สอนเด็กๆ ให้เข้าใจอารมณ์ของตัวเอง

แชร์บทความนี้ให้เพื่อน

ทำไมลูกถึงไม่มีความสุขอารมณ์ไม่ดีเลย ทำไมลูกต้องร้องไห้เหมือนจะขาดใจเมื่อลูกโป่งแตก แล้วจะทำยังไงถึงจะปรับอารมณ์ของลูกได้เร็วที่สุด

นักจิตวิทยาซูซาน เดวิดให้ความคิดเห็นต่อเรื่องนี้ว่า มีพ่อแม่หลายคนที่ยังเข้าใจเรื่องนี้ผิดๆ อยู่ และแก้ไขสถานการณ์โดยให้เด็กๆ กลับมามีความสุขและอารมณ์ดีให้เร็วที่สุด ซึ่งไม่เป็นผลดีต่อเด็กๆ ในระยะยาว สิ่งที่ควรต้องทำคือสร้างการเรียนรู้และการจัดการอารมณ์เพื่อจัดการกับสถานการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นในสังคมจริง จะมีความสำคัญต่อความสำเร็จในชีวิตค่ะ

การจัดการอารมณ์ = ทักษะที่คนทุกคนต้องมี

งานวิจัยชี้ให้เห็นว่ากระบวนการที่คุณครูรับมือและช่วยให้เด็กๆ จัดการอารมณ์ของตัวเองในห้องเรียนนั้น จะทำให้เด็กๆ มีทักษะการแก้ไขปัญหา และรับมือกับสถานการณ์ที่สะเทือนอารมณ์และเรียนรู้จากสถานการณ์นั้นๆ ได้ และเมื่อเข้าสู่วัยรุ่นทักษะนี้จะพัฒนาเป็นความฉลาดทางอารมณ์ (emotional intelligence) หรือความสามารถในการบริหารจัดการอารมณ์ รับมือกับสถานการณ์ที่กดดัน และมีความเคารพนับถือตัวเอง ซึ่งในบางงานวิจัยทักษะเหล่านี้ สามารถบ่งบอกถึงความเสี่ยงที่เป็นมีความเครียดสะสม หรือแนวโน้มที่จะเป็นโรคซึมเศร้าได้ค่ะ

สอนลูกไม่ให้พูดคำหยาบ

การเรียนรู้ของลูก พ่อแม่ต้องไม่เข้าไปจัดการ

ทักษะการควบคุมอารมณ์คือสิ่งที่ต้องเริ่มฝึกตั้งแต่เด็กนะคะ แต่พ่อแม่ที่ไม่ยอมให้ลูกมีความรู้สึกด้านลบเลย คือการที่พ่อแม่กำลังทำให้ความจริงของลูกบิดเบี้ยวจากข้อเท็จจริงที่ลูกต้องเผชิญในอนาคต พ่อแม่ที่ยื่นมือเข้าไปกับทุกอารมณ์ด้านลบที่ลูกกำลังหรือเกือบจะเจอ เพื่อให้ผลลัพธ์หรืออารมณ์ที่ลูกแสดงออกมาเป็นไปในด้านบวก ทำให้ลูกขาดทักษะที่จะช่วยตัวเองให้ผ่านพ้นไปได้ ลูกต้องรู้สึกถึงอารมณ์นั้น แสดงอารมณ์นั้นออกมา รู้ตัวว่ากำลังรู้สึกอย่างไร และปล่อยวางมันออกไป

  • การมีอารมณ์

    เมื่อกำลังรู้สึก กำลังมีอารมณ์ หลายครอบครัวที่เลือกทางออกโดยการผลักอารมณ์ด้านลบนั้นออกไป เมื่อคุณพ่อคุณแม่บอกลูกว่า อย่าเสียใจไปเลย อย่าโกรธซิลูก อย่าอิจฉาเพื่อนซิ อย่าเห็นแก่ตัวกับน้องนะ มันคือการที่พ่อแม่ไม่อนุญาตให้ลูกได้แสดงอารมณ์เขาออกมา

