ลูกๆ (แอบ) ควบคุมพ่อแม่ ได้อย่างไร

lead image

คุณพ่อคุณแม่คงละลายทุกครั้งเมื่อเห็นรอยยิ้มอวดฟันหลอของลูก หรือเวลาที่ลูกหอมแก้ม (แบบแถมน้ำลาย) หรือกอดคุณแน่นๆ แหม! ลูกช่างน่ารักเหลือเกิน แต่ช้าก่อนค่ะ บางทีคุณอาจตกหลุมพรางของลูกได้นะคะ

เด็กผู้หญิง มองด้านบน

ลูกน้อยใช้ความน่ารักเพื่อให้พ่อแม่ทำอะไรให้

ลืมเรื่องความไร้เดียงสาไปได้เลยค่ะ เด็ก ๆ รู้ดีว่าจะต่อรองกับคุณพ่อคุณแม่ได้อย่างไร และเด็ก ๆ ก็จะใช้พฤติกรรมต่าง ๆ เพื่อให้ได้สิ่งที่ต้องการ อาจจะแค่ร้องไห้หรือบางครั้งอาจมากกว่านั้น และคุณพ่อคุณแม่ก็จะตกเป็นเหยื่อของวายร้ายตัวน้อยแสนน่ารักนี้จนได้ค่ะ

ทำไมเด็ก ๆ จึง ควบคุมพ่อแม่ ด้วยการใช้พฤติกรรมบางอย่าง

เด็ก ๆ จะแสดงพฤติกรรมเฉพาะตัวเพื่อเรียกร้องให้คุณพ่อคุณแม่ให้สิ่งที่พวกเขาต้องการ คล้าย ๆ กับเวลาที่พวกผู้ใหญ่แสดงอำนาจ แต่เด็ก ๆ จะใช้ความน่ารัก การเจ็บป่วยหรือแม้แต่ความปลอดภัยของตนในการ ควบคุมพ่อแม่

การควบคุมจัดการด้วยพฤติกรรมก็เหมือนกับสิ่งอื่นๆ ที่สามารถเกิดขึ้นได้สองแบบคือในเชิงบวกและเชิงลบ ในสถานการณ์เชิงบวก เช่น ลูกทำงานบ้านตามที่ได้รับมอบหมายเสร็จครบทุกอย่าง หรือสอบได้คะแนนยอดเยี่ยม ดังนั้นจึงไม่มีเหตุผลใดที่คุณพ่อคุณแม่จะไม่อนุญาตให้ไปงานปาร์ตี้ที่บ้านเพื่อนหรือไปค้างคืนที่บ้านเพื่อน พฤติกรรมการควบคุมลักษณะนี้ดูโอเคและไม่มีอันตรายใด ๆ

ส่วนในสถานการณ์เชิงลบ ลูกอาจจะตะโกนและนอนดิ้นอยู่กับพื้นในซุปเปอร์มาร์เก็ต เพื่อบีบให้คุณพ่อคุณแม่ซื้อขนมกรุบกรอบที่อยากได้หรือในกรณีเลวร้ายกว่านั้น ลูกอาจตั้งใจทำร้ายตนเองเพื่อจะได้ดูการ์ตูนได้ดึกขึ้น หรือเพื่อให้ได้ของเล่นใหม่ที่อยากได้

การควบคุมด้วยพฤติกรรมจะกลายเป็นสิ่งที่แย่ ถ้าลูกมีพฤติกรรมข่มขู่คุณพ่อคุณแม่ด้วยคำพูด ทำร้ายตนเองหรือมีพฤติกรรมดังกล่าวข้างต้นเป็นประจำ

แล้วจะทำอย่างไรดี

คุณพ่อคุณแม่มักจะยอมทำตามเนื่องจากไม่ต้องการให้สถานการณ์ที่ลูกสร้างขึ้นนั้นยืดเยื้อ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเกิดขึ้นในที่สาธารณะ ส่วนที่บ้าน คุณพ่อคุณแม่ยอมทำตามทันทีเพื่อไม่ให้เกิดความเสียหายใด ๆ ต่อทรัพย์สินภายในบ้านหรือเนื่องจากเป็นห่วงความปลอดภัยของลูก

ในการหยุดพฤติกรรมการควบคุมที่แย่ ๆ เหล่านี้ คุณพ่อคุณแม่จะต้องเรียนรู้ที่จะไม่กลัวที่จะหยุดพฤติกรรมของลูกเพื่อจะควบคุมลูกได้ ทั้งนี้เนื่องจากแต่ละครั้งที่คุณพ่อคุณแม่ยอมทำตามใจ ลูกก็จะคิดหาวิธีที่จะควบคุมคุณพ่อคุณแม่มากขึ้นเรื่อย ๆ

ถ้าลูกกรีดร้องและร้องไห้ ขอให้คุณทำใจให้สงบและบอกกับลูกว่าคุณจะไม่พูดด้วยจนกว่าลูกจะหยุดและสงบสติอารมณ์ได้ ถ้าอยู่ในที่สาธารณะ อย่าไปกังวลหรืออายคนอื่น ๆ ให้คุณประเมินว่าจะควบคุมสถานการณ์ให้ดีที่สุดได้อย่างไร บอกลูกว่าคุณจะไปยืนดูลูกนอนดิ้นร้องกรี๊ดกับพื้นแบบนี้ไกล ๆ ถ้าลูกพยายามทำลายทรัพย์สินในห้าง ให้ขอความช่วยเหลือจากพนักงานรักษาความปลอดภัยที่อยู่บริเวณนั้น ลูกจะหยุดอย่างแน่นอนถ้ามีเจ้าหน้าที่ในเครื่องแบบเข้ามาจัดการ

อย่าอายที่จะขอความช่วยเหลือ

ในกรณีที่คุณไม่สามารถควบคุมพฤติกรรมของลูกได้ ให้ขอความช่วยเหลือจากผู้เชี่ยวชาญด้านพฤติกรรมซึ่งคุณจะได้รับคำแนะนำในการรับมือกับลูก รวมถึงอาจแนะนำให้คุณพาลูกมาเข้ารับการบำบัดเพื่อปรับพฤติกรรมให้เหมาะสมยิ่งขึ้น ที่สำคัญก็คืออย่าเพิ่งหมดหวังในตัวลูก ตอนนี้ลูกต้องการคุณมากกว่าเวลาไหน ๆ