วิธีรักษาแมลงกระดกเบื้องต้น แมลงก้นกระดก ด้วงก้นกระดก มาทุกหน้าฝน ป้องกันอย่างไร

วิธีรักษาแมลงกระดกเบื้องต้น แมลงก้นกระดก ด้วงก้นกระดก มาทุกหน้าฝน ป้องกันอย่างไร

ทุกปีต้องเจอ แมลงก้นกระดก แมลงตัวร้ายประจำหน้าฝน วิธีปฐมพยาบาลรักษาแมลงกระดกเบื้องต้น

วิธีรักษาแมลงกระดกเบื้องต้น

วิธีรักษาแมลงกระดกเบื้องต้น แมลงก้นกระดก ด้วงก้นกระดก มาทุกหน้าฝน โดนตัวเป็นตุ่มใส สร้างแผลเป็นรอยไหม้ได้

 

แมลงกระดกคืออะไร

แมลงกระดก เป็นแมลงสีส้มดํา มีชื่อเรียกว่า ด้วงก้นกระดก เพราะแมลงก้นกระดกเป็นด้วงปีกสั้น มีลักษณะก้นงอน แต่ก็มีการเรียกชื่ออื่น ๆ ที่หลากหลาย เช่น แมลงเฟรชชี่ ด้วงกรด แมลงน้ำกรด เนื่องจากมีสารพิษชื่อว่าพีเดอริน (Paederin) มีฤทธิ์เป็นกรดอ่อน สามารถทำลายเซลล์เนื้อเยื่อผิวหนังได้

ปกติจะพบกับแมลงกระดกได้ตามพงหญ้า หรือพื้นที่ใกล้แหล่งน้ำ แต่พอหน้าฝน จะมีการระบาดของแมลงกระดก ทำให้เป็นอันตรายต่อคนทุกวัย ทั้งผู้ใหญ่ เด็กเล็ก และทารก

 

พิษภัยจากแมลงกระดก แมลงก้นกระดก หรือด้วงก้นกระดก

ขึ้นชื่อว่าเป็น แมลงน้ำกรด ย่อมทำลายเนื้อเยื่อผิวหนังได้ไม่น้อย โดยเฉพาะแมลงกระดกตัวเมียที่จะมีปริมาณสารพิษมากกว่าแมลงกระดกตัวผู้ แค่เพียงสัมผัสก็สามารถเกิดแผลขึ้นได้

อาการที่เกิดขึ้นเมื่อสัมผัส แค่เอามือปัด หรือบี้ ก็คือ อาการผิวหนังอักเสบ ซึ่งเกิดจากการสัมผัสสารพีเดอริน โดยเฉพาะการบี้จนทำให้แมลงกระดกท้องแตก แต่อาการผิวหนังอักเสบนั้นไม่ได้เกิดขึ้นทันที อาจเกิดขึ้นหลังจากการสัมผัสไปแล้ว 8-12 ชั่วโมง

 

ลักษณะของแผลที่เกิดจากการสัมผัสแมลงกระดก

มีตั้งแต่เป็นแค่ผื่นแดง จนถึงเป็นรอยไหม้ ลักษณะของแผลที่เกิดจากแมลงกระดกมักเป็นทางยาว เพราะคนส่วนใหญ่มักจะปัดออกไปจากตัว ลักษณะของผื่นจะมีขอบเขตชัดเจน จากนั้นค่อยเป็นตุ่มน้ำพองใส และตุ่มหนองเกิดขึ้นตามมาหลังจากนั้น 2-3 วัน

ผื่นที่เกิดขึ้นจากแมลงกระดกมักไม่ทำให้คัน แต่กลับเป็นอาการแสบร้อน หากสัมผัสในบริเวณรอยพับ เช่น ข้อศอก ข้อเข่า มักจะกระจายไปสัมผัสทั้งสองด้าน แต่หากสารพีเดอรินถูกบริเวณดวงตา จะก่อให้เกิดตาบวมแดง และเสี่ยงต่อการตาบอดได้

อันตรายของการสัมผัสแมลงกระดกคือ สารพิษนั้นอาจโดนในบริเวณที่ผิวอ่อน เช่น ใบหน้า รอบดวงตา ซึ่งทำให้อาการรุนแรงกว่าบริเวณอื่น

 

วิธีรักษาแมลงกระดกเบื้องต้น แมลงก้นกระดก วิธีป้องกันแมลงกระดก, แมลงน้ำกรด, แมลงสีส้มดํา, แมลง กัด เป็น รอย ไหม้ รักษา, แผลพุพอง แมลงกัดต่อย, แมลงกัด แสบร้อน

