สมาธิสั้นเทียมเพราะมือถือ ลูกเป็นไฮเปอร์เทียม เพราะเล่นแท็บเล็ตทั้งวัน เลี้ยงลูกด้วยมือถือ ก็ต้องเจอแบบนี้!

สมาธิสั้นเทียมเพราะมือถือ ลูกเป็นไฮเปอร์เทียม เพราะเล่นแท็บเล็ตทั้งวัน เลี้ยงลูกด้วยมือถือ ก็ต้องเจอแบบนี้!

จิ้มจอจนสมาธิสั้นเทียม! ลูกเป็นไฮเปอร์เทียม สมาธิสั้นเทียม เพราะชอบเล่นมือถือ แท็บเล็ต ไม่ยอมเลิก

สมาธิสั้นเทียมเพราะมือถือ

ลูกเป็นไฮเปอร์เทียม สมาธิสั้นเทียมเพราะมือถือ แท็บเล็ต พ่อแม่ที่เลี้ยงลูกด้วยมือถือ ต้องระวัง!

 

ปล่อยลูกจิ้มมือถือทั้งวันระวังสมาธิสั้นเทียม ไฮเปอร์เทียม

การเลี้ยงลูกด้วยมือถือ แท็บเล็ต เป็นสิ่งที่อันตรายสำหรับเด็ก ทั้งเรื่องสุขภาพกาย ดวงตา และพัฒนาการ ทั้งยังส่งผลต่อโรคไฮเปอร์เทียม อาการสมาธิสั้นเทียม ได้อีกด้วย ก่อนจะไปรู้จักสมาธิสั้นเทียม มารู้จักโรคไฮเปอร์เทียมกันก่อน

โรคไฮเปอร์เทียม มีอาการคล้ายโรคไฮเปอร์ แต่ยังไม่ถึงขั้นป่วย สาเหตุสำคัญอยู่ที่พ่อแม่ปล่อยให้เด็กเล็กอายุต่ำกว่า 3 ขวบเล่นหรือดูเกมในแท็บเล็ตหรือสมาร์ทโฟน สิ่งที่พ่อแม่เห็น เด็กจะนิ่ง ไม่ซุกซน ไม่กวนใจพ่อแม่ แต่ในวงการจิตแพทย์พบว่า ความเร็วของภาพในเกมซึ่งเปลี่ยนเร็วทุก 3 วินาทีจะส่งผลโดยตรงต่อสมอง ทำงานไม่ลงตัว

 

วิธีสังเกตอาการโรคไฮเปอร์เทียม

  1. คุมสมาธิไม่ได้
  2. ทักษะการอ่านการเขียนการพูดของเด็กแย่ลง
  3. เด็กมีอารมณ์ร้อน รอคอยไม่เป็น
  4. มีปัญหาการอยู่ร่วมกับเด็กวัยเดียวกันหรือคนอื่น

 

สมาธิสั้นเทียมเพราะมือถือ ลูกเป็นไฮเปอร์เทียม เล่นแท็บเล็ต เลี้ยงลูกด้วยมือถือ สมาธิสั้นเทียมเพราะมือถือ, ลูกเป็นไฮเปอร์เทียม, โรคไฮเปอร์เทียม, เล่นแท็บเล็ต

ลูกเป็นสมาธิสั้นเทียมเพราะมือถือ

 

สมาธิสั้นเทียมจากการติดมือถือ ติดแท็บเล็ต

พญ.โสรยา ชัชวาลานนท์ กุมารแพทย์และจิตแพทย์เด็ก อธิบายถึงอาการสมาธิสั้นเทียมว่า เด็กในยุคนี้ทุกอย่างรวดเร็วเพียงปลายนิ้วสัมผัส จึงดูเหมือนสมาธิสั้นในแง่ของความหุนหันพลันแล่น ขาดความยับยั้งชั่งใจ ไม่สามารถอดทนรอสิ่งใดได้นาน ๆ อยู่นิ่ง ๆ ไม่เป็น

