วิธีพัฒนาสมองเด็ก ตั้งแต่แรกเกิดถึง 6 ขวบ ติดปีกให้สมองลูกฉลาดขึ้น

lead image

วิธีพัฒนาสมองเด็ก เพื่อเสริมสร้างพัฒนาทางสมองที่ดี สำหรับเด็กวัยแรกเกิด ไปจนถึง 6 ขวบ ติดปีกให้สมองลูก ช่วยให้ลูกฉลาด พัฒนาการดีรอบด้าน

วิธีพัฒนาสมองเด็ก ตั้งแต่แรกเกิดถึง 6 ขวบ

วิธีพัฒนาสมองเด็ก ที่คุณพ่อคุณแม่สามารถช่วยได้ง่าย ๆ ใช้ได้กับเด็กในวัยตั้งแต่แรกเกิด ไปจนถึง 6 ขวบ วิธีที่จะช่วยเสริมสร้างพัฒนาการทางสมองของเด็กจะมีอะไรบ้าง ไปติดตามกันเลย

วิธีพัฒนาสมองเด็ก วัยแรกเกิด-1 ปี

ในช่วงแรกเกิดนั้น ทารกจะสามารถมองเห็น ได้ยิน และเริ่มเรียนรู้ที่จะตอบโต้กับคุณพ่อและคุณแม่ เช่น ร้องไห้เมื่อหิว หรือง่วง เป็นต้น นอกจากนี้เด็กแรกเกิดยังเริ่มที่จะจดจำใบหน้าของคนได้บ้างแล้ว ซึ่งวิธีการกระตุ้น เพื่อพัฒนาสมอง สามารถทำได้โดย

  • พูดคุยกับลูก และให้ลูกเห็นใบหน้าบ่อย ๆ และอาจจะใช้ของเล่นอย่างเช่น โมบาย เพื่อกระตุ้นการมองเห็นของลูก
  • สภาพแวดล้อมรอบตัวลูกควรเป็นสถานที่สะอาด โปร่งโล่ง สามารถมองเห็นสิ่งต่าง ๆ ได้ชัดเจน เพราะสภาพแวดล้อมนั้น ก็เป็นอีกปัจจัยที่สำคัญต่อพัฒนาการของเจ้าตัวน้อย การที่เด็กได้เห็นสิ่งต่างๆ รอบตัว จะช่วยกระตุ้นพัฒนาการของเด็กได้
  • ปัจจัยทางด้านเสียง ก็เป็นปัจจัยสำคัญ ที่จะช่วยกระตุ้นพัฒนาการทางสมองของเด็กได้ดี ไม่ควรอยู่ในที่ ๆ มีเสียงดังรบกวนมากเกินไป แต่ก็ไม่ควรเงียบสงบจนเกินไป โดยคุณพ่อคุณแม่อาจจะร้องเพลงให้ลูกฟัง หรือเปิดเพลงเบา ๆ สบาย ๆ ก็จะช่วยกระตุ้นพัฒนาการของเจ้าตัวน้อยได้เช่นกัน
  • เมื่อถึงวัยเริ่มคลาน เด็กจะสนใจของเล่นมากขึ้น แต่เด็กในวัยนี้มักจะชอบหยิบสิ่งของต่าง ๆ รอบตัวเข้าปาก ดังนั้นจึงควรระวังเรื่องความปลอดภัยเป็นพิเศษ
  • ไม่ควรซื้อของเล่นให้ลูกมากชิ้นเกินไป เพราะจะทำให้เด็กเสียสมาธิ เลือกไม่ถูกว่าจะเล่นอะไรดี ยิ่งมีของเล่นน้อยชิ้น ก็จะทำให้เด็กมีเวลาเล่น หรือศึกษาของเล่นชิ้นนั้นอย่างละเอียด ซึ่งจะเป็นพื้นฐานที่ดีของการสร้างสมาธิของเด็กในอนาคต
สมองลูก วิธีพัฒนาสมองเด็ก ตั้งแต่แรกเกิดถึง 6 ขวบ ติดปีกให้สมองลูกฉลาดขึ้น

วิธีพัฒนาสมองลูก

วิธีพัฒนาสมองเด็ก วัย 1-2 ปี

เด็กในวัยนี้เริ่มมีกล้ามเนื้อที่แข็งแรงขึ้น ทรงตัวได้ดีขึ้น เริ่มเดินได้ และมีการประสานการทำงานระหว่างกล้ามเนื้อต่าง ๆ ได้ดีขึ้น และเริ่มทานอาหารเองได้บ้างแล้ว ซึ่งวิธีการกระตุ้น เพื่อพัฒนาสมอง สามารถทำได้โดย

