สอนลูกอย่างไรให้เป็นเศรษฐี ใช้เงินเป็น ไม่ให้ตกเป็นทาสของเงิน 

lead image

สอนลูกอย่างไรให้เป็นเศรษฐี ใช้เงินเป็น มีวินัยในการใช้เงิน รวยตั้งแต่เด็ก มีเงินเหลือกันเหลือใช้ สามารถเลี้ยงตัวเองและเลี้ยงพ่อแม่ได้ โตไปไม่ลำบาก

สอนลูกอย่างไรให้เป็นเศรษฐี ตั้งแต่อายุยังน้อย

สอนลูกอย่างไรให้เป็นเศรษฐี มีเงินเลี้ยงตัวเอง และเลี้ยงพ่อแม่ได้ พ่อแม่ควรเริ่มปลูกฝังลูกอย่างไรดี ในยุคที่มีแต่สิ่งล่อลวงใจมากมายขนาดนี้ หากมองย้อนกลับไปเมื่อประมาณ 10 กว่าปีที่แล้ว ต้องยอมรับว่าเทคโนโลยีและอินเทอร์เน็ตยังเข้าไม่ถึงได้ง่าย การจับจ่ายซื้อของก็ไม่สะดวกเท่าทุกวันนี้

พ่อแม่ส่วนใหญ่ที่จะสอนให้ลูกตั้งใจเรียน เรียนให้ได้เกรดดีๆ พอเรียนจบก็ให้หางานทำ ที่ให้เงินเดือนเยอะๆ เพียงอย่างเดียวไม่ได้แล้ว พ่อแม่ต้องรู้จักสอนให้ลูกใช้เงินให้เป็นอีกด้วย

ยีน ชาทสกี นักเขียนชื่อดังของอเมริก ได้เขียนกฎเหล็ก 7 ประการ สำหรับสอนเด็กยุคใหม่ให้มีวินับบในการใช้เงิน รู้จักพอเพียง รู้จักการใช้เงิน ดังต่อไปนี้

1. สอนลูกให้เลือกสิ่งที่ดีที่สุด 

ในทุกก้าวของชีวิตทุกคนจะต้องผ่านการเลือกระหว่างสองสิ่ง หรือมากกว่านั้นมานับไม่ถ้วน การจะตัดสินใจเลือกในแต่ละครั้งไม่ใช้เรื่องง่าย เพราะมันมีทั้งข้อดีและข้อเสียกันทั้งนั้น การสอนลูกให้รู้จักตัดสินใจเลือกอย่างถูกต้อง จะต้องปลูกฝังตั้งแต่ยังแบเบาะจนถึง 2 ขวบ เพื่อสอนให้รู้ว่าไม่ใช่ว่าอยากได้อะไรแล้วต้อง ได้ตามใจไปซะทุกอย่าง ซึ่งพ่อแม่ควรฝึกให้ลูกเลือกของสองอย่างก่อน แล้วค่อยๆ เพิ่มไปเรื่อยๆ และให้ลูกเลือกเพียงหนึ่งอย่างเท่านั้น เพื่อที่อนาคตลูกจะได้ไม่เป็นเด็กที่ซื้อทุกอย่างที่ขวางหน้า อยยากได้อะไรก็ต้องได้ แต่ให้เด็รู้จักเลือกซื้อของที่คุ้มค่าที่สุด

2. กฎต้องเป็นกฎ

พ่อแม่ต้องเข้มงวดอย่างมีเหตุผลกับลูก อย่าตามใจไปซะทุกเรื่อง เพื่อให้ลูกได้อยู่ในเส้นทางที่พ่อแม่ได้วางไว้ สำหรับพ่อแม่ที่ให้เงินลูกเป็นค่าขนมรายสัปดาห์หรือรายเดือนก็ลองใช้เทคนิคนี้ได้ โดยพ่อแม่จะใช้วิธีการหักเงินทุกครั้งที่ลูกไม่ทำตามกติกา หรือลงโทษลูกโดยห้ามดูทีวีค่ะ

src=https://th admin.theasianparent.com/wp content/uploads/sites/25/2018/09/ใช้เงิน3.jpg สอนลูกอย่างไรให้เป็นเศรษฐี ใช้เงินเป็น ไม่ให้ตกเป็นทาสของเงิน 

