สลัดความเชื่อเหล่านี้ ก่อนสอนภาษาอังกฤษให้ลูก

ในยุคนี้ภาษาอังกฤษมีความสำคัญมากเป็นอันดับต้นๆ พ่อแม่ควรจะรีบฝึกภาษาอังกฤษกับลูกอย่างเร็วที่สุด และอย่าลืมสลัดความเชื่อเหล่านี้ก่อนสอนภาษาอังกฤษให้ลูก

ชีวิตประจำวันของเราล้วนมีภาษาอังกฤษเข้ามาเกี่ยวข้องไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง โดยเฉพาะการเปิด AEC ที่ทำให้เราต้องติดต่อกับชาวต่างชาติที่เข้ามาในประเทศมากขึ้นด้วยการใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษากลางนั่นเอง เห็นได้ชัดว่าการสื่อสารภาษาอังกฤษได้ดีจะมีความได้เปรียบในหลาย ๆ เรื่อง ไม่ว่าจะเป็นการเรียนที่สามารถค้นคว้าสื่อการสอนและงานวิจัยภาษาอังกฤษซึ่งครอบคลุมมากกว่า หรือการทำงานที่จำเป็นต้องใช้ภาษาอังกฤษในการติดต่อสื่อสาร

 

สำหรับคุณพ่อคุณแม่ที่ต้องการให้ลูกน้อยเก่งภาษาอังกฤษตั้งแต่เด็ก แต่ยังมีความกังวลใจในหลาย ๆ เรื่องจนไม่กล้าเริ่ม อาทิ “เราทั้งคู่ไม่เก่งภาษาอังกฤษแล้วจะสอนลูกได้หรือ” “ลูกยังเด็กเกินไปที่จะสอนภาษาที่สองหรือเปล่า” ก่อนอื่นต้องเปลี่ยนความคิดที่มีต่อภาษาอังกฤษของคุณพ่อคุณแม่เสียก่อนด้วยการสำรวจว่าคุณยังมีความเชื่อผิด ๆ เกี่ยวกับภาษาอังกฤษที่เป็นอุปสรรคต่อการเรียนรู้ของลูกหรือเปล่า แล้วมาเพิ่มความมั่นใจกันด้วยเทคนิคการสอนภาษาอังกฤษให้ลูกน้อยเก่งภาษาง่าย ๆ ได้ที่บ้าน

 

เราไม่เก่งภาษาอังกฤษจะสอนลูกได้มั้ยนะ

คิดในแง่ดีว่านี่คือโอกาสที่คุณจะได้เรียนภาษาอังกฤษไปพร้อม ๆ กับลูกน้อย การเตรียมความพร้อมในการสอนภาษาอังกฤษเป็นสิ่งสำคัญในการปูพื้นฐานด้านภาษาที่ดี หากคุณพ่อคุณแม่คนไหนที่ไม่เก่งภาษา ลองหาตัวช่วยในอินเตอร์เน็ตเป็นเว็บไซต์สอนภาษาอังกฤษสำหรับเด็กตั้งแต่ขั้นพื้นฐาน สอนการออกเสียง คำศัพท์ที่ใช้ในชีวิตประจำวัน และเทคนิคดี ๆ ที่สามารถนำมาปรับใช้ให้เข้ากับลูกน้อยของคุณได้ สิ่งสำคัญอย่างหนึ่งในการสอนภาษาอังกฤษให้เด็ก ๆ ก็คือ การออกเสียงที่ถูกต้อง หากคุณพ่อคุณแม่ไม่มั่นใจเรื่องการออกเสียงคำต่าง ๆ ก็ลองเช็กในเว็บไซต์ได้ หรือวิธีง่ายที่สุดก็คือใน Google translate ที่สามารถพิมพ์คำแล้วให้โปรแกรมอ่านออกเสียงที่คุณพ่อคุณแม่สามารถฝึกตามได้ง่าย ๆ

 

ลูกอายุ 2 ขวบ เด็กเกินไปที่จะเรียนภาษาที่สองหรือเปล่า?

คำตอบคือ ‘ไม่’ ค่ะ เพราะจากผลการวิจัยของดร.แพทริเซีย คัลห์ (Dr.Patricia Kuhl) แห่งมหาวิทยาลัยวอชิงตัน เผยว่า “มนุษย์เราสามารถเรียนรู้ภาษาต่างประเทศได้ดีที่สุดในช่วงอายุแรกเกิด – 7 ปี” เพราะฉะนั้นนี่คือช่วงเวลาทองแห่งการเริ่มต้นเรียนรู้ภาษาที่สองอย่างแท้จริง อย่างที่เรากล่าวกันว่าสมองของเด็กเล็กนั้นเปรียบเสมือฟองน้ำที่คอยซึมซับความรู้จากสิ่งแวดล้อมรอบตัวและสิ่งที่พ่อแม่ทำให้ดูเป็นประจำ อย่าลืมว่าการเรียนรู้ภาษาอังกฤษในเด็กเล็กเน้นที่การสร้างคำศัพท์เพื่อให้เด็กๆ จดจำ ไม่ใช่การเรียนแกรมมาร์ยาก ๆ ชวนปวดหัว

