สอนลูก ให้รู้จักขอบคุณ

lead image

หากคุณต้องการรู้ขั้นตอนที่ใช้ในการสอนลูกคุณให้มีการพัฒนาทัศนคติการกตัญญูรู้คุณและรู้จักขอบคุณคนโดยเฉพาะ คุณควรอ่านบทความนี้

src=https://th admin.theasianparent.com/wp content/uploads/sites/25/2013/02/b4.jpg สอนลูก ให้รู้จักขอบคุณ

สอนลูกน้อยให้รู้จักขอบคุณ

“ขอบคุณค่ะแม่!” นี่เป็นคำพูดที่ซึ้งใจสุด ๆ จากลูกสาววัย 3 ขวบของฉันในทุกครั้งที่ฉันให้สิ่งที่เธอต้องการหรือสิ่งที่เธอร้องขอ เธอจะพูดว่า “ขอบคุณค่ะ” กับพ่อของเธอและกับคนอื่น ๆ ที่ทำสิ่งต่าง ๆ ให้เธอ ในขณะที่เธอยังเป็นเด็ก ฉันก็เห็นได้ว่าลูกน้อยนั้นเรียนรู้วิธีการขอบคุณสำหรับสิ่งที่คนอื่นทำให้ หรือสำหรับของที่คนอื่นให้กับเธอ

งานวิจัยในปัจจุบันแสดงให้เห็นว่าคนที่มีทัศนคติกตัญญูรู้คุณ จะมีระดับของความสุขและมีการมองโลกในแง่ดีสูงด้วยเช่นกัน นอกจากนี้ นักวิจัยยังพบอีกว่าบุคลิกลักษณะเช่นนี้จะได้รับผลกระทบจากความเครียดหรือปัญหาน้อยลง ในฐานะที่เป็นแม่ ฉันรู้สึกภูมิใจในทัศนคติของลูกสาว แต่โปรดจำไว้ว่าทัศนคติของลูกน้อยไม่ได้มาในชั่วข้ามคืน ฉันและสามีต้องใช้เวลาในการค่อย ๆ ปลูกฝังทัศนคตินี้ให้กับเขา ดังนั้น หากคุณต้องการทราบในแต่ละขั้นตอนของการ สอนลูก คุณให้รู้จักขอบคุณ ลองอ่านบทความนี้ดูค่ะ

ทำให้ดูเป็นตัวอย่าง: ให้การพูดคำว่า “ขอบคุณ” เป็นส่วนหนึ่งของนิสัยคุณ หาเหตุผลให้เรื่องที่คุณพูดคุยในแต่ละวันทำให้เกิดความรู้สึกขอบคุณ การที่คุณทำเช่นนี้จะทำให้ลูกของคุณซึมซับทัศนคติของคุณ กล่าวคำ “ขอบคุณ” สามีหรือภรรยาของคุณไม่ว่าลูกของคุณจะเห็นหรือได้ยินคุณหรือไม่ก็ตาม แสดงความรู้สึกซาบซึ้งเมื่อลูกของคุณได้ทำอะไรให้ เช่น เมื่อคุณขอร้องให้เขาหยิบของเล่นจากพื้นหรือขอให้เขาช่วยยื่นบางอย่างให้กับคุณ คุณควรกล่าวคำขอบคุณเสมอเมื่อเขาทำสำเร็จ นอกจากกล่าวคำว่า “ขอบคุณ” แล้ว คุณควรชมเขาด้วยว่า “เก่งมาก” “ดีมาก” หรือ “ว้าว ลูกช่างเชื่อฟังคำแม่/พ่อดีจัง” หรือ “แม่รู้สึกขอบคุณในสิ่งที่ลูกทำ” หรือข้อความอื่น ๆ ที่แสดงออกถึงความรู้สึกขอบคุณ

ให้ลูกคุณช่วยทำงานบ้าน: เช่น การขอให้เขาเก็บของเล่นให้เรียบร้อย การทำความสะอาดโต๊ะ การล้างผักผลไม้เพื่อทำอาหาร ฯลฯ เมื่อคุณขอร้องให้ลูกคุณเป็นส่วนหนึ่งของการทำงานบ้าน พวกเขาจะทราบว่าการทำงานบ้านนั้นไม่ได้ง่ายเลย และพวกเขาจะซึ้งใจในความพยายามของพ่อแม่ที่ทำให้กับเขา

