theAsianparent Logo

วิธีทําให้ลูกฉลาดตั้งแต่อยู่ในท้อง จนคลอดออกมา

ทำอย่างไรให้ลูกฉลาด! พ่อแม่อย่าเพิกเฉยเพราะเห็นว่าลูกยังไม่คลอดออกมา เพราะสมองดีสร้างได้ตั้งแต่ลูกอยู่ในท้อง มาดูวิธี สร้างความฉลาด ให้ลูกเติบโตอย่างแข็งแกร่ง ทั้งร่างกายและสมอง

วิธีทําให้ลูกฉลาดตั้งแต่อยู่ในท้อง จนคลอดออกมา

พ่อแม่อยากให้ลูกฉลาด หัวไว ต้องทำตามนี้ วิธีทําให้ลูกฉลาดตั้งแต่อยู่ในท้อง กระทั่งคลอดออกมา ก็ต้องคอยกระตุ้นลูกอยู่เสมอ กับวิธีเจ๋งๆ ที่ทำให้ลูกฉลาดได้ตั้งแต่อยู่ในครรภ์

ความฉลาดเป็นสิ่งที่พ่อแม่ได้แต่ภาวนา อยากให้ลูกมีติดตัวมาตั้งแต่เกิด แต่การคาดหวังผลลัพธ์ โดยไม่ลงมือทำอะไรเลย ย่อมไม่ช่วยให้ลูกฉลาดได้สมใจ พ่อแม่จึงต้องกระตุ้นลูกตั้งแต่อยู่ในครรภ์ คอยบำรุงร่างกายอย่างดี ให้แข็งแรงทั้งแม่และลูก จนกระทั่งคลอดออกมา ก็ยิ่งต้องใส่ใจดูแล เพราะผู้เชี่ยวชาญเชื่อกันว่า ในไม่กี่ปีแรกของชีวิตลูก มีความสำคัญยิ่ง ถ้าลูกออกสตาร์ทด้วยความแข็งแรงทั้งร่างกาย จิตใจ และสมอง จะช่วยให้ลูกวิ่งไปสู่เส้นชัยได้ไม่ยาก

เสริมสร้างความฉลาดตั้งแต่อยู่ในท้อง

1.ออกกำลังกาย

แม่ท้องควรออกกำลังกายอย่างเหมาะสม ในแต่ละไตรมาสของตัวเอง เพราะผลวิจัยยืนยันแล้วว่า การออกกำลังกาย ช่วยกระตุ้นให้เด็กมีพัฒนาการด้านสติปัญญา แต่การออกกำลังกายของแม่ท้องแต่ละคนนั้น ต้องปรึกษาคุณหมอก่อนนะคะ เพื่อไม่ให้เป็นอันตรายต่อลูกในท้อง

2.เลือกทานอาหารที่มี กรดไขมันโอเมก้า 3

แม่ท้องควรทานอาหารที่หลากหลาย โดยเลือกที่มีกรดไขมันโอเมก้า 3 ซึ่งพบมากในปลา น้ำมันตับปลา ผักโขม ไข่ปลา วอลนัท เพราะโอเมก้า 3 เป็นสารอาหารที่ช่วยกระตุ้นสมองทารกให้สมบูรณ์ เสริมสร้างความฉลาดได้

3.พูดคุยกับลูกในท้อง

การสื่อสารระหว่างแม่กับลูก นอกจากจะช่วยส่งเสริมความสัมพันธ์ เพิ่มเติมความผูกพันระหว่างกันแล้ว ยังมีส่วนกระตุ้นเรื่องอารมณ์ความรู้สึก จากเวลาที่คุณแม่ คุณพ่อ ส่งเสียงพูดคุย แล้วลูกก็ดิ้นหรือเตะเป็นการตอบกลับมา แม่ๆ รู้ไหมว่า ช่วยพัฒนา EQ ลูกได้ ซึ่ง EQ = Emotional Quotient หรือ เชาว์อารมณ์ สำคัญต่อการใช้ชีวิตไม่แพ้ IQ เลยนะ

4.ต้องกินโฟลิก สําหรับคนท้อง

แม่ท้องหรือคนที่วางแผนจะมีลูก ต้องทานกรดโฟลิก (Folic acid) ให้ดี ต้องเริ่มก่อนตั้งครรภ์อย่างน้อย 3 เดือน ซึ่งผู้เชี่ยวชาญแนะนำว่า ควรทานโฟลิกต่อเนื่องไปจน 12 สัปดาห์ การทานโฟลิกช่วยป้องกันความผิดปกติของระบบประสาทในทารก ช่วยไม่ให้เกิดภาวะไม่มีเนื้อสมอง ภาวะไขสันหลังไม่ปิด เพราะโฟลิกจะช่วยสร้างเซลล์สมอง และไปพัฒนาเซลล์สมองลูกน้อยอีกด้วย

