สมาร์ทโฟน มีโทษมากกว่ามีประโยชน์?

lead image

มีการโน้มน้าวชี้ชวนกันว่าสมาร์ทโฟนหรือโทรศัพท์อัจฉริยะทำให้ชีวิตเราง่ายขึ้น เคลื่อนที่ไปมาเป็นอิสระมากกว่าเดิม แต่สมาร์ทโฟนส่งผลเสียต่อลูกของเราโดยไม่ได้ตั้งใจมากกว่าที่เราตระหนักหรือไม่ เรามาดูกันดีกว่า

สมาร์ทโฟน มีโทษกับเด็กมากกว่ามีประโยชน์?

สมาร์ทโฟน มีโทษกับเด็กมากกว่ามีประโยชน์หรือไม่?

แน่นอนว่าสมาร์ทโฟน ซึ่งเป็นอุปกรณ์มือถือในปัจจุบันนี้สำหรับยุคดิจิทัล ได้ส่งผลกระทบต่อชีวิตของทุกคน รวมถึงคุณพ่อคุณแม่ และลูก ๆ ด้วย

ดังนั้นจึงไม่ใช่ภาพที่แปลกตาแต่อย่างใดที่เราจะเห็นเด็ก ๆ อายุเพียง 1 หรือ 2 ขวบถือสมาร์ทโฟนหรือแท็บเล็ตในมือ ที่น่าประหลาดใจก็คือ เด็ก ๆ สไลด์ไอคอนต่าง ๆ และเล่นเกมบนอุปกรณ์เหล่านี้ได้อย่างง่ายดายด้วย แต่อุปกรณ์เหล่านี้ดีสำหรับเด็กจริงรึเปล่า หรือเรากำลังขัดขวางพัฒนาการของลูกโดยให้ลูกสัมผัสอุปกรณ์หรูพวกนี้กันนะ

ความคุ้นเคยขัดขวางพัฒนาการ

ในรายงานข่าวของ Channel News Asia ของสิงคโปร์กล่าวว่าการที่เด็กในวัยกำลังพัฒนา (1 ถึง 5 ขวบ) ใช้งานสมาร์ทโฟนและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์เหล่านี้บ่อย ๆ จะส่งผลกระทบต่อทักษะการเคลื่อนไหว พัฒนาการทางสติปัญญาและทางสังคม

ดร. สเตวาน เออร์บาค ผู้เชี่ยวชาญด้านจิตวิทยาการศึกษาบอกว่าอุปกรณ์ต่าง ๆ อย่างไอแพดนั้น ไม่สามารถทดแทนการเล่นแบบดั้งเดิมได้ เช่น การวาดเขียนด้วยสีเทียน การเล่นนอกบ้าน การเล่นเกมปริศนา และการอ่านหนังสือ และอาจมีผลสะท้อนกลับที่ก่อให้เกิดผลเสียต่อเด็กอีกด้วย

แม่จ๋า สมาร์ทโฟนทำร้ายหนู

นอกจากสมาร์ทโฟนจะส่งผลกระทบโดยตรงต่อเด็กแล้ว เรามีเด็กที่ถูกสมาร์ทโฟนทำร้ายโดยทางอ้อมด้วย เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นได้เมื่อคุณพ่อคุณแม่หรือผู้ปกครองวุ่นกับการส่งข้อความ เช็คอีเมล หรือแชทบนอุปกรณ์เหล่านี้จนละเลยการดูแลลูกว่าลูกกำลังทำอะไรอยู่

นักวิจัยถึงขั้นชี้ว่าอุปกรณ์เหล่านี้เป็นสิ่งรบกวนอันเป็นสาเหตุของอุบัติเหตุพลัดตกตามสนามเด็กเล่นและในบ้านที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างมาก แพทย์ที่แผนกฉุกเฉินตามโรงพยาบาลในสหราชอาณาจักรเชื่อว่าอุบัติเหตุที่เพิ่มมากขึ้นนั้นส่วนหนึ่งก็เป็นเพราะการใช้สมาร์ทโฟนมากขึ้นนั่นเอง

ผู้เชี่ยวชาญด้านการเลี้ยงลูกเสริมว่าเด็กมีแนวโน้มที่จะกล้าเสี่ยงและประพฤติตนไม่ดีมากขึ้นเมื่อรู้ว่าคุณพ่อคุณแม่ง่วนอยู่กับอะไรสักอย่างและอาจจะไม่ได้จ้องมองลูก ๆ อยู่

ข้อมูล

เพื่อเข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างสมาร์ทโฟนและอัตราการเกิดอุบัติเหตุในสนามเด็กเล่น ข้อมูลจาก NHS (National Health Service ของอังกฤษ) แสดงให้เห็นว่าในปี 2554 มีเด็ก 9,564 คนที่เข้าโรงพยาบาลเพราะตกจากเครื่องเล่นในสนามเด็กเล่น ซึ่งเพิ่มขึ้นมาจาก 7,232 คนในระหว่างปี 2549-2550

นักวิจัยเน้นย้ำถึงความเป็นจริงที่ว่าตัวเลขที่เพิ่มขึ้นตรงกับการที่สมาร์ทโฟนไม่ว่าจะเป็น ซัมซุง ไอโฟน หรือยี่ห้ออื่น ๆ นั้นหาได้ง่ายมากขึ้นและมีราคาในระดับที่ซื้อได้มากขึ้นในท้องตลาด

คำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญ

ความเป็นจริงคือเราอยู่ในโลกที่มีสิ่งรบกวนมากมาย แต่สิ่งนี้ไม่ควรเป็นข้ออ้างในการละเลยการดูแลลูก ๆ ได้ คุณจูน โอ ซัลลิแวน ประธานบริหารมูลนิธิ London Early Years ซึ่งเป็นผู้ประกอบการสถานรับเลี้ยงเด็กในกรุงลอนดอน กล่าวว่า พวกเราทุกคนล้วนถูกโทรศัพท์รบกวนความสนใจ เนื่องจากเราอยู่กันเป็นสังคม เราจำเป็นต้องเริ่มมีข้อกำหนดว่าเมื่อไหร่ถึงเหมาะหรือไม่เหมาะที่จะใช้โทรศัพท์มือถือ

คิดให้ดี

ในฐานะคุณพ่อคุณแม่ คุณควรคิดให้ดีก่อนที่จะให้ลูกมีสมาร์ทโฟนหรือแท็บเล็ตเครื่องแรกเพียงเพื่อต้องการให้ลูกหยุดร้อง คุณควรคิดให้ดีเรื่องการง่วนกับการส่งข้อความบนอุปกรณ์เหล่านี้ เพราะสายตาของคุณควรจับจ้องอยู่กับลูกที่เล่นอยู่ในสนามเด็กเล่นมากกว่า

เหตุผลที่คุณไม่ควรใช้สมาร์ทโฟนก่อนนอน