5 สัญญาณอันตราย เกิดอะไรหลังผ่าคลอดที่ควรพบแพทย์ให้เร็วที่สุด

แชร์บทความนี้ให้เพื่อน

ในปัจจุบันนี้วิธีการผ่าคลอดบุตรดูเหมือนจะเป็นทางเลือกที่มีอัตราที่สูงขึ้น ไม่ว่าจะเป็นภาวะที่คุณหมอแนะนำเพื่อให้การผ่าคลอดนั้นปลอดภัยทั้งแม่และลูก รวมถึงการผ่าคลอดตามการกำหนดฤกษ์ให้กับลูกด้วย

หลังผ่าคลอดนั้นคุณแม่จะต้องพักฟื้นร่างกายในโรงพยาบาลพร้อมกับทารกแรกเกิดอย่างน้อย 2-3 วัน เพื่อควบคุมอาการที่อาจเกิดขึ้นได้จากการผ่าตัด เช่น อาการปวด โดยในระหว่างอยู่ที่โรงพยาบาลทีมแพทย์จะคอยเฝ้าระวังการติดเชื้อของแผลผ่าตัด การเคลื่อนไหว รวมทั้งปริมาณน้ำที่ดื่มและการทำงานของกระเพาะปัสสาวะหรือลำไส้ ในช่วงพักฟื้นร่างกายหลังการผ่าคลอดคุณแม่มี สัญญาณอันตราย เหล่านี้ ควรรีบพบแพทย์โดยเร็วที่สุด

สัญญาณอันตราย

5 สัญญาณอันตราย เกิดอะไรหลังผ่าคลอดที่ควรพบแพทย์ให้เร็วที่สุด

  1. มีสัญญาณของการติดเชื้อ ที่สามารถเกิดขึ้นได้กับบริเวณที่ผ่าตัด ภายในมดลูก หรืออวัยวะอื่น ๆ ในกระดูกเชิงกราน เช่น กระเพาะปัสสาวะ ซึ่งทำให้มีอาการไข้สูงเกิน 38 องศาเซลเซียส รู้สึกปวดท้องอย่างรุนแรง มีอาการแดง บวมหรือมีของเหลวไหลออกมาจากแผลผ่าตัด
  2. มีอาการปวดที่หน้าอก ร่วมกับอาการมีไข้
  3. มีของเหลวกลิ่นเหม็นไหลออกมาจากช่องคลอด
  4. มีเลือดไหลออกเยอะผิดปกติจนเต็มผ้าอนามัยภายในเวลา 1 ชั่วโมง หรือมีเลือดออกต่อเนื่องกันมากกว่า 8 สัปดาห์หลังจากผ่าคลอด
  5. รู้สึกเจ็บขณะปัสสาวะ

ทั้งนี้หลังจากการผ่าตัด ถ้าร่างกายคุณแม่ได้รับการพักผ่อนและฟื้นตัวดีแล้ว ควรพยายามลุกขึ้นเดิน เนื่องจากการเคลื่อนไหวร่างกายจะช่วยให้แผลผ่าตัดสมานตัวได้เร็วขึ้น ลดอาการท้องผูก และลิ่มเลือดที่อาจเป็นอันตราย หากไม่เกิดภาวะแทรกซ้อนใด ๆ การพักฟื้นจะกินเวลาไม่กี่สัปดาห์ โดยทั่วไปประมาณ 5-6 สัปดาห์ ร่างกายคุณแม่ก็เริ่มเข้าที่กลับคืนเข้าสู่สภาพปกติ สามารถประคับประคองและช่วยเหลือตัวเองได้บ้าง และสามารถให้นมลูกได้ทันทีเมื่อรู้สึกดีขึ้น แต่ถ้ามีสัญญาณอันตรายดังกล่าวเกิดขึ้นอย่าชะล่าใจเด็ดขาดนะคะ.


ที่มา : www.pobpad.com

บทความอื่นที่น่าสนใจ :

ส่อง! อาการคนท้องไตรมาสสุดท้าย สัญญาณเปลี่ยนแปลงของร่างกายเมื่อท้องแก่เต็มที!

สัญญาณอันตรายของแม่ตั้งครรภ์ เมื่อมีอาการเหล่านี้ ต้องไปพบหมอด่วน

การตั้งครรภ์ การปฏิบัติตัวหลังคลอด ผ่าคลอด หลังคลอดบุตร เตรียมตัวเป็นแม่