5.สมองทารกพัฒนาเต็มที่ตอน 40 สัปดาห์

ยิ่งลูกอยู่ในครรภ์มากเท่าไหร่ สมองก็ยิ่งเติบโตอย่างสมบูรณ์มากเท่านั้น หมายความว่า ถ้าคุณแม่เลือกการผ่าคลอดที่เร็วเกินไป จะทำให้สมองลูกน้อยพัฒนาได้ไม่เต็มที่ อย่างเช่น ทารกอายุครรภ์ 35 สัปดาห์ สมองน้อยๆ ของลูกนั้นเติบโตเพียง 2 ใน 3 เท่านั้น ดังนั้น ทางที่ดีควรเลือกการคลอดธรรมชาติ หรือผ่าคลอดในช่วงเวลาที่เหมาะสม จะทำให้ร่างกายและสมองของลูกน้อย เจริญเติบโตอย่างเต็มที่

กระตุ้นความฉลาดเบบี๋ตัวน้อย แรกเกิดถึง 6 เดือน

6.ให้ลูกดูดนมแม่อย่างเร็วที่สุด

ผู้เชี่ยวชาญระบุว่า มีความเชื่อมโยงระหว่างการเติบโตของสมองทารกและช่วงเวลาการให้นมแม่ ดังนั้น การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างเร็วที่สุด ตั้งแต่หลังคลอด จะดีต่อเด็กแรกเกิด (ลูกคลอดปุ๊บจับเข้าเต้าปั๊บ) นอกจากลูกจะได้รับสารอาหารดีๆ จากน้ำนมแม่แล้ว ยังเป็นการผูกสัมพันธ์รัก สานสายใยผูกพันระหว่างแม่กับลูกได้ด้วย

7.ตามองตา สายตาก็จ้องมองกัน

แม้ว่าสายตาทารกแรกเกิดจะยังมองภาพได้ไม่ชัด แต่ไม่ได้หมายความว่า ลูกน้อยจะจดจำสายตาจากผู้เป็นแม่ไม่ได้ หมั่นมองตาลูกบ่อยๆ มองลึกลงไปในดวงตา ให้ลูกได้จดจำสายตาจากแม่ เพื่อเป็นการใช้สายตากระตุ้นสมองของลูก นอกจากนี้ ทารกยังจดจำใบหน้าของคนได้เป็นอย่างแรก วิธีนี้จึงช่วยให้สมองลูกบันทึกใบหน้าของพ่อแม่ไว้ในความทรงจำแรกๆ

8.ร้องเพลงให้ลูกฟัง

เลือกเพลงกล่อมเด็กที่ชอบ เพลงที่พ่อแม่ร้องให้เราฟัง หรือจะเลือกเพลงโปรดที่ร้องบ่อยๆ จนติดปาก ก็ช่วยร้องกล่อมให้ลูกเคลิ้มได้ ไม่ใช่แค่นั้นนะ การกระตุ้นด้วยการร้องเพลงตั้งแต่ลูกอยู่ในครรภ์ จนกระทั่งลูกคลอดออกมา จะทำให้ลูกจดจำเสียงของแม่ได้ ดีต่อพัฒนาการของลูกอีกด้วย นอกจากนี้ ยังมีผลวิจัยด้วยว่า ลูกจะเรียนรู้คณิตศาสตร์ได้ดี สัมพันธ์กับการฟังจังหวะดนตรี ที่มีเสียงสูง เสียงต่ำ

9.อย่าลืมโมบายแขวนหรือของเล่นเสริมทักษะ

การเลือกโมบายแขวนหรือของเล่นเสริมทักษะ มาเติมแต่งห้องนอนน้อยๆ ก็ช่วยพัฒนาทักษะของลูกได้อย่างดี โดยคุณพ่อคุณแม่สามารถสอนเรื่องระยะใกล้หรือไกล จากการขยับของเล่นไปมา ซึ่งสีของสิ่งของที่ทารกแรกเกิดมองเห็น จะเป็นสีขาวและสีดำ หรือสีเทาเฉดต่างๆ (พอผ่านไปหลายๆ สัปดาห์ ลูกจะมองเห็นสีสันได้มากขึ้น) พอลูกเริ่มโตก็ใช้ของเล่นสีสันสดใส มาขยับๆ ลูกก็จะมองตาม เป็นการเรียนรู้ที่เชื่อมโยงระหว่างสายตา ไปยังสมองของลูก

10.พูดคุยกับลูกบ่อยๆ

พูดกับลูกตั้งแต่อยู่ในครรภ์แล้ว อย่าลืมคุยกับลูกเยอะๆ ในช่วงทารกด้วยนะ การที่แม่ได้คุยกับลูก แล้วเห็นปฏิกิริยาลูกไปด้วย ช่วยทำให้แม่ลูกมีความสุข แล้วยังมีผลให้สมองสามารถพัฒนาทักษะทางภาษาได้ดี ตั้งแต่ช่วงตั้งครรภ์ จนกระทั่งคลอด จึงควรฝึกลูกหลายๆ ภาษา จะทำให้ลูกมีพัฒนาการด้านภาษาได้ดีตั้งแต่ยังเล็ก

ที่มา : sg.theasianparent.com

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

เลี้ยงลูกให้ฉลาดเเละมีความคิดสร้างสรรค์

ลูกในท้องจะฉลาดมั๊ย เช็กได้จาก 7 ข้อต่อไปนี้