วิธีดูแลแผลผ่าคลอด ไม่ให้เป็นรอยนูนแดง พร้อมเทคนิคลดอาการเจ็บแผลผ่าคลอด

วิธีดูแลแผลผ่าคลอด ไม่ให้เป็นรอยนูนแดง

วิธีดูแลแผลผ่าคลอด ให้ได้ประสิทธิภาพสูงสุดนั้น ก่อนอื่นคุณแม่ต้องดูก่อนว่าแผลผ่าคลอดของเรามีลักษณะยังไง โดยปกติแล้วคุณหมอจะผ่าคลอดกัน 2 แบบ ด้วยกัน ได้แก่ การผ่าตัดแนวตั้ง และการผ่าตัดแนวนอน เมื่อรู้แล้วว่าคุณแม่ผ่าคลอดแบบไหน ก็มาดูวิธีดูแลแผลผ่าคลอดกันเลยดีกว่าค่ะ

1.การผ่าตัดแนวตั้ง

แม่ๆ รู้หรือไม่ การผ่าคลอด โดยปกติแล้วจะต้องผ่าผ่านชั้นต่างๆ ของหน้าท้องลงไปถึง 7 ชั้นเลยทีเดียว ชั้นแรกคุณหมอจะผ่าลงไปที่เนื้อหน้าท้องของคุณแม่ ก่อนจะผ่านลงไปสู่ชั้นผิวหนัง ต่อมาก็เจอชั้นไขมันใต้ผิวหนัง ตามด้วยชั้นของเยื่อหุ้มกล้ามเนื้อ ผ่านมาถึงชั้นกล้ามเนื้อ ชั้นเยื่อหุ้มช่องท้อง ชั้นของผนังเยื่อหุ้มมดลูก และชั้นสุดท้ายคือกล้ามเนื้อมดลูก ในลักษณะการกรีดแผลผ่าตัดเป็นแนวตั้งที่เริ่มจากใต้สะดือลงมาถึงช่วงกลางหัวหน่าว

ความยาวของแผลลักษณะนี้ คุณแม่จะมีความยาวประมาณ 10 เซนติเมตร การลงแผลแนวนี้จะช่วยให้คุณหมอสามารถแหวกกล้ามเนื้อหนาหลายๆ ชั้นได้โดยง่าย แถมยังไม่ฉีกขาดด้วย กรณีนี้เหมาะกับการผ่าตัดแบบเร่งด่วน และเหมาะกับคุณแม่ที่ลูกในท้องใหญ่กว่าปกติ หรืออยุ่ผิดท่าค่ะ แถมยังมีภาวะแทรกซ้อนน้อยกว่ากว่าผ่าตัดแบบแนวนอน

สำหรับคุณแม่ที่ผ่าคลอดแบบแนวตั้ง จะทำให้แม่รู้สึกว่าเจ็บแผลผ่าตัดมากกว่า เพราะว่าแผลแนวนี้จะทำให้คุณแม่ลุกขยับตัวได้ยาก ฟื้นตัวช้ากว่า โอกาสที่เกิดแผลเป็นได้ง่าย อีกทั้งยังเห็นรอยแผลได้ชัดเจน

วิธีดูแลแผลผ่าคลอด

วิธีดูแลแผลผ่าคลอด

2.การผ่าคลอดแนวนอน (บิกินีไลน์)

สำหรับคุณแม่ที่ได้ผ่าคลอดแบบนี้ ข้อดีคือเป็นแผลเป็นน้อยกว่าแบบแรก แถมคุณแม่ยังเจ็บน้อยกว่าด้วย  เพราะบริเวณหน้าท้องของแม่งจะมีความหย่อนอยู่แล้ว ทำให้คุณหมอสามารถลงแผลแนวนอนตามแนวนั้น เพื่อเปิดผิวหนังเข้าไปข้างในได้ แต่ก็ต้องผ่านชั้นของกล้ามเนื้อก่อน แล้วค่อยเปลี่ยนเป็นผ่าแนวตั้งเหมือนปกติ ซึ่งวิธีนี้จะช่วยให้กล้ามเนื้อไม่ช้ำ และแผลบริเวณผิวหนังสวยกว่าแบบแนวตั้ง มีแผลเป็นน้อยกว่าเพราะลงมีดตามแนวของรอยพับผิวหนัง ใส่เสื้อเปิดพุงก็จะไม่เห็นแผล

วิธีนี้ถือว่ามีความยากกว่าการผ่าแบบแรก โดยเฉพาะกรณีที่มีพังผืดในช่องท้องร่วมด้วย ช่วยคลอดทารกได้ยากกว่า เนื่องจากรอยแผลอยู่ต่ำ เพิ่มการใช้อุปกรณ์ช่วยคลอดศีรษะทารก และหากมีการผ่าตัดอื่นในช่องท้องร่วมด้วยจะทำได้ยากกว่า