สอนลูกอย่างไรให้ใช้เงินเป็น

3. ให้ค่าขนมตายตัว

สำหรับพ่อแม่ที่ให้ค่าขนมลูกเป็นรายสัปดาห์หรือรายเดือนอยู่แล้วก็คุณผ่านข้อนี้ไปได้เลย สำหรับพ่อแม่คนไหนที่ยังไม่ได้ทำลองเริ่มทำดูนะคะ หากลูกยังเล็กเกินไป อาจจะกำหนดให้ลูกเป็นค่าของเล่นหรือค่าหนังสือรายสัปดาห์ก่อนก็ได้ค่ะ เด็กจะได้เข้าใจ

4. สอนให้ลูกรู้จักการรอคอย

พ่อแม่ต้องปลูกฝังว่าเงินไม่ได้หาได้ง่ายๆ กว่าจะได้มาต้องอดทนรอคอยมากขนาดไหน หากพ่อแม่เห็นว่าของที่ลูกอยากได้มีราคาสูงมากเกินไปก็บอกว่าให้ลูกลองงเก็บเงินดูก่อน เดี๋ยวพ่อแม่ช่วยลูกเก็บด้วยนะ หรืออาจจะสอนให้ลูกหางานพิเศษ โดยเริ่มจากงานในบ้านง่ายๆ ก่อน แล้วค่อยเพิ่มระดับความยากขึ้นไป เพื่อที่ลูกจะได้รู้สึกภูมิใจในสิ่งที่ตัวเองได้มาจากน้ำพักน้ำแรงของตัวเอง

5. สนับสนุนให้ลูกทำงานพิเศษ

สำหรับเด็กเล็กอาจจะไม่เหมาะเท่าไหร่ แต่อาจเป็นการจ้างงานลูกภายในบ้านได้ เช่น ล้างรถ รดน้ำต้นไม้ หรือเลี้ยงน้อง เป็นต้น สำหรับเด็กโตแล้วแนะนำให้พ่อแม่ลองให้ลูกหางานพิเศษบ้าง แทนการให้ลูกไปเรียนพิเศษอย่างเดียวนะคะ อาจจะทำเฉพาะในช่วงปิดเทอมก็ได้ค่ะ

6. สอนให้รู้จักคุณค่าของเงิน

เด็กหลายคุณเริ่มนับเลขเป็นแล้ว แน่นอนว่าเริ่มที่จะรู้จักการใช้จ่ายเงิน ดังนั้น ถ้าพ่อแม่เห็นว่าเมื่อไหร่ที่ลูกร้องไห้อยาากได้ของเล่น หรือของอื่นๆ ที่ตัวเองอยากได้ สิ่งแรกที่พ่อแม่ควรทำคือ ถามลูกว่าอยากได้มากขนาดไหน โดยมีระดับตั้งแต่ 1-5 จากน้อยไปมาก ถ้าเด็กตอบว่า 5 แสดงว่ามาก หลังจากนั้นอีกหนึ่งสัปดาหืลองมาถามใหม่ ดูว่าคำตอบยังเป็นเท่าเดิมใหม่ เพื่อให้ลูกรู้จักการตัดสินใจและการรู้คุณค่าของเงินค่ะ

7. เป็นตัวอย่างที่ดีกับลูก

วินับทางการเงินเป็นสิ่งสำคัญ ถ้าพ่อแม่สอนให้ลูกรู้จักการใช้เงินให้เป็น แต่พ่อแม่กับมีนิสัยตรงกันข้ามทุกอย่าง ลูกก้จะไม่เชื่อและจะทำตามสิ่งที่เห็น ดังนั้น คุณควรเริ่มตั้งแต่การจ่ายเงินให้ลูกตรงเวลา บอกว่าจะให้เท่าไหร่ก็ให้เท่านั้น อย่ามากหรือน้อยเกินกว่าที่ตกลงไว้ และถ้าสัญญาอะไรไว้ก็ควรทำตามสัญญา ไม่ใช่ว่าพูดไปงั้นแหละจะได้จบๆ เพราะเด็กๆ เขาจำแม่นนะคะ!

src=https://th admin.theasianparent.com/wp content/uploads/sites/25/2018/09/ใช้เงิน4.jpg สอนลูกอย่างไรให้เป็นเศรษฐี ใช้เงินเป็น ไม่ให้ตกเป็นทาสของเงิน 

สอนลูกอย่างไรให้เป็นเศรษฐี

เศรษฐีเขาสอนลูกอย่างไร?