วิธีรักษาแมลงกระดกเบื้องต้นทำอย่างไร

วิธีปฐมพยาบาลหรือรักษาพิษจากแมลงกระดกเบื้องต้น
  • ล้างผิวด้วยน้ำเปล่าและฟอกสบู่บริเวณที่โดนพิษจากแมลงกระดก
  • ประคบเย็นบริเวณที่สัมผัสกับแมลงโดยตรง
  • สังเกตอาการหลังจากนั้น หากเกิดเป็นเพียงรอยแดงจะหายเองได้ไม่เกิน 3 วัน
  • ถ้าอาการผื่นเป็นมาก หรือมีตุ่มน้ำพองเกิดขึ้น อย่าแกะเกา ถ้าไปแกะจะทำให้อาการลุกลามกว้างออกไป
  • หากมีอาการอื่น ๆ ให้รีบพบแพทย์ ถ้าเป็นผื่นมาก แพทย์อาจจะให้ใช้ครีมสเตียรอยด์ทาบริเวณผื่นแดง ถ้าผื่นมีตุ่มน้ำหรือตุ่มหนอง หรือมีรอยแผลไหม้ จะต้องประคบด้วยน้ำเกลือครั้งละ 5-10 นาที วันละ 3-4 ครั้งจนกว่าแผลแห้ง และแพทย์จะให้รับประทานยาปฏิชีวนะเพื่อป้องกันการติดเชื้อแบคทีเรีย
  • สำหรับเด็กเล็กหรือลูกวัยทารก หลังจากล้างและฟอกสบู่บริเวณที่เป็นแผลแล้ว ควรพามาพบแพทย์

 

วิธีป้องกันอันตรายจากด้วงก้นกระดก
  1. สังเกตที่นอน หมอน ให้ดี ทำความสะอาดบ้านอย่างสม่ำเสมอ
  2. ปิดบ้านให้มิดชิด ปิดประตู หน้าต่างให้สนิท ติดมุ้งลวดหรือกางมุ้งนอน
  3. ให้เปลี่ยนหลอดไฟจากสีขาวเป็นสีเหลือง และต้องระวังแมลงก้นกระดกบินตามแสงไฟเข้ามาในบ้าน ควรติดไฟล่อแมลงไว้ห่างจากตัวบ้าน
  4. กำจัดตะกอนดินที่มีหญ้าวัชพืชขึ้นตามหลังคา กันสาด ตัดหญ้ารอบบ้านให้สั้น เพราะอาจเป็นแหล่งเพาะพันธุ์แมลงก้นกระดกได้
  5. หากแมลงก้นกระดกเกาะตามตัวให้ใช้ผ้าหรือกระดาษเขี่ยออกแล้วรีบล้างผิวหนังด้วยน้ำและสบู่
  6. การทิ้งขยะนอกบ้าน เศษอาหารและเศษผักใส่ถุงดำมัดปากให้แน่น เพื่อไม่ให้เป็นแหล่งอาหารของแมลงก้นกระดก

 

อาการอักเสบต่าง ๆ มักจะหายไปได้ใน 1-2 สัปดาห์หลังสัมผัสโดนแมลงก้นกระดก และจะทิ้งรอยดำไว้เป็นระยะเวลาหนึ่ง แต่ไม่เป็นแผลเป็น ยกเว้นสัมผัสสารพิษปริมาณมาก โดนสารพิษในบริเวณที่บอบบาง หรือมีอาการแพ้รุนแรง อย่างไรก็ตาม เมื่อสัมผัสโดนแมลงกระดกแล้ว ต้องทำตามวิธีรักษาแมลงกระดกเบื้องต้นเพื่อบรรเทาอาการ

ที่มา : https://www.si.mahidol.ac.th และ http://www.dms.moph.go.th

บทความอื่น ๆ ที่น่าสนใจ

โรคหน้าฝน โรคที่มากับฤดูฝน ฝนตก ลูกเสี่ยงป่วยง่าย โรคไหนที่ต้องระวังในหน้าฝน โรคหน้าฝนในเด็ก

ระวังเด็กป่วยโรคมือ เท้า ปาก กรมควบคุมโรคเตือนพ่อแม่ ดูแลลูก 1-3 ปี สังเกตอาการโรคมือเท้าปาก

ระวังป่วยโรคไข้หวัดใหญ่ คนท้อง ทารก เด็กเล็ก วัยเรียน กลุ่มเสี่ยงไข้หวัดใหญ่ โรคร้ายเสียชีวิตได้

8 ต้นไม้มีพิษต่อเด็ก ก่อเกิดอาการแพ้ ผื่นเเดง คันคะเย่อ ควรหลีกเลี่ยง

 

มีข้อสงสัยเรื่องการตั้งครรภ์ หรือมีคำถามเรื่องการเลี้ยงลูกหรือเปล่าคะ? ติดตามอ่านบทความ หรือสอบถามสิ่งที่คุณอยากรู้ผ่านแอปของเราได้เลย ดาวน์โหลด theAsianparent แอปพลิเคชัน ทั้ง IOS และ Android ได้แล้ววันนี้!

บทความโดย

Tulya

app info
get app banner