  • ฝึกให้เด็กหยิบจับสิ่งของที่ไม่เป็นอันตราย และหัดให้ลูกได้วาด ได้เขียน
  • สมองของเด็กในวัย 1 ปีขึ้นไป นั้น พร้อมที่จะเริ่มจดจำตัวอักษรต่าง ๆ และเริ่มฟัง และเข้าใจภาษาได้หลายภาษา ซึ่งคุณพ่อคุณแม่สามารถอ่านหนังสือให้ลูกฟัง และสามารถสอดแทรกการสอนอ่านหนังสือ และการพูดไปพร้อม ๆ กันได้
  • ในขณะที่อ่านหนังสือให้ลูกฟัง ถ้าเด็กฟังโดยไม่มีท่าทีที่เบื่อหน่าย แสดงว่าลูกสนใจในเรื่องที่เราอ่าน หรือสอน

วิธีพัฒนาสมองเด็ก วัย 2-6 ปี

ร่างกายของเด็กในวัยนี้ เริ่มมีความแข็งแรงมากขึ้น สามารถเดิน และวิ่งได้ ชอบทำกิจกรรมต่าง ๆ ชอบเล่นกับเพื่อน ซึ่งวิธีการกระตุ้น เพื่อพัฒนาสมอง สามารถทำได้โดย

  • การเล่นต่อภาพ การต่อไม้บล็อก การส่งเสริมให้ลูกอ่านหนังสือ จะช่วยให้เด็กมีพัฒนาการ รู้จักความหมายของสิ่งต่าง ๆ มากขึ้น สามารถแยกแยะความแตกต่าง และความสัมพันธ์ของสิ่งต่าง ๆ ได้
  • ในช่วงวัยนี้ เด็กจะมีความต้องการจะเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ ช่างสงสัย ชอบถาม คุณพ่อคุณแม่ควรตอบคำถามเด็ก และพยายามอธิบายถึงสิ่งต่าง ๆ ด้วยความใจเย็น เพราะการตอบคำถามจะเป็นการทำให้เด็กได้แนวคิด ช่วยพัฒนาสติปัญญา
  • การเลี่ยงที่จะไม่ตอบคำถาม หรือการตอบแบบขอไปที จะทำให้ความคิดเด็กที่กำลังพัฒนานั้น หยุดชะงัก
  • การส่งเสริมเรื่องจินตนาการ และความคิดสร้างสรรค์ของเด็กในวัยนี้ มีความสำคัญอย่างมาก อีกทั้งยังเป็นวัยที่เหมาะสมที่สุดในการพัฒนาความคิดสร้างสรรค์ เพราะเมื่อเด็กโตขึ้น บางครั้งความคิดสร้างสรรค์จะถูกแทนที่ด้วยหลักเหตุผล ยกตัวอย่างเช่น เมื่อยังเล็ก เด็กจะวาดรูปช้าง โดยใช้สีหลายสี ทั้งที่ในความเป็นจริงแล้ว สีของช้างไม่ได้มีหลายสี และไม่ได้มีสีสดอย่างที่เด็กวาด และเมื่อโตขึ้น ความจริงและเหตุผลจะทำให้เด็กวาดรูปช้างด้วยสีเทา เพื่อให้เหมือนกับช้างจริง ๆ เป็นต้น

หากเด็กได้รับการส่งเสริมในเรื่องของจินตนาการ และความคิดสร้างสรรค์ในช่วงนี้อย่างดีแล้ว เด็กก็จะมีความคิดสร้างสรรค์ติดตัว และสามารถนำมาปรับใช้เมื่อเด็กโตขึ้นได้

นอกจากนี้ การอ่านหนังสือ การดูรายการอย่างเช่น สารคดีต่าง ๆ และการพาลูกออกไปเที่ยว ทัศนศึกษาตามสถานที่ต่าง ๆ ก็จะเป็นการสร้างประสบการณ์ที่หลากหลายให้กับเด็ก ยิ่งสร้างมาก เด็กก็จะยิ่งมีความรู้มาก และเรียนรู้ได้ง่ายและเร็วขึ้น เนื่องจากเด็กมีพื้นฐานประสบการณ์ที่ดีนั่นเอง

ที่มา thaihealth.or.th

บทความอื่น ๆ ที่น่าสนใจ

16 วิธีพัฒนา EF ช่วยให้ลูกเก่ง ฉลาด เสริมสร้างทักษะการคิด

7 วิธีการเลี้ยงลูกแบบผิดๆ พ่อแม่รู้แล้วอย่าทำ!

คุณพ่อเลี้ยงเดี่ยว vs คุณแม่เลี้ยงเดี่ยว กับวิธีเลี้ยงลูกที่ต่างกัน