การเสพเทคโนโลยีมีผลต่อสมาธิอย่างมาก เนื่องจาก เด็กถูกเร้าจากภาพที่เปลี่ยนเร็วและบ่อยในช่วงเป็นวินาที แสง สี เสียง ที่กระตุ้นประสาทสัมผัสตลอดเวลา ทำให้เด็กชินต่อสิ่งเหล่านี้ เมื่อต้องควบคุมตนเองให้จดจ่อในสิ่งเร้าที่ไม่กระตุ้นประสาทสัมผัสที่แรงพอ เช่น การสอนของครู การทำแบบฝึกหัดนานๆ ก็ไม่ชิน และไม่สามารถจดจ่อมีสมาธิได้จึงมีอาการคล้ายสมาธิสั้น ซึ่งแนวทางปฎิบัติทางกุมารแพทย์ แนะนำว่า เด็กที่อายุน้อยกว่า 2 ปี ไม่ควรดูทีวี ไม่เล่นมือถือ ไม่เล่นแท็บเล็ตเลย

 

วิธีป้องกันสมาธิสั้นเทียมจากการติดมือถือ

  1. พ่อแม่ต้องป้องกันไม่ให้เด็กเสพติดเทคโนโลยีมากไป โดยกำหนดเวลาให้ชัดเจน คอยสอดส่องดูแลสิ่งที่ลูกเล่น เพื่อดูว่าเหมาะสมกับวัยหรือไม่ สำหรับเด็กเล็กที่อายุต่ำกว่า 2 ปี ไม่ควรให้ใช้สื่อเทคโนโลยี
  2. ต้องคอยดูแลไม่ให้ลูกติดหน้าจอเกินไป คอยอยู่ใกล้ ๆ เบี่ยงเบนความสนใจจากหน้าจอบ้าง
  3. พาลูกไปทำกิจกรรมอื่น ๆ เช่น การเล่นกีฬา เรียนรู้งานศิลปะ ฝึกวาดรูประบายสี ประดิษฐ์สิ่งของ หรือพาไปสนามเด็กเล่น
  4. อย่าลืมให้ลูกออกนอกบ้าน ไปเจอเพื่อน ๆ เพื่อทำกิจกรรมร่วมกันบ้าง

 

อย่างไรก็ตาม เมื่อลูกในวัยทารกหรือเด็กเล็ก ได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิด และแก้ไขปัญหาลูกติดจอ ลูกติดมือถือหรือแท็บเล็ตแล้ว อาการสมาธิสั้นเทียมเพราะมือถือ ก็จะค่อย ๆ ดีขึ้น จนหายไปเองในที่สุด

 

 

บทความอื่น ๆ ที่น่าสนใจ

ลูกดูทีวีดูมือถือทั้งวัน จ้องจอจนตาอักเสบรุนแรง! พ่อโพสต์เตือนอย่าปล่อยลูกดู ทีวี มือถือ ยิ่งนานยิ่งอันตราย

6 วิธีแก้เด็กติดจอ ดูแลลูกอย่างไรไม่ให้ติดโทรศัพท์มือถือ แท็บเล็ต คอมพิวเตอร์

ยกลูกให้พระ ยกลูกให้กับเทพ แก้เคล็ดลูกป่วยบ่อยต้องทำยังไง?

ไหลตายในเด็ก SIDS โรคไหลตายในทารก พรากชีวิตทารกจากอ้อมอกแม่ไปตลอดกาล

 

มีข้อสงสัยเรื่องการตั้งครรภ์ หรือมีคำถามเรื่องการเลี้ยงลูกหรือเปล่าคะ? ติดตามอ่านบทความ หรือสอบถามสิ่งที่คุณอยากรู้ผ่านแอปของเราได้เลย ดาวน์โหลด theAsianparent แอปพลิเคชัน ทั้ง IOS และ Android ได้แล้ววันนี้!

บทความโดย

Tulya

app info
get app banner