สนับสนุนให้เขากล่าวคำ “ขอบคุณ” : อธิบายให้เขาเข้าใจว่าการขอบคุณคนอื่นที่ให้บางอย่างหรือทำบางสิ่งให้เขานั้นเป็นส่วนหนึ่งของมารยาทที่ดี สำหรับเด็กเล็ก ๆ แล้วเขาต้องใช้เวลาที่จะซึมซับสิ่งเหล่านี้ ดังนั้น เมื่อมีคนให้สิ่งของหรือของขวัญแก่เขา คุณควรพาเขากล่าวคำ “ขอบคุณ” ในช่วงแรก ๆ คุณอาจจะต้องบอกให้เขาทำตามคุณ แต่เมื่อเขาเริ่มเคยชินแล้ว ครั้งต่อไปคุณไม่จำเป็นต้องบอกให้เขาทำ เนื่องจากเขาจะเริ่มทำด้วยตัวเขาเอง เช่นเดียวกับลูกคนโตของฉันที่เริ่มกล่าวคำขอบคุณเองเป็นครั้งแรกว่า “ขอบคุณสำหรับนมค่ะคุณพ่อ” คำนี้ทำให้ฉันและสามีปลื้มใจสุด ๆ

ทำให้ความรู้สึกขอบคุณเกิดขึ้นเป็นกิจวัตรประจำวันของคุณ: คุณสามารถทำให้สิ่งนี้เกิดขึ้นได้ในช่วงที่สมาชิกในครอบครัวรับประทานอาหารเย็นร่วมกัน ก่อนที่คุณจะเริ่มรับประทานอาหาร แต่ละคนสามารถแบ่งปันถึงความรู้สึกขอบคุณที่แต่ละคนมี แม้กระทั่งลูกตัวน้อยของคุณก็สามารถแบ่งปันสิ่งที่เขารู้สึกขอบคุณได้ การสวดมนต์ก่อนนอนเพื่อขอบคุณสิ่งศักดิ์สิทธิ์หรือขอบคุณพระเจ้านั้นก็สามารถช่วยได้ นอกจากนี้ คุณยังสามารถทำรายการสิ่งที่คุณ สามีหรือภรรยาของคุณ และลูก ๆ ของคุณรู้สึกซาบซึ้งใจ

เขียนโน้ตขอบคุณ: เมื่อมีใครให้สิ่งของกับคุณ คุณควรเขียนโน้ตกล่าวคำขอบคุณเสมอ เมื่อลูกคุณเห็นการแสดงออกนี้แล้ว พวกเขาจะทราบถึงความสำคัญของการแสดงความขอบคุณ

เรียนรู้ที่จะปฏิเสธลูกของคุณ: ในฐานะที่เป็นพ่อแม่ เป็นเรื่องธรรมดาที่คุณอยากจะให้ทุกสิ่งที่ลูกต้องการ แต่มันจะไม่เป็นผลดีหากคุณให้เขาในทุกสิ่งที่เขาต้องการและเรียกร้อง เนื่องจากเด็กเด็กอาจจะเกิดความซาบซึ้งน้อยลงหรือไม่รู้สึกขอบคุณในสิ่งที่คุณให้เลย ดังนั้น คุณควรทำให้เขารู้ว่าไม่ใช่ว่าเขาจะได้ในทุกสิ่งที่เขาร้องขอหรือต้องการ คุณควรฝึก “ปฏิเสธ” กับลูกของคุณ การทำเช่นนี้จะยิ่งทำให้ลูกของคุณรู้สึกซาบซึ้งใจตอนที่คุณให้สิ่งที่พวกเขาอยากได้อย่างมาก

มีข้อสงสัยเรื่องการตั้งครรภ์ หรือมีคำถามเรื่องการเลี้ยงลูกหรือเปล่าคะ? ติดตามอ่านบทความ หรือสอบถามสิ่งที่คุณอยากรู้ผ่านแอปของเราได้เลย ดาวน์โหลด theAsianparent แอปพลิเคชัน ทั้ง IOS และ Android ได้แล้ววันนี้!