วิธีล้างจมูก ระบายขี้มูก ช่วยให้จมูกโล่ง แบบไม่สำลักลงปอดลูก

วิธีล้างจมูก ระบายขี้มูก ช่วยให้จมูกโล่ง แบบไม่สำลักลงปอดลูก

วิธีล้างจมูก แบบง่ายๆ มีขั้นตอนอะไรบ้าง ทำอย่างไรไม่ให้สำลักลงปอด ล้างจมูกลูกมีข้อดีอย่างไร ทำไมต้องล้างจมูกให้ลูก การล้างจมูกอันตรายไหม อุปกรณ์ในการล้างจมูกลูกมีอะไรบ้าง

วิธีล้างจมูก แบบง่าย ๆ ไม่ให้สำลักลงปอด

วิธีล้างจมูก เป็นวิธีการทำความสะอาดโพรงจมูก และชะล้างเอาน้ำมูก หนอง และสิ่งสกปรกที่อยู่ในโพรงจมูก หรือโพรงหลังจมูกและไซนัส ซึ่งเกิดการอักเสบออกมา สามารถล้างจมูกได้โดยการใช้น้ำเกลืออุ่น ๆ  เพื่อให้โพรงจมูกและบริเวณรูเปิดของไซนัสโล่ง   บรรเทาอาการคัดจมูก จาม น้ำมูกไหล แสบจมูก ปวดจมูก หรือปวดบริเวณไซนัส การล้างจมูกนั้นเป็นวิธีที่ปลอดภัย และได้ผลดีในการรักษาโรคทางจมูก และไซนัสทั้งในเด็กและผู้ใหญ่

ล้างจมูก ดีอย่างไร

การล้างจมูกด้วยน้ำเกลือเป็นสิ่งที่ดีมากเวลาที่ลูกเป็นหวัด เพราะจะทำให้น้ำมูกเหนียวข้นที่ไม่สามารถระบายออกได้เองถูกล้างออกมา ป้องกันการลุกลามของเชื้อโรคจากจมูกและไซนัสไปสู่ปอด ทำให้เยื่อบุจมูกมีความชุ่มชื้น บรรเทาอาการระคายเคืองในจมูก ทำให้อาการหวัดของลูกดีขึ้นเร็วกว่าการให้กินแต่ยาเพียงอย่างเดียว นอกจากนั้นยังทำให้โพรงจมูกสะอาด ลูกหายใจโล่งขึ้นอีกด้วย

วิธีล้างจมูก

วิธีล้างจมูกลูก

ล้างจมูก ควรทำบ่อยแค่ไหน

การล้างจมูก ควรทำอย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง ในช่วงตื่นนอนตอนเช้าและก่อนเข้านอน หรือเมื่อรู้สึกว่าลูกมีน้ำมูกมาก แน่นจมูก แนะนำให้ล้างจมูกก่อนเวลารับประทานอาหาร (ขณะท้องว่าง) หรือหลังรับประทานอาหารแล้วอย่างน้อย 2 ชั่วโมงขึ้นไป เพื่อป้องกันการอาเจียนหรือสำลัก

อุปกรณ์ล้างจมูกลูก มีอะไรบ้าง

  1. น้ำเกลือความเข้มข้น 0.9% (0.9% normal saline solution) หาซื้อได้จากโรงพยาบาลหรือร้านขายยา แนะนำให้ใช้น้ำเกลือขวดละ 100 ซีซี น้ำเกลือที่ใช้แล้วเหลือ ควรเททิ้ง ไม่ควรนำกลับมาใช้ใหม่หรือเทกลับเข้าขวดเดิมนะครับ
  2. ถ้วย หรือภาชนะสะอาดสำหรับใส่น้ำเกลือ
  3. ภาชนะใส่น้ำล้างจมูก และกระดาษทิชชู่
  4. สำหรับเด็กขวบปีแรก ควรใช้กระบอกฉีดยาพลาสติกขนาด 1 ซีซี (ไม่ใส่เข็ม) หรือขวดยาหยอดตา สำหรับเด็กอายุ 1 – 5 ปี ควรใช้กระบอกฉีดยาพลาสติกขนาด 2 – 5 ซีซี (ไม่ใส่เข็ม)
  5. ลูกยางแดงสำหรับดูดน้ำมูกและเสมหะสำหรับเด็กที่ยังสั่งน้ำมูกและบ้วนเสมหะเองไม่ได้  โดยใช้ลูกยางแดงเบอร์ 0 – 2 สำหรับเด็กขวบปีแรก และลูกยางแดงเบอร์ 2 – 4 สำหรับเด็กอายุมากกว่า 1 ปี
วิธีล้างจมูก

วิธีล้างจมูกลูก

วิธีล้างจมูก

ก่อนอื่นเลย ต้องล้างมือให้สะอาด และควรอุ่นน้ำเกลือก่อนการล้างจมูกทุกครั้ง เพราะหากใช้น้ำเกลือที่ไม่ได้อุ่นล้างจมูก อาจทำให้เกิดการคัดจมูกหลังการล้างได้ และก่อนที่จะนำน้ำเกลือที่อุ่นแล้วนั้นมาล้างจมูก ให้ทดสอบอุณภูมิกับหลังมือก่อน โดยน้ำเกลือที่จะนำมาใช้ควรอุ่นในขนาดที่หลังมือทนได้

