วิธีฝึกลูกวัยอนุบาลให้ฉลาด เรียนเก่ง สมองไว พ่อแม่ต้องทำยังไง?

lead image

วิธีฝึกลูกวัยอนุบาลให้ฉลาด

วิธีฝึกลูกวัยอนุบาลให้ฉลาด พ่อแม่ควรทำอย่างไร เคล็ดลับการเลี้ยงลูกในวัยนี้คือ พ่อแม่ต้องเริ่มจากการเสริมสร้างพัฒนาการการของลูกน้อยโดยการกระตุ้นจินตนาการ เพราะเมื่อลูกเกิดจินตนาการที่ดี ย่อมทำให้เกิดความคิดสร้างสรรค์ และนำมาซึ่งการเรียนรู้ที่ดีอย่างสมวัยสำหรับเด็กวัยอนุบาลค่ะ เมื่อลูกรู้จักสร้างจินตนาการเวลาที่ครูสอนเด็กก็จะได้จินตนาการ นึกภาพตามที่คุณครูสอนตามไปด้วย

1.จินตนาการของเด็กแต่ละวัยเป็นอย่างไร

เด็กในวัย 3 ขวบ ส่วนใหญ่จะสนุกอยู่กับการเล่นบทบาทสมมติ สนุกกับการบอกเล่าเรื่องราวที่พบเห็น หรือเรื่องราวในจินตนาการของเขา เด็กวัยนี้จะมีความฝันจึงมักจะชอลขีดๆ เขียนๆ เห็นอะไรก็วาดรูปเต็มไปหมด พออายุได้ประมาณ 4 ขวบ เด็กก็จะเริ่มวาดรูปเป็นสถานที่ต่างๆ มีการใส่รายละเอียดมากขึ้น ไม่ว่าเป็นรูปคน หรือสิ่งที่อยู่ในจินตนาการของพวกเขาค่ะ

เมื่ออายุได้ 5 ขวบ เด็กๆ จะเริ่มวาดรูปที่มีความซับซ้อนมากขึ้น และเริ่มวาดได้หลายรูปทรง ไม่ว่าจะเป็นสามเหลี่ยม ห้าเหลี่ยม หรือดาวห้าแฉก ทั้งยังสามารถจะเล่าความคิดตัวเองผ่านการวาดรูปได้ด้วย ทำให้พ่อแม่รับรู้ความคิดและความรู้สึกลูกน้อยจากภาพวาดค่ะ หากพ่อแม่อยากรู้ว่าลูกในขณะเป็นอย่างไร มีเรื่องปิดบังพ่อแม่หรือเปล่า ลองแอบดูตอนลูกขีดๆ เขียนๆ นะคะ และถามลูกว่าวาดรูปอะไรอยู่ อธิบายให้แม่ฟังหน่อยได้ไหม

2.วิธีกระตุ้นความฉลาดให้ลูกน้อย

กิจกรรมสำหรับเด็กวัยอนุบาลนั้น พ่อแม่ต้องรอดูว่าลูกพร้อมที่ทำกิจกรรมหรือเปล่า ดูว่าอารมณ์ตอนนี้ลูกอยากวาดรูปไหม อยากเล่นอะไรหรือเปล่า แล่อยให้เขาได้ตัดสินใจ อย่าไปบังคับค่ะ และคอยวางแนวทางหรือกิจกรรมให้ลูกได้ทำ ดังนี้

3.ให้ลูกเล่าเรื่องจากหนังสือที่อ่าน:

พ่อแม่อาจจะหาหนังสืออะไรให้ลูกอ่านสักเล่ม อาจจะให้ลูกเลือกเองได้นะคะ จากนั้นปล่อยให้ลูกอ่านคนเดียวจนจบค่ะ คราวนี้ลองให้ลูกเล่าเรื่องที่อ่านให้ฟังค่ะ พอลูกเล่าจบแล้วก็ให้ลูกคิดเพิ่มเล่นๆ เช่น ถ้าตอนจบไม่ใช่แบบนี้จะเป็นยังไง ลองแต่งตอนจบของเรื่องใหม่ เพื่อเป็นการกระตุ้นให้ลูกน้อยเกิดความคิดนอกกรอบค่ะ

4.เล่นเกมใบ้คำ:

พ่อแม่ลองหาเวลาว่างเล่นเกมทายคำ เกมทายคำศัพท์ เกมทายชื่อสัตว์ หรือเกมทายสิ่งรอบตัวของลูกดูนะคะ โดยผลัดกันถาม-ตอบดู วิธีจะทำให้ลูกรู้จักคิด จินตนาการ และช่างสังเกตค่ะ

ประโยคภาษาอังกฤษคุยกับลูก

5.พาลูกไปเที่ยวที่ต่างๆ:

