่องปกติ ถ้าในช่วงวันแรก ๆ ที่ประจำเดือนมามาก พบว่ามีลิ่มเลือดออกมามากเกินไปหรือมีขนาดใหญ่กว่าปกติ ควรไปพบแพทย์  เพราะลิ่มเลือดนั้นอาจเป็นเนื้องอก หรือแสดงถึงการเปลี่ยนแปลงฮอร์โมน

3.  มีกลิ่นผิดปกติ คัน เจ็บแสบในช่องคลอด ถ้าร่วมกับมีอาการตกขาว แสดงว่าตกขาวจากเชื้อไวรัส เชื้อแบคทีเรีย เชื้อรา พยาธิในช่องคลอด หรือติดเชื้อในมดลูก มีอุ้งเชิงกรานอักเสบ

4.  ประจำเดือนมาไม่สม่ำเสมอไม่ปกติ ให้สังเกตว่า มีอาการปวดศีรษะเรื้อรัง ตามืดมัวลงเรื่อย ๆ มีหนวดและขนขึ้นผิดธรรมชาติ น้ำนมออกผิดปกติ ถ้ามีอาการเหล่านี้ควรพบแพทย์ เพื่อตรวจหาเนื้องอกของรังไข่ หรือตรวจหาความผิดปกติของต่อมหมวกไตหรือต่อมใต้สมอง

5. ประจำเดือนมาน้อยและมีอาการอ่อนเพลีย  เฉื่อยเนือย เต้านมแฟบ ขนรักแร้และขนที่อวัยวะเพศร่วง อาจจะเคยตกเลือดอย่างรุนแรง หรือเป็นลมขณะคลอดบุตร ควรพบแพทย์ เพื่อตรวจหาโรคซีแฮน หรือโรคที่ต่อมใต้สมองขาดเลือด ทำให้ทำงานน้อยลงและทำให้รังไข่ทำงานน้อยลงด้วย

6. ประจำเดือนมามากจนมีอาการซีด  ควรไปพบแพทย์ แต่ที่ไม่ควรนิ่งนอนใจ คือ  ถ้าเลือดที่ออกมามีกลิ่นเหม็น และมีอาการปวดบริเวณท้องน้อย ต้องระวังเรื่องปีกมดลูกอักเสบ

7. ปวดประจำเดือน การปวดเกร็งเกิดขึ้นเมื่อร่างกายปล่อยฮอร์โมนต่าง ๆ ออกมา หนึ่งในฮอร์โมนนั้นชื่อว่า โพรสตาแกลนดิน ซึ่งทำให้มดลูกเกร็งตัว ปกติแล้วอาการนี้จะเป็นอยู่สองสามวันแล้วหายไป แต่ถ้าเป็นนานกว่านั้นหรือปวดรุนแรงมากกว่าปกติเป็นสองเท่า อาจเป็นอาการของเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ ควรไปพบแพทย์

8. ปวดประจำเดือนมากจนหน้าซีดหน้าเซียว หรือยิ่งในวันท้าย ๆ ยิ่งปวดมากขึ้น อย่างนี้ควรจะไปตรวจโรคเยื่อบุมดลูกเจริญผิดที่ หรือถุงช็อกโกแลตซีสต์ได้ค่ะ

9. ประจำเดือนมานานผิดปกติเกินกว่า 7 วัน  อาจเป็นตอนหลังคลอดใหม่ ๆ หรือหลังใส่ห่วงคุมกำเนิดก็ถือเป็นเรื่องปกติ ทำนองเดียวกับประจำเดือนที่ขาด ๆ หาย ๆ แล้วพอมาก็มามาก แต่ก็ไม่มีผิดปกติอื่น ๆ และไม่ได้ตั้งครรภ์ มักจะเป็นในช่วงที่อ้วนเกินไป เครียด ออกกำลังกายมากเกินไป

เมื่อทราบข้อมูลเรื่องของประจำเดือนบอกโรค อย่านิ่งนอนใจนะคะ หมั่นสังเกตสีของประจำเดือนหากมีความผิดปกติควรรีบปรึกษาแพทย์  สำหรับผู้หญิงทุกคนที่มีประจำเดือนแล้ว ควรตรวจภายในปีละ 1 ครั้งเพื่อความปลอดภัยค่ะ

อ้างอิงข้อมูลจาก

http://women.sanook.com

http://sator4u.com

http://www.tmwa.or.th

บทความอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง

เลือดล้างหน้าเด็ก หรือ เลือดประจำเดือน จะรู้ได้อย่างไร

ประจำเดือนมาไม่ปกติ มีลูกยากจริงหรือ

มีข้อสงสัยเรื่องการตั้งครรภ์ หรือมีคำถามเรื่องการเลี้ยงลูกหรือเปล่าคะ? ติดตามอ่านบทความ หรือสอบถามสิ่งที่คุณอยากรู้ผ่านแอปของเราได้เลย
ดาวน์โหลด theAsianparent แอปพลิเคชัน ทั้ง IOS และ Android ได้แล้ววันนี้!

app info
get app banner