5 วิธีแก้ปัญหาลูกกินยากที่คุณแม่ฉลาดเตรียมให้

เรื่องกังวลสำหรับคุณแม่ลูกเล็กอีกหนึ่งเรื่องคือ การเจอกับปัญหาลูกกินยาก ที่ทำให้คุณแม่ต้องพยายามหาวิธีหรือปรุงอาหารให้ถูกใจคุณลูก เพื่อให้ลูกได้รับสารอาหารที่เพียงพอและเป็นประโยชน์ต่อร่างกาย ซึ่งมีผลสำรวจว่าคุณแม่ชาวกรุงจำนวน 100 คนที่มีลูกอยู่ในวัย 3-6 ปี ร้อยละ 87 ประสบปัญหากับพฤติกรรมลูกกินยากและมีโอกาสได้รับสารอาหารที่จำเป็นไม่ครบถ้วน

วิธีแก้ปัญหาลูกกินยาก, โฟร์โมสต์โอเมก้า

ลูกกินยากอาจได้รับสารอาหารไม่ครบถ้วน

พฤตกรรมลูกกินยากที่ทำให้คุณแม่ลำบากใจไม่ใช่น้อย อาจเกิดขึ้นจาก 2 ปัจจัยหลัก

  • เกิดจากพฤติกรรมการกินของลูก เช่น เขี่ยอาหารทิ้ง กินอาหารน้อยเกินไป และเลือกกินเฉพาะอาหารที่ชอบ ทั้งนี้พบว่าอาหารที่ลูกไม่ชอบรับประทานมากที่สุดคือ ผักใบเขียว เช่น ผักโขม ผักบุ้ง บร็อคโคลี คะน้า รองลงมาคือผักมีสี เช่น มะเขือเทศ แครอท  ฟักทอง รวมทั้งหัวหอม อาหารทะเล ตับและเครื่องในสัตว์ ซึ่งอาหารเหล่านี้ล้วนเป็นแหล่งของสารอาหารจำพวกวิตามินและเกลือแร่  เช่น  วิตามินเอ  วิตามินซี  วิตามินบี 1 วิตามินอี เหล็ก และโฟเลต ที่จำเป็นต่อการเสริมสร้างความแข็งแรงให้เนื้อเยื่อในร่างกาย ต่อต้านอนุมูลอิสระ และช่วยเสริมระบบภูมิคุ้มกันต่อโรคภัยต่างๆ
  • เกิดจากความเร่งรีบในแต่ละวันทำให้มีเวลาไม่เพียงพอในการเตรียมอาหารเอง อีกทั้งไม่สามารถควบคุมการรับประทานอาหารที่โรงเรียนของลูกได้

ซึ่งปัจจัยเหล่านี้เป็นสาเหตุให้ลูกน้อยอาจได้รับสารอาหารที่จำเป็นไม่เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย

5 วิธีแก้ปัญหาลูกกินยากที่คุณแม่ฉลาดเตรียมให้

วิธีแก้ปัญหาลูกกินยากที่คุณแม่ฉลาดเตรียมให้

  • ควรงดของว่าง นม หรือน้ำผลไม้ ก่อนมื้ออาหารประมาณ 3-4 ชั่วโมง
  • ให้ลูกนั่งร่วมโต๊ะกินอาหารพร้อมๆ กัน เริ่มต้นตักอาหารให้ลูกน้อยๆ แล้วค่อยๆ เติม โดยพ่อแม่กินอาหารเหมือนกับที่ลูกกินด้วย เช่น ผัดผัก แกงจืด เพื่อให้ลูกได้มองเป็นตัวอย่าง
  • ปล่อยให้ลูกลองช่วยเหลือตัวเองเวลากิน ให้ลูกหยิบจับอาหาร โดยคุณแม่อาจยอมปล่อยให้เลอะเทอะบ้าง เพื่อเป็นการให้ลูกสนุกกับอาหารตรงหน้า และรู้สึกไม่เป็นการบังคับให้ลูกกิน
  • ชวนลูกให้ลองทำอาหารเมนูง่ายๆ ร่วมกัน นอกจากทำให้ลูกเกิดความสนุกแล้วยังช่วยกระตุ้นให้เด็กเกิดความอยากกินขึ้นด้วย
  • หากคุณแม่กลัวว่าลูกกินยากหรือกินน้อยจะได้รับสารอาหารไม่ครบถ้วน ควรจัดอาหารเสริมโภชนาการระหว่างวันให้ลูก โดยคุณแม่กว่าครึ่งให้ลูกดื่มนมสำหรับเด็กเพราะเป็นแหล่งอาหารที่ให้สารอาหารที่ครบถ้วนทั้งโปรตีน แคลเซียม  วิตามินและแร่ธาตุ  ช่วยเสริมสร้างร่างกายให้เติบโตแข็งแรง  และเสริมให้ลูกได้รับสารอาหารอย่างพอเพียง พ่อแม่ควรให้ลูกดื่มนมเป็นประจำวันละ 1-2 แก้วพร้อมออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอควบคู่กัน

การให้ลูกดื่มนม จึงเป็นตัวเลือกที่เหมาะสำหรับลูกในวัยเจริญเติบโต  พ่อแม่ควรเลือกนมสำหรับเด็กให้ลูกดื่มเป็นประจำ เพราะมีโภชนาการที่เหมาะสมและมีสารอาหารที่จำเป็นต่อการเจริญเติบโตของลูกเล็ก  ตัวอย่างเช่น  โอเมก้าครบทั้ง 3 ชนิดซึ่งเป็นกรดไขมันชนิดดีมีส่วนช่วยบำรุงระบบประสาท จอประสาทตาและพัฒนาสมอง วิตามินบี 12  มีส่วนช่วยในการทำงานของระบบประสาทและสมอง ธาตุเหล็ก ซึ่งเป็นส่วนประกอบสำคัญของฮีโมโกลบินในเม็ดเลือดแดง ไอโอดีน เป็นส่วนประกอบที่สำคัญของฮอร์โมนไทรอยด์ซึ่งมีหน้าที่ควบคุมการเจริญเติบโตและการพัฒนาของร่างกายและสมอง วิตามินดี ช่วยให้ร่างกายดูดซึมแคลเซียมและฟอสฟอรัสได้ดี

โฟร์โมสต์โอเมก้า