theAsianparent Logo

สธ.ห่วงเด็กป่วยคอตีบเพิ่ม เตือนแม่พาลูกฉีดวัคซีนให้ครบ

ตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา สถิติผู้ป่วยโรคคอตีบเพิ่มขึ้น กระทรวงสาธารณสุขจึงเตือนคุณพ่อคุณแม่ อย่าลืมพาลูกน้อยไปฉีด วัคซีนโรคคอตีบ

สธ.ห่วงเด็กป่วยคอตีบเพิ่ม เตือนแม่พาลูกฉีด วัคซีนโรคคอตีบ

สิ่งหนึ่งคุณพ่อคุณแม่ต้องจำให้ขึ้นใจ คือ ถึงเวลาที่จะพาลูกไปรับวัคซีนเพื่อให้ครบถ้วนตามเกณฑ์แล้วหรือยัง เพราะการได้รับวัคซีนที่จำเป็นจะช่วยให้ลูกน้อยมีภูมิคุ้มกันต่อโรคต่างๆ ที่ดีนะคะ  ยกตัวอย่างข่าวเมื่อเร็วๆ นี้ นพ.อำนวย กาจีนะ อธิบดีกรมควบคุมโรค ได้แนะนำผู้ปกครองให้นำบุตรหลานรับวัคซีนรวมสำหรับป้องกันโรคคอตีบ ไอกรน บาดทะยักให้ครบตามช่วงเวลาที่กำหนด  เพราะจากการพยากรณ์โรคและภัยสุขภาพประจำสัปดาห์คาดว่ามีโอกาสจะพบผู้ป่วยคอตีบเพิ่มมากขึ้น

โรคคอตีบ คืออะไร

โรคคอตีบ (Diphtheriae) เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย  (Corynebacterium diphtheriae) บริเวณที่ติดเชื้อมักจะเป็นในระบบทางเดินหายใจ ต่อมทอนซิล ลำคอ กล่องเสียงหรือจมูก  พบมากในเด็กก่อนและระยะต้น ๆ ของวัยเรียน คือช่วงอายุ 2-5 ปี  หรือพบมากในเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปี

โรคคอตีบ มีอาการอย่างไร

อาการของโรคคอตีบคือ จะมีไข้ เจ็บในหลอดคอ ปวดศีรษะ น้ำมูกไหล อ่อนเพลีย ถ้าเป็นคอตีบของกล่องเสียง จะมีอาการบวมมาก  อาจทำให้หายใจไม่ออก ทำให้เด็กเล็กๆ เสียชีวิตได้ง่าย  นอกจากนี้โรคแทรกซ้อนก็น่ากลัวค่ะ โดยอาจเกิดโรคหัวใจอักเสบ หรือมีอาการอักเสบของประสาทสมอง โรคอัมพาตเนื่องจากพิษทางประสาท

ซึ่งจากการเฝ้าระวังของกรมควบคุมโรค สถานการณ์โรคคอตีบตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2559 ถึงปัจจุบันพบผู้ป่วยยืนยันและเข้าข่ายโรคคอตีบ จำนวน 7 ราย และเสียชีวิต 2 รายแล้วค่ะ

การป้องกัน โรคคอตีบ ทำอย่างไร

ขอแนะนำให้คุณพ่อคุณแม่พาลูกน้อยไปรับการฉีดวัคซีนรวมสำหรับป้องกันโรคคอตีบ ไอกรน บาดทะยักให้ครบดังนี้ คือ

  • ฉีดเข็มแรกเมื่อลูกอายุ 2-3 เดือน
  • ฉีดเข็ม 2 และ 3 ห่างกันเข็มละ 2 เดือน
  • แล้วฉีดกระตุ้นหลังเข็มสุดท้ายประมาณ 1 ปี
  • จากนั้นเว้นไปฉีดกระตุ้นอีกทีตอนลูกอายุ 4-6 ปี

และเมื่อลูกอายุ 11-12 ปีควรจะได้รับวัคซีนรวมป้องกัน 3 โรคเดิม หรือจะเป็นวัคซีนรวมที่ป้องกันเฉพาะโรคคอตีบและบาดทะยักก็ได้อยู่ค่ะ  จากนั้นก็ควรกระตุ้นด้วยวัคซีนรวมสำหรับป้องกันโรคคอตีบและบาดทะยักทุกๆ 10 ปีนะคะ

อย่างไรก็ตามนอกจากการฉีดวัคซีนแล้ว  คุณพ่อคุณแม่ควรจะป้องกันทั้งลูกและตัวเอง โดยหลีกเลี่ยงการเข้าไปอยู่ในพื้นที่ที่มีคนแออัดหนาแน่น ล้างมือบ่อยๆ  และคอยสังเกตอาการของโรค คือมีไข้ เจ็บคอ มีแผ่นขาวในช่องปาก ถ้าพบก็ควรไปหาหมอทันที หรือโทรปรึกษาสายด่วนกรมควบคุมโรค 1422 นะคะ

ที่มา:
- สมาคมโรคติดเชื้อในเด็กแห่งประเทศไทย
- สถาบันวัคซีนแห่งชาติ กรมควบคุมโรค

บทความที่น่าสนใจอื่นๆ

ตารางวัคซีน และการเลือกวัคซีนรวมให้ลูกเจ็บตัวน้อยลง

อัพเดท! วัคซีนไข้สมองอักเสบเจอีชนิดเชื้อเป็น ประสิทธิภาพดีกว่าเดิม

ParentTown