แผลผ่าคลอด

แผลผ่าคลอด

แผลผ่าคลอดนานไหมกว่าจะหาย

หลังจากที่แม่ผ่าตัดคลอดไปแล้ว คุณแม่จะมีอาการเจ็บแผลและปวดมดลูกที่มีการหดรัดตัวประมาณ 1 – 2 วัน หากรู้สึกปวดมากให้แจ้งพยาบาลหรือเจ้าหน้าที่เพื่อขอยาระงับปวด พอเข้าวันที่ 3 ส่วนใหญ่ก็จะเริ่มเคลื่อนไหวตัวได้เหมือนกับคุณแม่ที่คลอดแบบธรรมชาติ ส่วนอาการปวดจะต่อเนื่องไปถึงเมื่อไรนั้นมีความแตกต่างของแต่ละคน หลังจากคลอดประมาณ 2 สัปดาห์ อาการปวดอย่างรุนแรงก็จะหายไปและดีขึ้นเรื่อย ๆ แต่หลังจากนั้นคุณแม่อาจจะรู้สึกคันที่แผลหรือวันที่สภาพอากาศไม่ดีอาจจะรู้สึกเจ็บแปลบๆ ก็ได้

คุณแม่ที่ผ่าตัดคลอดโดยส่วนใหญ่ จะฟื้นตัวได้ภายใน 24 ชั่วโมง และออกจากโรงพยาบาลได้ภายใน 3 วัน สำหรับแผลจะใช้เวลาประมาณ  2 – 4  สัปดาห์ แผลที่เย็บไว้จึงจะสมานเข้าด้วยกัน แต่บางคนอาจใช้เวลามากกว่านั้น ถึง 12 สัปดาห์เลยก็มี ขึ้นอยู่กับลักษณะของการเย็บของแต่ละบุคคลค่ะ  สิ่งสำคัญคือขอให้คุณแม่ดูแลความสะอาดของแผลเป็นอย่างดี เพื่อให้ร่างกายสมานแผลเข้าด้วยกันโดยไม่มีปัญหา เช่น ไม่เกิดการติดเชื้อ

วิธีลดอาการเจ็บแผลหลังผ่าคลอด

  • หากรู้สึกว่าบริเวณแผลมีอาการบวม ให้คุณพ่อช่วยนำซองน้ำแข็งมาประคบบริเวณรอยแผลผ่าตัดเพื่อลดอาการบวมของแผลค่ะ
  • หลังจากผ่าคลอดแล้ว พอยาเริ่มหมดฤทธิ์อาการปวดอย่างรุนแรงจะเริ่มค่อยๆ แทรกซึมเข้ามา แนะนำให้คุณแม่นอนนิ่ง ๆ บนเตียงสัก 12-18 ชั่วโมงก่อน แล้วค่อยลุกขึ้นยืน เดิน หรือนั่ง
  • ในกรณีที่แม่ปวดแผลมาก แพทย์อาจแนะนำให้ใช้แผ่นประคบร้อน หรือ รับประทานยาเพื่อบรรเทาอาการปวด เช่น Ibuprofen, Acetaminophen ซึ่งตัวยาดังกล่าวนี้จะไม่ส่งผลกระทบต่อลูกน้อยที่กินนมแม่
  • ดื่มน้ำหรือเครื่องดื่มมากๆ เพื่อทดแทนของเหลวที่สูญเสียไประหว่างการคลอด และในขณะให้นมลูกที่คุณแม่อาจเกิดการกระหายน้ำได้บ่อย ร่างกายจึงต้องดื่มน้ำมากเป็นพิเศษ เพื่อช่วยไม่ให้เกิดภาวะขาดน้ำ รวมถึงช่วยป้องกันท้องผูกไม่ให้เกิดการเบ่งแรงจนทำให้เจ็บแผล
วิธีลดอาการเจ็บแผลผ่าคลอด

วิธีลดอาการเจ็บแผลผ่าคลอด

วิธีดูแลแผลผ่าคลอดอย่างถูกวิธี

1. หลังจากผ่าคลอดแนะนำว่าอย่าเพิ่งโดนน้ำ เพราะการโดนน้ำจะทำให้แผลสมานกันช้า แต่แผลจะสมานกันได้ภายใน  7  วัน ซึ่งคุณแม่สามารถเปิดแผลและสัมผัสน้ำได้  1 สัปดาห์แรกหลังผ่าตัด แต่ควรรักษาความสะอาดและคอยดูแลแผลให้แห้งอยู่เสมอ ต้องระวังอย่าให้ผ้าอนามัยไปขูดสีกับแผลที่เย็บไว้ และควรเปลี่ยนผ้าอนามัยบ่อย ๆ เพื่อรักษาความสะอาดแผลผ่าคลอด และป้องกันการติดเชื้อ

