สยบ! ลูกดื้อ เอาแต่ใจ ด้วย Positive Parenting เทรนด์ใหม่ของการเลี้ยงลูก

แชร์บทความนี้ให้เพื่อน

คุณพ่อคุณแม่มือใหม่หลายๆ ท่านคงจะเจอกับลูกดื้อ เอาแต่ใจ ร้องโวยวาย โยนของ ไม่ยอมกินข้าว ฯลฯ ให้คุณแม่เหนื่อยใจ เชื่อเถอะค่ะว่าไม่ว่าเด็กจะดื้อรั้นแค่ไหน การเปลี่ยนวิธีรับมือก็สามารถสร้างความแตกต่างได้อย่างที่คุณอาจคาดไม่ถึง วันนี้เรามีวิธีการสยบ! เจ้าหนูจอมซน ด้วย “การเลี้ยงลูกเชิงบวก” (Positive Parenting) จากคุณหมอเสาวภา พรจินดารักษ์ (กุมารแพทย์พัฒนาการและพฤติกรรมเด็ก) ว่าแต่แนวทางนี้มีข้อดีอย่างไร

“การเลี้ยงลูกเชิงบวก” ( Positive Parenting ) หรือ วิถีพ่อแม่เชิงบวก คือ การเลี้ยงลูกที่ทำความเข้าใจพัฒนาการตามวัยของเด็ก เพื่อให้เขาเติบโตอย่างเต็มศักยภาพที่มีตามธรรมชาติของตนเอง โดยปราศจากการบังคับ การข่มขู่ การทำให้อาย และความรุนแรงใดๆ การเลี้ยงลูกเชิงบวกจึงใช้เทคนิคต่างๆ เพื่อจูงใจให้ลูกอยากทำตาม ใช้การสร้างแรงบันดาลใจ ความเข้าใจ ความรัก และความเห็นอกเห็นใจแทนการขู่ การลงโทษ หรือการทำให้ลูกละอาย

เพราะวัยเด็กเป็นวัยที่ยังไม่เข้าใจเรื่องถูกผิด การมีพัฒนาการที่กำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วหลายๆ ด้าน ทำให้เด็กยังควบคุมอารมณ์ได้ไม่ดี เพราะยังใช้สมองส่วนอารมณ์ และส่วนสัญชาตญาณเป็นหลัก หรือเพราะธรรมชาติของเด็กแต่ละคนไม่เหมือนกัน ทำให้พฤติกรรมต่างกัน ฉะนั้นการเลี้ยงดูแบบการขู่ ตำหนิดุด่า ตี ลงโทษให้หลาบจำ จะยิ่งกระตุ้นสมองส่วนสัญชาตญาณกับสมองส่วนอารมณ์ให้ยิ่งทำงานได้ดีขึ้น เด็กหลายคนเมื่อโดนตีจึงตีตอบ โวยวายอาละวาด ไม่สามารถเรียนรู้สิ่งที่พ่อแม่สอนได้เลย ซึ่งยิ่งสมองส่วนอารมณ์ทำงานมากเพียงใดในเวลานั้น สมองส่วนการคิดวิเคราะห์ การใช้เหตุผลก็จะหยุดทำงาน หรือหยุดการพัฒนาไปโดยปริยาย การเลี้ยงดูเชิงบวกจึงเชื่อว่าการสอนให้ลูกรู้จักคิดวิเคราะห์ทำความเข้าใจและหาทางแก้ไขปัญหา เข้าใจข้อจำกัดและกติกาต่างๆ เรียนรู้จากผลของการกระทำของตนเอง รู้จักสร้างแรงจูงใจให้ตัวเองทำสิ่งต่างๆ ให้สำเร็จลุล่วง ซึ่งวิธีการเลี้ยงลูกเชิงบวก ทีคุณพ่อคุณแม่มือใหม่สามารถเรียนรู้เคล็ดลับสุดพิเศษนี้ได้ แอปพลิเคชัน “Today For Tomorrow ” appเลี้ยงลูก หนึ่งเดียวที่อัดแน่นไปด้วยเคล็ดลับการเลี้ยงลูกเชิงบวก และยังคัดสรรบทความการเลี้ยงลูกเชิงบวกที่เหมาะสมกับลูกแต่ละช่วงวัยไว้ให้คุณแม่ได้อ่าน เพื่อนำไปเป็นแนวทางการเลี้ยงลูกให้เขา เรียนรู้การควบคุมตนเอง สมองได้พัฒนาเต็มศักยภาพ มีความฉลาดทางอารมณ์ มีความรับผิดชอบ มีทักษะการตัดสินใจที่ดี และเติบโตเป็น
เด็กที่มีความสุข ส่งผลให้มีโอกาสประสบความสำเร็จสูงกว่าทั้งในด้านการเรียนและการทำงานค่ะ