สิ่งที่จะช่วยให้ลูกเกิดการเรียนรู้ได้ดีทีสุด คือ การใช้ประสาทสัมผัสทั้ง 5 ไม่ว่าจะเป็น การเห็น ได้ยิน ชิม ดม และสัมผัส สิ่งเหล่านี้ การที่ให้ลูกได้เห็นของจริงจากพิพิธภัณฑ์ หรือสวนสัตว์ จะช่วยกระตุ้นให้ลูกเกิดความสนใจ อละการตั้งคำถามมากขึ้นค่ะ หากลูกถามคำถามยากๆ ที่พ่อแม่ไม่รู้ อาจจะถามผู้เชี่ยวชาญตามสถานที่ต่างๆ ให้ช่วยตอบคำถามแทนเราได้ด้วยค่ะ

6.ให้ลูกทำงานบ้าน:

การทำงานบ้านสำหรับเด็กเป็นเรื่องสำคัญ เพราะจะทำให้เด็กเกิการเรียนรู้จากสิ่งรอบตัวก่อน พ่อแม่อาจจะเริ่มจากงานง่ายๆ เช่น การจัดโต๊ะอาหาร การเตรียมอาหาร หรือเป็นลูกมือของพ่อแม่ค่ะ

7.ใช้ของเล่นเสริมพัฒนาการ:

ของเล่นสมัยนี้ดีๆ มีเยอะค่ะ สำหรับเด็กวัยนี้แนะนำให้พ่อแม่ซื้อของเล่นเสริมพัฒนาการให้ลูกน้อยค่ะ เช่น ตัวต่อ บล็อกไม้ เพราะของเล่นพวกนี้จะทำให้ลูกน้อยได้ใช้ความคิดของตัวเองในต่อเป็นสิ่งต่างๆ ตามจินตนาการเลยค่ะ หรือพ่อแม่ลองหาของเล่นที่ให้ลูกฝึกคิดการแก้ไขปัญหาด้วยก็ดีค่ะ

8.ให้ลูกเล่นแป้งโดว์ ดินน้ำมัน:

การให้ลูกได้เล่นดินน้ำมันก็คล้ายกับการให้ลูกเล่นตัวต่อ เพียงแต่การปั้นดินน้ำมันเป็นรูปต่างๆ มักจะมีความง่ายกว่าค่ะ

9.ตัด แปะ:

กิจกรรมนี้เป็นการฝึกการสร้างเรื่องราวค่ะ ซึ่งสิ่งที่พ่อแม่ต้องเตรียมก็คือ นิตยสาร หรือหนังสือพิมพ์เก่าๆ เพื่อให้ลูกน้อยตัดเอารูปภาพคน สัตว์ หรืออะไรก็แล้วแต่ออกมา แล้วแปะเข้าไปให้กระดาษใหม่ เพื่อทำเป็นเรื่องราวในแบบของตัวเองค่ะ

สำหรับกิจกรรมเหล่านี้ เด็กๆ คงได้ทำขณะที่อยู่เรียนเช่นเดียวกัน แต่เชื่อว่าพ่อแม่บางคนไม่รู้ว่าตอนที่ลูกอยู่ที่โรงเรียนลูกเรามีพัฒนาการอย่างไร เข้าใจสิ่งที่ครูสอนไหม มีความกระตือรือร้นที่จะเรียนรู้หรือเปล่า กิจกรรมเหล่านี้สามารถช่วยพ่อแม่ได้ค่ะ ลองให้ลูกทำ และสังเกตดู ถ้าลูกทำได้ผ่านฉลุยแสดงว่าลูกมีแววฉลาดแน่นอน

ที่มา: raisingchildren

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ:

ลูกมีกี่ประเภท ถ้าพ่อแม่อยากให้ลูกดี ๆ มาเกิดควรทำอย่างไร พระพุทธเจ้าตรัสไว้ลูกมีกี่ประเภท

แม่ห้ามทำ เมื่อลูกอาละวาด ลูกโมโหง่าย โมโหร้าย ก้าวร้าว วิธีจัดการเด็กอาละวาด 4 ไม่ ที่แม่ห้ามทำ เมื่อลูกเกิดกรีดร้อง อาละวาด

เทคนิคเลี้ยงลูกวัยอนุบาล 3 – 6 ขวบ ลูกวัยนี้ควรเน้นเรื่องอะไรบ้าง

มีข้อสงสัยเรื่องการตั้งครรภ์ หรือมีคำถามเรื่องการเลี้ยงลูกหรือเปล่าคะ? ติดตามอ่านบทความ หรือสอบถามสิ่งที่คุณอยากรู้ผ่านแอปของเราได้เลย ดาวน์โหลด theAsianparent แอปพลิเคชัน ทั้ง IOS และ Android ได้แล้ววันนี้!

บทความโดย

Khunsiri