วิธีเลี้ยงลูกแบบสวีเดน เลี้ยงลูกอย่างไรให้ฉลาดแบบไม่ต้องยัดเยียด

lead image

วิธีเลี้ยงลูกแบบสวีเดน พ่อแม่สไตล์คนสวีเดนเขาเลี้ยงลูกแบบไหน เคล็ดลับด้านการศึกษาของเด็กสวีเดน และคุณภาพชีวิตของเด็กได้ถูกเปิดเผยแล้วที่นี่

วิธีเลี้ยงลูกแบบสวีเดน

ประเทศสวีเดน เป็นประเทศที่ขึ้นชื่อในเรื่องของคุณภาพชีวิตที่ดีอันดับต้นๆ ของโลกเลยก็ว่าได้ ไม่ว่าจะเรื่องของสวัสดิการของรัฐ การศึกษา การดูแลเมื่อยามชนา และที่สำคัญคือเขาให้ความสำคัญกับเด็กเป็นอย่างมาก จึงไม่แปลกใจเลยว่าทำไมคนในประเทศนี้ถึงมีความสุข เราลองมาดูกันดีกว่าค่ะว่า วิธีเลี้ยงลูกแบบสวีเดน เป็นแบบไหน เขาเลี้ยงลูกกันอย่างไรบ้าง

1. ไม่ทำโทษลูกด้วยการตี

ประเทศสวีเดนมีการบังคับใช้กฎหมายไม่ให้ครูหรือผู้ปกครองทำโทษเด็กด้วยการตี หากใครฝ่าฝืนถือว่าคนผู้นั้นกระทำผิดกฏหมาย ซึ่งมีการบังคับใช้ตั้งแต่ปี 1970 นับว่าเป็นประเทศแรกที่บังคับใช้กฏหมายเลยก็ว่าได้ เหตุผลก็เพราะว่าต้องการให้พ่อแม่หาวิธีสอนลูกและการลงโทษลูกแบบอื่นที่มีผลดีต่อลูกมากกว่าการตีนั่นเองค่ะ

สาเหตุที่ไม่ควรทำโทษเด็กด้วยการตีนั่นเป็นเพราะว่า มีงานวิจัยมากมายที่บ่งบอกว่าการทำโทษเด็กแบนี้ให้ผลเชิงลบมากกว่าเชิงบวก เนื่องจากมันไม่ใช่เป็นแค่การทำร้างร่างกายเท่านั้น แต่มันเป็นการทำร้ายจิตใจที่ร้ายแรงแบบฝังรากลึกลงไป ถึงแม้ว่าเด็กจะเติบโตไป

สำหรับประเทศไทย มีการถกประเด็นเรื่องการทำโทษเด็กด้วยการตีเช่นเดียวกัน ทำให้เมื่อปี พ.ศ. 2548 ทางกระทรวงศึกษาธิการได้สั่งยกเลิกการลงโทษเด็กนักเรียนด้วยการตี และสามารถลงโทษเด็กด้วย  4 สถาน เท่านั้น คือ 1.ว่ากล่าวตักเตือน 2.ทำทัณฑ์บน 3.ตัดคะแนนความประพฤติ 4.ทำกิจกรรมเพื่อให้ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมค่ะ

2. ปฎิบัติต่อเด็กผู้หญิงกับเด็กผู้ชายเท่าเทียมกัน

ประเทศสวีเดนขึ้นชื่อเรื่องของความเท่าเทียมทางเพศสูงมาก ทำให้เด็กสามารถเติบโตขึ้นมาในสิ่งที่ตนเองเป็น ไม่ว่าจะเป็นตัวตนและการกระทำต่างๆ ไม่มีการแบ่งแยกชายและหญิง ไม่มีการใช้คำนำหน้าชื่ออย่าง เด็กชาย เด็กหญิง และในโรงเรียนบางแห่งไม่มีแยกห้องน้ำชายหญิงด้วยเช่นกัน อีกทั้งทั้งเด็กผู้หญิและเด็กผู้ชายก็มักจะถูกปฏิบัติเหมือนกัน นอกจากนี้ ยังมีการส่งเสริมสร้างทัศนคติความเท่าเทียมกันอีกด้วย