วิธีล้างจมูก สำหรับเด็กเล็กที่ยังสั่งน้ำมูกและบ้วนเสมหะเองไม่ได้

  1. เทน้ำเกลือใส่ขวดยาหยอดตา หรือใช้กระบอกฉีดยา (ไม่ใส่เข็ม) ดูดน้ำเกลือจนเต็ม
  2. หากลูกไม่ยอมร่วมมือและดิ้นมาก ให้ใช้ผ้าห่อตัวของลูกเอาไว้ก่อน
  3. ให้ลูกนอนในท่าที่ศีรษะยกสูงเพื่อป้องกันการสำลัก
  4. จับหน้าให้นิ่ง ค่อยๆหยดน้ำเกลือครั้งละ 2 –3 หยด หรือค่อยๆสอดปลายกระบอกฉีดยาเข้าไปในรูจมูกข้างที่จะล้างโดยให้วางปลายกระบอกฉีดยาชิดด้านบนของรูจมูก ค่อย ๆ ฉีดน้ำเกลือครั้งละประมาณ ครึ่ง (0.5) ซีซี หรืออาจใช้น้ำเกลือในรูปสเปรย์พ่นจมูกซึ่งมีจำหน่าย พ่นเข้าไปในจมูกเด็ก แทนการหยด หรือฉีดน้ำเกลือได้
  5. ใช้ลูกยางแดงดูดน้ำมูกในจมูกออก โดยให้บีบลูกยางแดงจนสุดเพื่อไล่ลมออก แล้วค่อย ๆ สอดเข้าไปในรูจมูกลึกประมาณ 1 – 1.5 ซม. ค่อย ๆ ปล่อยมือที่บีบออกช้า ๆ เพื่อดูดน้ำมูกเข้ามาในลูกยางแดง  บีบน้ำมูกในลูกยางแดงทิ้งในกระดาษทิชชู่
  6. ทำซ้ำหลาย ๆ ครั้งได้ ในรูจมูกแต่ละข้างจนไม่มีน้ำมูก

วิธีล้างจมูก สำหรับเด็กเล็กที่ให้ความร่วมมือและสั่งน้ำมูกได้

  1. ให้ลูกนั่ง หรือยืนแหงนหน้าขึ้นเล็กน้อย
  2. ค่อย ๆ สอดปลายกระบอกฉีดยาเหมือนที่กล่าวมาข้างต้น และค่อย ๆ ฉีดน้ำเกลือครั้งละประมาณ 0.5 – 1 ซีซีหรือเท่าที่ลูกทนได้ หรืออาจใช้น้ำเกลือในรูปสเปรย์พ่นจมูกซึ่งมีจำหน่ายทั่วไป พ่นเข้าไปในจมูกของลูกแทนการฉีดน้ำเกลือ และให้ลูกกลืนน้ำเกลือที่ไหลลงคอเป็นระยะ ๆ ระหว่างฉีดน้ำเกลือ หรือให้บ้วนทิ้ง
  3. จากนั้น ให้ลูกค่อย ๆ สั่งน้ำมูกพร้อม ๆ กันทั้งสองข้าง ไม่ควรอุดรูจมูกอีกข้าง เพราะอาจทำให้แก้วหูทะลุได้
  4. ทำซ้ำหลาย ๆ ครั้งได้ ในรูจมูกแต่ละข้างจนไม่มีน้ำมูก

หลังจากที่ล้างจมูกเสร็จแล้ว ให้ล้างอุปกรณ์ที่ใช้ล้างจมูกให้สะอาดทุกครั้ง เพื่อป้องกันไม่ให้เชื้อโรคเติบโต และเพิ่มปริมาณได้ การล้างจมูกลูกนั้น แรก ๆ อาจจะยาก และอาจจะดูลำบากสักหน่อย แต่เมื่อล้างจมูกลูกบ่อย ๆ ลูกกะจะเริ่มชิน และทำให้การล้างจมูกทำได้ง่ายขึ้นครับ


ที่มา rcot.org

บทความอื่นๆที่น่าสนใจ

เช็คด่วน! รูเล็กๆข้างหูของลูก สัญญาณร้ายที่ไม่ควรมองข้าม

พ่อแม่อย่าเมิน 17 วิธี เลี้ยงลูกให้เก่งกว่าคนอื่น

ลูกเหงื่อออกตอนนอน สัญญาณโรคร้ายที่พ่อแม่ต้องระวัง

parenttown

มีข้อสงสัยเรื่องการตั้งครรภ์ หรือมีคำถามเรื่องการเลี้ยงลูกหรือเปล่าคะ? ติดตามอ่านบทความ หรือสอบถามสิ่งที่คุณอยากรู้ผ่านแอปของเราได้เลย
ดาวน์โหลด theAsianparent แอปพลิเคชัน ทั้ง IOS และ Android ได้แล้ววันนี้!

บทความโดย

P.Veerasedtakul

app info
get app banner