ดังนั้นคุณพ่อคุณแม่ต้องใจแข็งนะคะ ลูกต้องเรียนรู้เรื่องพวกนี้ เพราะมันคืออารมณ์ที่มนุษย์ทุกคนต้องมี ต้องเจอ และต้องจัดการค่ะ

พัฒนาการทางอารมณ์ ลูก

  • การแสดงอารมณ์

    ไม่แค่เด็ก แต่คนทุกคนต้องแสดงอารมณ์ด้วยกันทั้งนั้นค่ะ อารมณ์ไม่ควรจะถูกเก็บและกดเอาไว้ การบอกว่า เป็นผู้ชายต้องไม่ร้องไห้ หรือ แม่ไม่ยอมให้ลูกแสดงอาการโกรธตรงนี้หรอกนะ แม้คุณพ่อคุณแม่จะเจตนาดีแต่การกระทำแบบนี้เท่ากับเป็นการบอกให้ลูกกลัวที่จะแสดงออกทางอารมณ์ค่ะ

  • การรู้เท่าทันอารมณ์

    ไม่ว่าใครคงเคยไม่เข้าใจตัวเองว่าตอนนี้รู้สึกยังไงกันแน่ เพราะอารมณ์ของเรา ยิ่งโตยิ่งมีหลายอารมณ์ในเหตุการณ์เดียวนะคะ (ถ้าดูเรื่อง Inside Out จะเข้าใจ ลูกบอลที่มีหลายอารมณ์ในลูกเดียว) ทั้งโมโห โกรธ หงุดหงิด กลัว ตอนที่เป็นเด็กนอกจากจะเป็นการดีแล้วที่รู้ว่าตัวเองรู้สึกยังไง ตอนโตขึ้นเขายังมีความจำเป็นที่จะต้องรู้ว่าคนอื่นรู้สึกยังไง เพื่อให้เกิดเป็นความเห็นใจต่อผู้อื่นด้วยนะคะ

5 วิธีจัดการอารมณ์เมื่อลูกอารมณ์ร้าย

  • การปล่อยวาง

    เพราะแม้แต่จะเป็นอารมณ์ที่สะเทือนใจอย่างที่สุด แต่ไม่มีอารมณ์ไหนที่จะคงอยู่ตลอดไป แต่อารมณ์เกิดขึ้นแล้วก็ผ่านไป กระบวนการอย่างการรู้ว่า ความเศร้ารู้สึกยังไง ? แล้วเมื่อผ่านไป 1 สัปดาห์ เรารู้สึกยังไง ? และมีอะไรที่เราทำเพื่อช่วยให้ตัวเองรู้สึกดีขึ้นและผ่านมันไปได้ ? ซึ่งคุณพ่อคุณแม่สามารถแนะนำลูกได้ว่า เราไม่จำเป็นจะต้องรู้สึกเหมือนเดิมสำหรับเหตุการณ์ที่เหมือนกัน อาจจะเป็นเรื่องของความรู้สึกกลัว ที่ครั้งแรกจะรู้สึกกลัวมากที่สุด และอาจจะรู้สึกกลัวน้อยลงในครั้งต่อๆ มา

ท้ายที่สุดแล้วคุณพ่อคุณแม่ต้องเป็นคนช่วย ให้ลูกทำความเข้าใจในอารมณ์ของตัวเอง อย่างเช่นการถามคำถามว่า ลูกอยากเป็นใครในสถานการณ์นี้ ? เรื่องนี้มันสำคัญกับลูกยังไง ? เด็กๆ จะเข้มแข็งขึ้นเมื่อเขาเรียนรู้ว่าเขาจะรู้สึกยังไงก็ตาม ไม่สำคัญเท่ากับว่าเขารับมือกับสถานการณ์นั้นอย่างไร

ที่มา nytimes

ก่อนวัยเรียน ช่วงวัยของเด็ก พฤติกรรมของวัยรุ่น พฤติกรรมของเด็กก่อนวัยรุ่น พฤติกรรมของเด็กก่อนวัยเรียน พฤติกรรมของเด็กวัยเรียน พัฒนาการของวัยรุ่น พัฒนาการของเด็กก่อนวัยรุ่น พัฒนาการของเด็กก่อนวัยเรียน พัฒนาการของเด็กวัยเรียน เด็กวัยเรียน