2. ไม่ยกของหนักหรือทำกิจกรรมที่เป็นการเกร็งกล้ามเนื้อหน้าท้องมากจนเกินไป และควรอยู่ในบริเวณที่มีอากาศถ่ายเทสะดวก เพราะอากาศร้อนจะทำให้เหงื่อออกมากและเกิดการอับชื้นได้ค่ะ นื่องจากแผลผ่าตัดหน้าท้องต้องใช้เวลาซ่อมแซมให้มีความแข็งแรงของเนื้อเยื่อชั้นต่างๆ กลับมาประมาณ 3 เดือน จึงให้เริ่มยกของหนักได้

3. การขยับตัวมากๆ จะไม่ส่งผลกระทบกับแผลหากการขยับนั้นไม่ทำให้แผลมีการยืดขยาย สังเกตง่ายๆ คือ ขยับตัวได้เท่าที่ไม่รู้สึกเจ็บ หากเจ็บหรือรู้สึกตึง ๆ แสดงว่า แผลมีการยืดขยายออกแล้ว คุณเพิ่งผ่าคลอดและต้องการลดน้ำหนัก หลังจากคลอดแล้วซัก 6 สัปดาห์ก็สามารถออกกำลังแบบเบา ๆ ที่ไม่เกร็งหน้าท้องมากได้ ขอเตือนก่อนนะคะ ถ้าคุณทำตามแล้วรู้สึกเจ็บท้องให้หยุดทันที การออกกำลังนี้ถึงเขาจะเขียนว่าเหมาะสำหรับผู้หญิงที่คลอดแล้ว 4-6 สัปดาห์ แต่เราขอให้ปลอดภัยไว้ก่อน อยากให้คุณทำหลังผ่าคลอด 6 สัปดาห์ขึ้นไปแล้ว

4. การทาครีมซึ่งมีส่วนผสมของเสตียรอยด์อ่อน ๆ หรือครีมที่มีส่วนผสมของ วิตามินอี ก็สามารถช่วยลดการเกิดแผลเป็นได้ สำหรับคุณแม่ท่านไหนที่ให้นมลูกอยู่ก็ไม่ต้องกังวลใจไปว่าครีมที่ทาจะส่งผลต่อน้ำนม เพราะการทายาเป็นเพียงการใช้ยาภายนอก และเฉพาะที่ ไม่เหมือนการกินที่ตัวยาจะแทรกซึมไปทั่วร่างกาย

5. ในช่วง 3 เดือนแรก ซึ่งมีโอกาสสูงที่แผลจะกลายเป็นคีลอยด์ คือ มีลักษณะหนา นูน สามารถป้องกันได้โดยไม่ยกของหนัก หรือยืดเหยียดแผลมากจนแผลตึงเกินไป การยืดเหยียดจนแผลตึงทำให้ร่างกายปรับสภาพตัวเอง เนื่องจากกลัวว่าแผลจะหลุด จึงสร้างเส้นใยคอลลาเจนหนาๆ เพื่อทำให้แผลแน่นขึ้น พอเส้นใยคอลลาเจนหนาเกินไปจึงกลายเป็นแผลนูนขึ้นมาเป็นแผลคีลอยด์ในที่สุด

6. ใช้แถบรัดหน้าท้องหลังคลอดเพื่อช่วยพยุงกล้ามเนื้อส่วนหลังเวลาเดินได้ อีกทั้งยังช่วยลดความเจ็บปวดจากแผลได้เช่นกัน

7. เซ็กส์หลังผ่าคลอด ห้ามในระยะแรกๆ โดยหลักการสามารถมีเพศสัมพันธ์ได้เมื่อพร้อม เมื่อน้ำคาวปลาหมดแล้ว และไม่เจ็บแผลผ่าตัดแล้ว  หากใช้ถุงยางอนามัยร่วมด้วยก็อาจมีเพศสัมพันธ์ได้ตั้งแต่ 2 สัปดาห์หลังผ่าตัดคลอด แต่หากจะรอให้น้ำคาวปลาหมดสนิทและไม่ใช้ถุงยางอนามัยร่วมด้วย ควรรอ 4  -6 สัปดาห์หลังผ่าตัดจึงค่อยเริ่มมีเพศสัมพันธ์ทั้งนี้เพื่อให้พ้นช่วงหลังคลอดและเริ่มฮอร์โมนคุมกำเนิดนั่นเอง

ที่มา: feelmompigeonlittlemomentscluboranan.blogspot

บทความอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง:

15 ภาพผ่าคลอด ที่คุณไม่เคยเห็นมาก่อน ลงมีด ดูดน้ำคร่ำ จนลูกคลอด

อุ้มลูกให้นมแบบไหน ลูกยอมเข้าเต้าง่าย ดูดจ๊วบๆ น้ำนมไหลสบาย แม่ไม่เหนื่อยล้า

10 ภาพพ่อช่วยทำคลอด วินาทีสุดตื้นตัน ที่คนเป็นพ่อเท่านั้น จะรับรู้อย่างลึกซึ้ง