1. สอนให้รู้จักสินทรัพย์

คนรวยจะสอนให้ลูกแยกให้ออกว่า อะไรที่เป็นสินทรัพย์ (เก็บไว้แล้วราคาเพิ่ม เช่น ที่ดิน อสังหาริมทรัพย์) แล้วอะไรที่ไม่ใช่สินทรัพย์ (เก็บเอาไว้แล้วราคาลดลง) เพื่อที่จะได้รู้ว่าสิ่งที่ตัวเองมีอยู่อนาคตจะช่วยให้เขามีเงินเพิ่มขึ้นนั่นเอง

2. สอนให้สร้างระบบ

คนรวยสอนลูกให้พยายามสร้างงานเอง ไม่ใช่เอาแต่หางาน คือ เขาจะสอนให้ลูกทำธุรกิจแล้วสร้างให้มันมีระบบขึ้นมา เพราะระบบมันจะสามารถเดินต่อ โตต่อไปได้ แม้ว่าเจ้าของจะอยู่หรือไม่ก็ตาม เพราะถ้าสอนให้ลูกทำแต่งานหมายความว่า สิ่งที่ทำแล้วมันจะหมดไป สุดท้ายพอหยุดทำมันก็ศูนย์

แต่ถ้ามีระบบ คือ มันต้องคิดมากกว่า ลงทุนเยอะกว่า มองยาวกว่า ต้องมีการจ้างคน ต้องลงทุนให้มันอยู่ตลอดไป ซึ่งพอธุรกิจมีระบบ มันขยายได้ มันยังเติบโดตได้อีกเยอะ สุดท้ายมันหาเงินแทนเจ้าของได้ ตรงนี้แหละที่เป็นหัวใจของคำว่า “ธุรกิจระบบ”

3. ใช้เท่าไรก็ได้ ขอให้มีเหลือ แล้วเอาไปลงทุนต่อ

คนส่วนใหญ่มองว่าคนรวยมีเงินเยอะ ชอบซื้อของแพงและฟุ่มเฟื่อย แต่คนรวยเขาไม่ได้ใช้เงินที่มีอยู่ทั้งหมดอย่างเดียว แต่เขารู้จักเหลือเงินไว้ส่วนหนึ่ง เพื่อเอาเงินส่วนที่เหลือนั้นนไไปลงทุนต่อนั้นเอง ให้เงินมันทำงานเพิ่ม งอกเงยเพิ่มมากกว่าเดิมที่มีอยู่ ซึ่งของหรูๆ กระเป๋าแพงๆ ที่เขาซื้อกัน บางครั้งมันสามารถนำไปขายต่อในราคาที่สูงได้เช่นกัน

สิ่งที่เศรษฐีสอนลูก ไม่ได้เริ่มจากสอนให้มีเงิน แต่เริ่มสอนจากใช้เงินให้เป็นก่อน และสอนให้ลูกรู้จักการใช้เงิน ลูกต้องรู้ว่าอะไรเป็นสินทรัพย์ อะไรเป็นขยะ คนรวยไม่ใช่เริ่มจากหาเงินเก่ง แต่ต้องเริ่มจากการใช้เงินเป็น พอใช้เงินเป็นก็จะเริ่มมีเงิน แล้วค่อยมาพัฒนาวิธีการหาต่อไป แน่นอนว่าทุกคนสามารถจะกลายเป็นคนรวยได้ ถ้ารู้จักฉลาดในการใช้เงิน

ที่มา: posttodaythairath

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ:

วิธีสอนลูกให้ฉลาด เลี้ยงลูกให้ฉลาด อารมณ์ดี มีความฉลาดทางอารมณ์ ตั้งแต่แรกเกิด

ทำอย่างไรให้ลูกเรียนเก่ง โตเป็นเด็กมีความรับผิดชอบ

วิธีกล่อมลูกให้หลับ เมื่อลูกนอนยาก