วิธีเลี้ยงลูกแบบสวีเดน

วิธีเลี้ยงลูกแบบสวีเดน

3. ส่งลูกเข้าเดย์แคร์

เดย์แคร์ คือ สถานรับดูแลและเลี้ยงเด็กเล็ก สำหรับประเทศไทยพ่อแม่ส่วนใหญ่จะให้ปู่ย่าตายายช่วยเลี้ยง แต่ที่ประเทศสวีเดนกลับตรงกันข้าม รัฐบาลจะเข้าไปสนับสนุนให้เด็กไปใช้ชีวิตอยู่ที่เดย์แคร์ เพราะว่าต้องการให้เด็กรู้จักการเข้าสังคมตั้งแต่ยังเล็ก รวมถึงให้พ่อแม่สามารถกลับไปทำงานได้อย่างไร้ความกังวล หรือไม่ต้องเสียเงินในจำนวนที่มากเพื่อจ้างพี่เลี้ยงมาช่วยดูแลลูกน้อย

4. พ่อสามารถลาเพื่อเลี้ยงลูกได้

ในประเทศสวีเดนมีการสนับสนุนให้คุณพ่อสามารถลาเพื่อมาช่วยคุณแม่เลี้ยดูลูกได้ โดยมีระยะเวลารวมกันกัน คือ 480 วัน ส่วนคุณพ่อยังสามารถลาติดต่อกันได้นานถึง 2 เดือนอีกด้วย ตามกฎหมายแรงงาน เพื่อเป็นการผลักดันให้คุณพ่อมีความใกล้ชิดกับลูกน้อยไม่ต่างจากคุณแม่ สำหรับประเทศไทยเอง ในกรณีที่ลูกป่วยพ่อแม่ก็สามารถลาเพื่อดูแลลูกได้นานถึง 120 วันต่อปี

สำหรับประเทศไทย คุณแม่สามารถลาคลอดได้ 90 วัน (นับรวมวันหยุด) ซึ่งจะได้รับจากนายจ้างเหมือนกับขณะทำงานปกติ แต่จะได้รับเพียง 45 วันเท่านั้น

5. ให้ลูกเริ่มเรียนทีหลัง

ในสวีเดน เด็กจะเริ่มเข้าโรงเรียนตอนอายุ 7 ปี ซึ่งการมีเวลาเล่นนานหลายปีของเด็ก สามารถป้องกันปัญหาความเครียดในเด็ก และปัญหาการเรียนรู้ยากและไม่เข้าใจในการเรียนในอนาคต

6. ปล่อยให้ลูกเล่นซนอย่างเต็มที่

พ่อแม่ชาวสวีเดนมักจะปล่อยให้ลูกได้ออกไปเล่นอย่างเต็มที่ ปล่อยให้ลูกเล่นซนเนื้อตัวเปรอะเปื้อนบ้าง ไม่กลัวว่าลูกจะล้มเป็นแผล เพราะว่าการที่ลูกทำกิจกรรมต่างๆ ทั้งการผจญภัยและการสำรวจสิ่งต่างถือว่าเป็นการเสริมสร้างสังคมให้กับเด็กนั่นเองค่ะ

ที่มา: brandthink

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ:

กิจกรรมเล่นกับลูกให้ฉลาด กระตุ้นพัฒนาการทารก วิธีเสริมพัฒนาการลูกน้อยวัยทารก เล่นกับลูกให้ฉลาด

กิจกรรมเสริมพัฒนาการเด็กเล็ก-3 ขวบ จากฮาวาร์ด พ่อแม่ควรเล่นกับลูกอย่างไร

กิจกรรมสำหรับเด็กสมาธิสั้น ไม่อยู่นิ่ง ซุกซน วอกแวก พ่อแม่ควรทำอย่างไร?

มีข้อสงสัยเรื่องการตั้งครรภ์ หรือมีคำถามเรื่องการเลี้ยงลูกหรือเปล่าคะ? ติดตามอ่านบทความ หรือสอบถามสิ่งที่คุณอยากรู้ผ่านแอปของเราได้เลย ดาวน์โหลด theAsianparent แอปพลิเคชัน ทั้ง IOS และ Android ได้แล้ววันนี้!

บทความโดย

Khunsiri