วิธีแก้ลูกติดแท็บเล็ต ไม่ให้ลูกสมาธิสั้น ป้องกันพัฒนาการล่าช้า

lead image

ด้วยความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีสมัยนี้ หากเรานำมาใช้อย่างพอเหมาะพอควร ก็จะช่วยให้ลูกน้อยมีพัฒนาการที่ดี ฉลาดสมวัย แต่ถ้ามากเกินไป หรือใช้งานไม่เหมาะสม ก็จะกลายเป็นผลเสียทำร้ายลูกได้เหมือนกัน

วิธีแก้ลูกติดแท็บเล็ต ไม่ให้ลูกสมาธิสั้น ป้องกันพัฒนาการล่าช้า

ปล่อยให้ลูกเล่นแท็บเล็ตบ่อย ๆ จนตอนนี้ ลูกติดแท็บเล็ตมากเกินไป พ่อแม่คนไหนประสบปัญหาเรื่องนี้อยู่ ลองดู 5 วิธีแก้ลูกติดแท็บเล็ต กันดีกว่า

5 วิธีแก้ลูกติดแท็บเล็ต

src=https://th admin.theasianparent.com/wp content/uploads/sites/25/2018/08/วิธีแก้ลูกติดแท็บเล็ต.jpg วิธีแก้ลูกติดแท็บเล็ต ไม่ให้ลูกสมาธิสั้น ป้องกันพัฒนาการล่าช้า

วิธีแก้ ลูกติดแท็บเล็ต

1. กำหนดเวลาให้ชัดเจน

คุณพ่อ คุณแม่ ผู้ปกครอง ควรตั้งข้อกำหนดเรื่องเวลาอย่างชัดเจน ว่าลูกควรเล่นระยะเวลาเท่าไหร่จึงจะเหมาะสม เช่น กำหนดให้ลูกเล่นแท็บเล็ตได้วันละไม่เกิน 1 ชั่วโมง และอาจเพิ่มเป็น 2 ชั่วโมงในวันหยุด เป็นต้น อีกทั้งการกำหนดเวลาที่ชัดเจนยังเป็นการฝึกให้ลูกมีระเบียบวินัยตั้งแต่ยังเล็ก ๆ อีกด้วย

2. ให้เล่นอย่างสมดุล

ข้อเสียอีกอย่างของการที่เด็กติดแท็บเล็ตก็คือจะทำให้เด็กขาดการปฏิสัมพันธ์กับครอบครัว เพื่อน ๆ และสังคม อีกทั้งยังส่งผลให้การเล่นแบบใช้จินตนาการขาดหายไป ทำให้ความคิดสร้างสรรค์ของเด็กลดลง พ่อแม่ผู้ปกครองจึงควรจัดสรรเวลาให้ลูกเล่นแท็บเล็ตอย่างสมดุล ควบคู่ไปกับการทำกิจกรรมอื่น ๆ เช่น เล่นกีฬา ออกกำลังกาย ร้องเพลง เต้น วาดรูป หรือเล่นกับเพื่อน ๆ เพื่อให้ลูกมีปฏิสัมพันธ์โต้ตอบกับผู้อื่นบ้าง

3. ทำความเข้าใจเรื่องความเป็นเจ้าของ

พ่อแม่ ผู้ปกครองส่วนใหญ่เมื่อเห็นว่าลูกอยากได้แท็บเล็ตก็มักจะตามใจซื้อให้ลูก แต่สิ่งที่ตามมาคือลูกจะแสดงความเป็นเจ้าของ เมื่อพ่อแม่บอกให้หยุดเล่น ลูกก็มักจะไม่พอใจ โกรธ บางครั้งอาจแสดงอารมณ์รุนแรงได้ ดังนั้น คุณพ่อคุณแม่ควรอธิบายให้ลูกเข้าใจ และยังต้องคงความเป็นเจ้าของ แต่ให้สิทธิ์ลูกในการเล่น