คุณพ่อคุณแม่อาจเริ่มต้นฝึกจากสิ่งที่เด็กเล็กสนใจ อาทิ การ์ตูน การ์ดเกมคำศัพท์ นิทาน และเพลงภาษาอังกฤษ โดยสอดแทรกคำศัพท์ง่าย ๆ ที่ใช้ในชีวิตประจำวันจากนิทานหรือเพลง อย่างเพลงเกี่ยวกับสัตว์ก็อาจชี้ให้น้องดูรูปภาพสัตว์หรือสัตว์เลี้ยงในบ้านแล้วเรียกเป็นภาษาอังกฤษบ่อย ๆ แล้วให้เด็ก ๆ ออกเสียงตาม จะช่วยทำให้เด็ก ๆ จดจำได้โดยอัตโนมัติเมื่อเขาเห็นแมวว่านี่คือ Cat โดยที่ไม่ต้องท่องจำ เมื่อมีคลังคำศัพท์มากขึ้นแล้วก็เริ่มสร้างประโยคคำถามง่าย ๆ ให้น้องตอบ อาทิ What is it? Is it a…? เป็นต้น

 

กลัวโดนหาว่าดัดจริต ถ้าออกเสียงเป๊ะเหมือนฝรั่ง

มองในมุมกลับกันว่าการออกเสียงเป๊ะเหมือนเจ้าของภาษาเป็นข้อดีและน่าชื่นชมต่างหาก เพราะการออกเสียงที่ถูกต้องจะทำให้ผู้สนทนาเข้าใจในสิ่งที่เราต้องการสื่อสารได้อย่างง่ายดาย ก่อนอื่นต้องเข้าใจก่อนว่าการออกเสียงและสำเนียงนั้นมีความแตกต่างกัน ในส่วนของสำเนียง หากไม่ใช่เจ้าของภาษาหรือผู้ที่เติบโตมาในสังคมที่ใช้ภาษาอังกฤษเป็นหลัก ก็ยากที่จะมีสำเนียงเหมือนเจ้าของภาษาแบบ 100% ส่วนการออกเสียงให้เหมือนหรือคล้ายกับเจ้าของภาษานั้นเน้นที่การสื่อสารให้อีกฝ่ายเข้าใจในสิ่งที่เราพูด คล้ายกับในภาษาไทยเช่นเดียวกันที่หากออกเสียงผิด ความหมายก็อาจคลาดเคลื่อนได้

 

ต้องบังคับให้ลูกเรียนทุกวัน ลูกจะได้เก่ง ๆ

อันนี้เป็นความเชื่อที่ผิดมากๆ การบังคับและกดดันให้เด็กท่องจำทุกวันจะทำให้เด็กๆ เกิดความเครียดที่อาจนำไปสู่อาการต่อต้านภาษาอังกฤษได้ สิ่งที่คุณพ่อคุณแม่ควรทำคือสร้างบรรยากาศการเรียนรู้ที่ผ่อนคลายและไม่เคร่งเครียดจนเกินไป จะทำให้การเรียนรู้สิ่งใหม่ง่ายขึ้น รวมถึงให้คำชมเมื่อลูกทำได้ดี ไม่ตำหนิเมื่อลูกพูดผิด อาจใช้วิธีการทวนคำที่ถูกต้องแทน เพื่อให้ลูกจดจำ ช่วงเวลาที่ดีในการฝึกภาษาอังกฤษมากที่สุดช่วงหนึ่งก็คือ ช่วงการเล่านิทานก่อนนอน ซึ่งเป็นช่วงที่เด็กๆ ผ่อนคลายและมีสมาธิ คุณพ่อคุณแม่อาจเล่านิทานภาษาอังกฤษที่มีคำหรือประโยคที่เกี่ยวข้องกับชีวิตประจำวัน แล้วใช้ประโยคเดียวกันนั้นในสถานการณ์จริง จะมีส่วนช่วยให้เด็กๆ เรียนรู้ได้เร็วขึ้น

 

เห็นไหมว่าการสอนภาษาอังกฤษให้เด็ก ๆ กลายเป็นเด็กสองภาษานั้นไม่ใช่เรื่องที่ยากจนเกินไป สิ่งสำคัญคือคุณพ่อคุณแม่ควรหมั่นฝึกฝนบ่อย ๆ และทำให้ลูกดูเป็นตัวอย่าง เพราะเด็กเล็กมักจะเลียนแบบพฤติกรรมจากคนใกล้ตัวนั่นเอง มาสร้างครอบครัวสองภาษาด้วยการเริ่มต้นฝึกภาษาอังกฤษกัน

 

ดังที่อาจารย์ขยัน จันทรสถาพร กล่าวถึงการฝึกเด็กๆ ให้เป็นเด็กสองภาษาไว้ว่า “เด็กจีนมาเลย์ เขาสามารถพูดได้สามภาษา (อังกฤษ จีนกลาง มาเลย์) เด็กสวิสพูดสามภาษา (เยอรมัน อิตาเลียน ฝรั่งเศส) ทั้งสองกลุ่มพูดได้จากสภาพแวดล้อมที่ส่งเสริม เด็กไม่ต้องอัจฉริยะแต่อย่างใดก็ทำได้ ผมเชื่อเด็กสองภาษา พ่อแม่ไทยสร้างได้จริง ขอให้ตั้งใจและมุ่งมั่น ทุกคนทำได้และจะเสียดายมากถ้าโอกาสในช่วงวัยเด็กที่ดีที่สุดนั้นผ่านไป เพราะช่วงนั้นมีแค่ครั้งเดียวในชีวิตของเด็ก”

 

ที่มา : ภคินี iPrice

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

7 ความคิดผิดๆ ในการสอนลูก 2 ภาษา

7 เทคนิค ฝึกลูกเก่งศัพท์ภาษาอังกฤษแบบไม่น่าเบื่อ