เพื่อจะทำให้คุณแม่เห็นภาพ และรู้จักวิธีการเลี้ยงลูกเชิงบวกมากยิ่งขึ้น วันนี้เราขอนำเสนอตัวอย่างเคล็ดลับสุดพิเศษนี้ จากแอปพลิเคชัน ดังกล่าว มาให้คุณแม่ศึกษากัน ตามนี้เลยค่ะ

  • ทำงานเป็นทีม จะช่วยให้คุณพ่อคุณแม่มือใหม่เลี้ยงลูกได้ง่ายขึ้น ช่วยเหลือและแบ่งเบา พูดคุยปรึกษาหารือเรื่องการเลี้ยงดูลูก พยายามทำความเข้าใจทัศนคติที่แตกต่าง เพื่อปรับให้ทิศทางการเลี้ยงลูกเป็นไปในแนวทางที่ลงตัวอย่างสมดุล
  • ไม่ทะเลาะกันต่อหน้าลูก การทะเลาะกันต่อหน้าลูก ทำให้ลูกรู้สึกลบต่อความสัมพันธ์ รู้สึกไม่ดีต่อพ่อแม่ หากมีปัญหาพ่อแม่ควรมีเวลาปรึกษาหารือกันตามลำพัง เพื่อหาทางคลี่คลายปัญหา
  • หาทางเติมกำลังใจให้กัน กำลังใจจากคนรอบตัวทำให้การเป็นพ่อแม่ง่ายขึ้นได้ ปรึกษาญาติพี่น้อง หรือเพื่อนคุณพ่อคุณแม่ที่มีลูกอยู่ในวัยเดียวกัน การได้พูดคุยแลกเปลี่ยนความรู้สึก จะช่วยให้รู้สึกว่าไม่ได้อยู่ตัวคนเดียวในโลกนี้
  • หาเวลาพักผ่อนส่วนตัว ทั้งคุณพ่อและคุณแม่ควรหาเวลาส่วนตัวเพื่อพักผ่อน ควรใช้เวลาอยู่ร่วมกันเพียงสองคนบ้าง เพื่อเติมความรักความสดใสให้กลับคืนมาสู่ชีวิตคู่ พร้อมที่จะกลับมารับมือความปั่นป่วนต่างๆ ของลูกน้อยอย่างเต็มความสามารถอีกครั้ง

น่าสนใจมากๆ เลยใช่มั้ยคะ วิธีการเลี้ยงลูกเชิงบวกง่ายๆ ต้องเริ่มจากคุณพ่อคุณแม่เลยค่ะ ทั้งนี้ หากคุณแม่มือใหม่คนไหนที่อยากเรียนรู้เคล็ดลับดีๆ จาก คุณหมอเสาวภา สามารถศึกษาเพิ่มเติมได้ผ่าน แอปพลิเคชั่น Today For Tomorrow บอกได้เลยว่าเนื้อหาเรื่องการเลี้ยงลูกเชิงบวกนี่มีให้อ่านเยอะมากเลยล่ะค่ะ

การลงโทษ การเลี้ยงดูเด็กก่อนวัยรุ่น การเลี้ยงดูเด็กวัยเตาะแตะ การเลี้ยงลูกเชิงบวก ก่อนวัยเรียน คำแนะนำในการเลี้ยงดูลูก ชีวิตครอบครัว ช่วงวัยของเด็ก พฤติกรรมของเด็กก่อนวัยรุ่น พฤติกรรมของเด็กก่อนวัยเรียน พฤติกรรมของเด็กวัยเรียน พัฒนาการของเด็กก่อนวัยเรียน ระเบียบวินัย รีวิวของใช้วัยเตาะแตะ รีวิวสินค้าของเด็กก่อนวัยเรียน วัยเตาะแตะ เคล็ดลับสร้างระเบียบวินัย เด็กก่อนวัยรุ่น เด็กก่อนวัยรุ่น เด็กวัยเรียน เด็กเล็ก โรงเรียนพ่อแม่