4. สอดส่อง ดูแล เอาใจใส่

แม้ว่าจะมีอุปกรณ์เสริมที่ช่วยเพิ่มทักษะให้เจ้าตัวน้อยแล้ว แต่ก็ไม่ควรปล่อยให้เล่นตามลำพัง เพราะหากใช้อย่างไม่เหมาะสม  ก็จะส่งผลเสียให้เด็กมีพัฒนาการทางภาษาล่าช้า และทำให้เกิดปัญหาด้านการนอนหลับของลูกได้ ดังนั้น จึงควรคอยดูว่าสิ่งที่ลูกเล่นอยู่คืออะไร มีความเหมาะสมมากน้อยแค่ไหนกับวัยของเด็ก พ่อ แม่ ผู้ปกครองจะต้องคอยชี้แนะให้กับลูก ว่าอะไรควรเล่นหรือไม่ควรเล่น เพราะเด็กยังตัดสินใจเองได้ไม่มาก และไม่สามารถแยกแยะได้ว่าอะไรคือสิ่งที่เหมาะสมสำหรับตัวเขา

5. เป็นตัวอย่างที่ดีให้ลูก

ถ้าต่างฝ่าย ต่างก็หันหน้าเข้าหาอุปกรณ์ที่มีอยู่ในมือ ก็จะทำให้ไม่มีปฏิสัมพันธ์กันระหว่างพ่อ แม่ ลูก ทำให้เด็กขาดพัฒนาการทักษะด้านภาษาและการเข้าสังคม คุณพ่อคุณแม่จึงควรต้องมีวินัยในตัวเองก่อน หากคุณพ่อคุณแม่เองใช้สื่อเทคโนโลยีมากเกินไป ก็จะกลายเป็นตัวอย่างที่ไม่ดีให้แก่ลูก อีกทั้งยังส่งผลให้เวลาในการดูแลเอาใจใส่ลูกน้อยลงตามด้วย

src=https://th admin.theasianparent.com/wp content/uploads/sites/25/2018/08/09.jpg วิธีแก้ลูกติดแท็บเล็ต ไม่ให้ลูกสมาธิสั้น ป้องกันพัฒนาการล่าช้า

วิธีแก้ ลูกติดแท็บเล็ต

แท็บเล็ตเหมาะสำหรับเด็กวัยไหน

ช่วงวัย 1 – 3 ขวบ ยังเป็นวัยที่ไม่เหมาะที่จะให้ลูกใช้แท็บเล็ต เพราะเป็นช่วงที่เด็กกำลังเริ่มมีพัฒนาการด้านกล้ามเนื้อ ร่างกาย สติปัญญา และการสื่อสาร ดังนั้น จึงควรจะเน้นส่งเสริมพัฒนาการด้านทักษะสื่อสาร จดจำคำใหม่ ๆ ผ่านประสบการณ์จริง และควรให้ลูกฝึกใช้ทักษะด้านกล้ามเนื้อ ฝึกเดิน ยืน หรือหัดเขย่งเท้าแทนการให้ลูกเรียนรู้ผ่านแท็บเล็ต

เมื่อเข้าสู่ช่วง 5 – 6 ปี คุณพ่อและคุณแม่อาจใช้แท็บเล็ตเป็นตัวช่วยเสริมการเรียนรู้ของลูกในวัยอนุบาล เพื่อเพรียมเข้าสู่วัยประถมศึกษา แต่ควรจำกัดการใช้งานให้ไม่เกิน 1 ชั่วโมง และควรเน้นกิจกรรมที่สร้างสรรค์อื่น ๆ เช่น วาดรูป หรือร้องเพลง เป็นต้น

บทความอื่น ๆ ที่น่าสนใจ

สอนลูกพูด 2 ภาษา ทำให้เด็กพูดช้ากว่าปกติจริงไหม

นอนกับลูกดีอย่างไร พ่อแม่ที่นอนเตียงเดียวกับลูกต้องระวังอะไรบ้าง

แม่ขอแชร์! Ear pit ภัยเงียบจากรูเล็กๆ ข้างหูลูก ลูกชอบเล่นน้ำยิ่งต้องระวัง!

มีข้อสงสัยเรื่องการตั้งครรภ์ หรือมีคำถามเรื่องการเลี้ยงลูกหรือเปล่าคะ? ติดตามอ่านบทความ หรือสอบถามสิ่งที่คุณอยากรู้ผ่านแอปของเราได้เลย ดาวน์โหลด theAsianparent แอปพลิเคชัน ทั้ง IOS และ Android ได้แล้ววันนี้!