สอนลูกให้ปลอดภัยจากคนแปลกหน้า

lead image

การสอนลูกให้รู้จักระวังภัยจากคนแปลกหน้าไว้เป็นเรื่องไม่เสียหลาย แต่เรากำชับลูกถูกจุดหรือเปล่า? การบอกห้ามลูกพูดกับคนแปลกหน้าทุกคนไม่ใช่จะเป็นสิ่งที่ดีที่สุด เพราะอะไร? มาดูกัน

sad boy สอนลูกให้ปลอดภัยจากคนแปลกหน้า

สอนลูกให้ปลอดภัยจากคนแปลกหน้า

เรามักได้ยินข่าวเกี่ยวกับการลักพาตัวเด็ก การกระทำอนาจารกับเด็ก หรือผู้ที่มีปัญหาทางจิตที่เชื่อว่าลูกคนอื่นเป็นลูกตัวเองอยู่บ่อย ๆ ในฐานะผู้ปกครอง เรามักรู้สึกกังวลทุกครั้งที่ได้ยินข่าวทำนองนี้ และสอนลูกไปต่าง ๆ นานา แต่เรากำลังสะกดจิตให้ตัวเราเองและตัวเด็กกลัวมากเกินไปหรือเปล่า? แน่นอนว่าคนแปลกหน้าส่วนใหญ่ไม่ใช่คนร้ายที่จู่ ๆ จะเที่ยวไปลักพาตัวเด็ก อันที่จริง การสอนให้ลูกระมัดระวังคนแปลกหน้าเป็นเรื่องที่ดี แต่ถ้าคุณกรอกหูลูกแต่เรื่องร้าย ๆ มากเกินไปก็อาจทำให้เด็กมีปัญหาด้านการเข้าสังคม และอาจยิ่งเป็นภัยต่อตัวเด็กมากขึ้น

ความเชื่อผิด ๆ 3 ข้อที่ผู้ปกครองชอบสอนเด็ก ๆ กัน

ความเชื่อข้อที่ 1: อย่าคุยกับคนแปลกหน้า

คนแปลกหน้ามีอยู่ทุกที่ ไม่ว่าจะเป็นเพื่อนบ้านที่เราไม่เคยทักทาย หรือคนที่กำลังซื้อของในห้าง คนขายกับข้าวหน้าปากซอย หรือแม้กระทั่งเด็ก ๆ ที่อยู่ห้องเดียวกับลูกคุณวันที่ไปโรงเรียนวันแรก การสอนลูกไม่ให้คุยกับคนแปลกหน้าจะทำให้เด็กไม่กล้าเข้าสังคม แต่ในความเป็นจริง ลูกคุณต้องพยายามเรียนรู้วิธีรับมือกับคนแปลกหน้าไปตลอดชีวิต

ความเชื่อข้อที่ 2: อย่าไปไหนคนเดียว

ส่วนหนึ่งของพัฒนาการและการเรียนรู้ของเด็กคือการที่เขาได้ออกไปสำรวจโลกด้วยตัวเอง เมื่อถึงจุดหนึ่งลูกของคุณจะโตพอที่จะดูแลตัวเองได้ การห้ามไม่ให้ลูกออกไปไหนคนเดียวจะทำให้ลูกกล้าออกไปเผชิญโลกช้าลงและทำให้เกิดปัญหาเรื่องเด็กติดพ่อแม่

ความเชื่อข้อที่ 3: โจรผู้ร้ายมีอยู่ทุกที่

ข่าวที่สื่อต่าง ๆ นำเสนอเกี่ยวกับเด็กหายไม่ได้มีจุดประสงค์เพียงเพื่อที่จะตามหาเด็กเท่านั้น แต่ยังเป็นการขายความดราม่าเพื่อดึงดูดผู้ชมอีกด้วย ทางการก็มักพยายามตีข่าวให้ใหญ่และเยอะเพื่อให้คนกลัว ซึ่งเป็นวิธีลดเหตุที่ง่ายที่สุด

แต่คุณรู้หรือไม่ว่า เด็กมีโอกาสที่จะถูกคนใกล้ชิด ญาติ หรือเพื่อนของครอบครัวลักพาตัวมากกว่าคนแปลกหน้าเสียอีก

เป็นตัวอย่างของลูก

ลองนึกย้อนกลับไปถึงช่วงที่คุณเป็นเด็กแล้วเปรียบเทียบกับลูกของคุณ เมื่อสี่สิบปีที่แล้ว เด็กอเมริกันส่วนใหญ่จะเดินหรือขี่จักรยานไปโรงเรียน ปัจจุบันมีเด็กเพียง 10% เท่านั้นที่ทำเช่นนั้น 70% ของผู้ปกครองบอกว่าพวกเขามักออกไปเล่นนอกบ้านเมื่อตอนที่พวกเขาเป็นเด็ก แต่เด็กสมัยนี้ออกไปเล่นข้างนอกเพียง 31% เท่านั้น

โลกมันไม่ได้น่ากลัวอย่างที่เราคิดหรือสื่อนำเสนอ ให้โอกาสลูกได้เรียนรู้และเติบโตขึ้นในแบบที่เขาควรจะเป็น เหมือนอย่างที่เราเคยทำตอนที่เราเป็นเด็ก

สอนลูกให้รู้จักเห็นใจผู้อื่น