วิธีการเช็คว่าเด็กมีปัญหาการอ่านหรือไม่

lead image

ใช่ว่าเด็กทุกคนจะชอบอ่านหนังสือเหมือนผึ้งชอบน้ำหวาน แต่อาการต่อต้านไม่ยอมอ่านหนังสือเป็นอาการของปัญหาการอ่านอย่างดิสเล็กเซีย (Dyslexia) หรือ ความบกพร่องในการอ่านรึเปล่านะ? ลองอ่านบทความนี้เพื่อเรียนรู้เรื่องสัญญาณที่คุณต้องมองหาและวิธีการต่าง ๆ ที่คุณพอจะช่วยลูกคุณได้

src=https://th admin.theasianparent.com/wp content/uploads/sites/25/2013/11/girl angry not read homework.jpg วิธีการเช็คว่าเด็กมีปัญหาการอ่านหรือไม่

ความพยายามของลูกในการอ่านหนังสือในครั้งแรก ๆ ทำให้คุณยินดีและภาคภูมิใจเสียเหลือเกิน แต่ว่าถ้ากระบวนการเรียนรู้มันไม่ค่อยจะราบรื่นและมีปัญหาตะกุกตะกักตลอดเวลาขึ้นมาล่ะ? คุณจะรู้ได้ยังไงว่าลูกแค่เป็นเด็กอ่านหนังสือช้าหรือว่านี่เป็นสัญญาณบอกเหตุว่าลูกกำลังมีปัญหาในการเรียนรู้อย่างดิสเล็กเซียกันแน่? การที่ลูกขาดสมาธิอาจเป็นสัญญาณบอกเหตุปัญหาการอ่านของเด็กอย่างโรคสมาธิสั้นก็ได้นะ แต่ถ้าคนรอบตัวเด็กพากันจิตตกและตกใจเมื่อเห็นลูกอ่านหนังสือตะกุกตะกักตามเพื่อนไม่ทันก็ไม่ได้ช่วยแก้ปัญหาได้หรอกนะ บอกเลย

สัญญาณเตือนปัญหาการอ่านของเด็ก

เนื่องจากการอ่านมีความสัมพันธ์อย่างใกล้ชิดกับพัฒนาการทางภาษา ปัญหาเรื่องการออกเสียงหรือการพูดโดยทั่วไปที่ลูกคุณอาจจะมีจึงอาจเป็นเหมือนสัญญาณเตือนว่าหนทางในการอ่านของลูกอาจเต็มไปด้วยความท้าทาย ตัวอย่างสัญญาณบอกเหตุมีทั้ง

  • ความพยายามต่อต้าน ขัดขืน การอ่านออกเสียง
  • การเดาแทนที่จะพยายามออกเสียงคำที่ไม่รู้จัก
  • ไม่สามารถจำแนกคำที่เสียงสัมผัสคล้องจองกันได้

ทำยังไงกันดีล่ะ?

ถ้าคุณสงสัยว่าลูกคุณอาจมีปัญหา ทางที่ดีที่สุดคือคุณควรปรึกษากับคุณครูเพื่อที่ลูกจะได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิดที่โรงเรียน นับเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมที่คุณต้องพิจารณาเรื่องการให้ลูกเข้ารับการทดสอบหรือปรึกษาผู้เชี่ยวชาญเรื่องพัฒนาการเด็กซึ่งจะให้คำแนะนำว่าคุณจะสามารถช่วยพัฒนาความสามารถในการอ่านของลูกได้อย่างไรบ้าง


src=https://th admin.theasianparent.com/wp content/uploads/sites/25/2013/11/boy reading.jpg วิธีการเช็คว่าเด็กมีปัญหาการอ่านหรือไม่ทางเลือกต่าง ๆ

ความเป็นจริงคือบางครั้งการต่อต้านหรือหลีกเลี่ยงที่จะอ่านหนังสือเป็นเพียงสัญญาณขอความช่วยเหลือ คุณพ่อคุณแม่ควรพิจารณาหนทางต่าง ๆ เพื่อช่วยให้ลูกได้อ่านหนังสือแทนที่จะใช้วิธีการปกติ หากลูกของคุณไม่ใช่ผู้ที่จะเรียนรู้จากการมองเห็นได้ดี ลูกจะต้องใช้การรับรู้ผ่านทุกประสาทสัมผัสเพื่อช่วยให้อ่านหนังสือได้ วิธีการบางอย่างที่เรากำลังจะบอกต่อไปนี้เป็นวิธีที่คุณสามารถลองใช้ที่บ้านเพื่อช่วยเรื่องปัญหาการอ่านของเด็กได้ เช่น

  • การตัดตัวอักษรต่าง ๆ จากกระดาษทราย เพื่อให้ลูกได้สัมผัสตัวอักษรระหว่างอ่านไปด้วย
  • การใช้เสียงเข้าช่วย ไม่ว่าจะเป็นการอ่านนิทานตลก ๆ การเล่น tongue twister หรือคำพูดลิ้นพันกันซึ่งประกอบไปด้วยประโยคที่มีตัวออกเสียงคล้าย ๆ กันเรียงต่อ ๆ กันมาก ๆ เช่น “เช้าฟาดผัดฟัก เย็นฟาดฟักผัด” การละเล่นแบบนี้จะช่วยดึงความสนใจเด็กเข้าหาเสียงของคำได้
  • ใช้หนังสือที่เหมาะสมกับระดับการอ่านของลูก หนังสือที่เหมาะสมคือหนังสือที่ลูกอ่านได้โดยไม่มีอ่านผิดเกินกว่าห้าคำ

อย่ายอมแพ้

จำไว้เสมอว่ากุญแจสำคัญในการสู้กับปัญหาการอ่านของเด็กคืออย่ายอมแพ้เด็ดขาด แม้ว่าคุณจะเหนื่อยหน่ายหงุดหงิดใจกับความพยายามที่ล้มเหลว แต่การที่คุณคอยอ่านหนังสือให้ลูกฟังจะช่วยลูกให้จับและแยกแยะคำต่าง ๆ ได้อยู่ในระดับใต้จิตสำนึก ดังนั้นคุณอย่ายอมแพ้ ห้ามหยุดอ่านหนังสือให้ลูกฟังโดยเด็ดขาด ไมได้จำเป็นว่าต้องเป็นการอ่านหนังสือนิทานเสมอไป คุณสามารถอ่านแม้กระทั่งฉลากอาหาร สูตรอาหาร หรือร้องเพลงให้ลูกฟังก็ได้ ทำให้ทุกนาทีเป็นนาทีที่สามารถสอนให้ลูกเข้าถึงการอ่านได้ ให้คำแนะนำที่เหมาะสม ให้ลูกได้รับความช่วยเหลือจากผู้เชี่ยวชาญ ลูกก็จะอ่านหนังสือได้ในเร็ววัน

เคล็ดลับและทางเลือกต่าง ๆ ในการสู้กับปัญหาการอ่านของลูกเหล่านี้ได้ผลรึเปล่า? คุณสามารถแบ่งปันกับเราได้นะ

วิธีทำให้ลูกทำการบ้าน

คนไอคิวสูงมองโลกอย่างไร?

มีข้อสงสัยเรื่องการตั้งครรภ์ หรือมีคำถามเรื่องการเลี้ยงลูกหรือเปล่าคะ? ติดตามอ่านบทความ หรือสอบถามสิ่งที่คุณอยากรู้ผ่านแอปของเราได้เลย ดาวน์โหลด theAsianparent แอปพลิเคชัน ทั้ง IOS และ Android ได้แล้ววันนี้!