theAsianparent Logo

ลูกไอมากผิดปกติ หรือนี่คือโรคหลอดลมอักเสบ?

ไอมาก ไอจนผิดสังเกต อาจมีน้ำมูกใส และมีไข้ต่ำๆ แม่ต้องระวัง ลูกรักอาจเป็นโรค “หลอดลมอักเสบ” โรคที่แม่ไม่ทันคิด แต่กลับเกิดขึ้นได้กับเด็กทุกวัย

น้องซี อายุ 4 ปี มีอาการไอ น้ำมูกใส และมีไข้ต่ำๆมา 2 วัน วันต่อมาก็เริ่มไอมากขึ้นเมื่อมาพบคุณหมอได้รับการตรวจร่างกายก็ทราบว่า เป็นโรค “หลอดลมอักเสบ” ซึ่งเป็นโรคที่พบได้บ่อยโรคหนึ่งของเด็กทุกวัย โดยเฉพาะช่วงวัยเรียน

 

เรามาทำความรู้จักกับโรคนี้กันนะคะ

 

หลอดลมอักเสบคืออะไร?

“หลอดลม” เป็นทางเดินหายใจส่วนที่อยู่ลึกลงไปจากกล่องเสียงต่อไปยังปอดส่วนล่าง จึงเป็นส่วนที่เชื่อมต่อตรงกลางระหว่างทางเดินหายใจส่วนบน เช่น จมูก, ลำคอ เข้ากันกับทางเดินหายใจส่วนล่าง ซึ่งก็คือ เนื้อปอด

 

โรคหลอดลมอักเสบเป็นโรคที่เกิดได้ทั้งจากการติดเชื้อโรคหรือการระคายเคืองของหลอดลมจากสาเหตุอื่น หากเกิดจากการติดเชื้อมักจะพบร่วมกับการอักเสบติดเชื้อของทางเดินหายใจส่วนอื่นๆด้วย เช่น จมูกอักเสบ คออักเสบ ไซนัสอักเสบ หรือปอดอักเสบ เป็นต้นค่ะ

 

สาเหตุของโรคหลอดลมอักเสบในเด็กคืออะไร?

หลอดลมอักเสบในเด็ก มักมีสาเหตุจากการติดเชื้อโรคจึงมีอาการแบบเฉียบพลัน ต่างจากผู้ใหญ่ซึ่งพบได้ทั้งหลอดลมอักเสบแบบเฉียบพลัน จากการติดเชื้อ และหลอดลมอักเสบเรื้อรัง ซึ่งเกิดจากการได้รับการระคายเคืองต่อเนื่อง โดยเฉพาะการสูบบุหรี่ หรือได้รับจากควันบุหรี่จากผู้อื่น

เชื้อโรคที่เป็นสาเหตุทำให้เกิดหลอดลมอักเสบในเด็กที่พบบ่อย ได้แก่ เชื้อไวรัส เช่น ไวรัส RSV, ไวรัสไข้หวัดใหญ่ หรืออาจเกิดจากเชื้อแบคทีเรีย เช่น มัยโคพลาสมา, นิวโมคอคคัส ซึ่งสาเหตุจากการติดเชื้อไวรัสพบได้บ่อยกว่าแบคทีเรียอย่างชัดเจนสำหรับโรคหลอดลมอักเสบในเด็ก

 

อาการของโรคหลอดลมอักเสบในเด็กเป็นอย่างไร?

ในช่วงวันแรกเด็กที่เป็นโรคหลอดลมอักเสบจะมีอาการคล้ายเป็นหวัดธรรมดา คือ มีอาการไอและมีน้ำมูกเล็กน้อย เจ็บคอ เมื่อเวลาผ่านไปเชื้อโรคจะลุกลามไปยังหลอดลม ทำให้มีอาการไอมากขึ้น มีเสมหะ อาจมีไข้ร่วมด้วย หากการติดเชื้อลุกลามมากขึ้น ผู้ป่วยบางรายจะมีอาการหายใจลำบาก หรือหายใจมีเสียงดังวี้ด เนื่องจากกลายเป็นโรคปอดอักเสบติดเชื้อได้

 

การวินิจฉัยโรคหลอดลมอักเสบในเด็กทำได้อย่างไร?

คุณหมอจะวินิจฉัยโรคหลอดลมอักเสบในเด็กจากประวัติอาการป่วยที่กล่าวมาข้างต้น โดยสรุปก็คือ มีอาการคล้ายเป็นหวัดในช่วงแรก ต่อมาก็ยังมีอาการไอมากขึ้น โดยที่ไม่มีอาการหอบเหนื่อย รวมกับการตรวจร่างกายที่พบ การติดเชื้อของระบบทางเดินหายใจ เช่น มีน้ำมูก จมูกบวม คอแดง มีเสมหะในหลอดลม และการตรวจวินิจฉัยเพิ่มเติมด้วยการถ่ายภาพเอ็กซเรย์พบว่าเนื้อปอดปกติดี แต่หากพบความผิดปกติของปอดจากภาพถ่ายเอ็กซเรย์ก็แสดงว่าอาจลุกลามกลายเป็นโรคปอดอักเสบติดเชื้อ ไปเรียบร้อยแล้ว นั่นเองค่ะ

 

คุณหมอจะให้การรักษาโรคหลอดลมอักเสบในเด็กอย่างไร?

เนื่องจากโรคหลอดลมอักเสบในเด็กเกิดจากการติดเชื้อ โดยหากเป็นเชื้อไวรัสจะไม่มียารักษาจำเพาะ ยกเว้น หลอดลมอักเสบจากการติดเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่ ซึ่งมียาต้านไวรัส แต่หากมีข้อสันนิษฐานว่าเกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรีย คุณหมอจึงจะพิจารณาให้ยาปฏิชีวนะ ควบคู่ไปกับการรักษาตามอาการคือ ให้เด็กดื่มน้ำอุ่นมากๆ พักผ่อนให้เพียงพอ ร่วมกับให้ยาช่วยบรรเทาอาการไอและ ยาลดไข้

คุณหมอมักจะให้คำแนะนำว่าถ้าเด็กมีอาการไอมาก หายใจหอบเหนื่อย ซึม อ่อนเพลีย หรือมีอาการอื่นใดที่คุณพ่อคุณแม่กังวลใจ ก็ควรรีบกลับมาพบคุณหมอโดยเร็วนะคะ

 

เราจะป้องกันลูกจากโรคหลอดลมอักเสบในเด็กได้อย่างไร?

การป้องกันโรคหลอดลมอักเสบเบื้องต้น ใช้หลักการเดียวกับการป้องกันโรคติดเชื้อทางเดินหายใจอื่นๆ นั่นก็คือ การสอนเด็กให้รู้จักรักษาสุขอนามัยพื้นฐาน โดยเฉพาะหมั่นล้างมือบ่อยๆ ไม่คลุกคลีกับเพื่อนที่ป่วย เมื่อมีอาการไอ จาม ต้องรู้จักปิดปาก ปิดจมูก และหากลูกมีอาการเจ็บป่วยที่ชัดเจนคุณพ่อคุณแม่ควรให้หยุดเรียนเพื่อพักผ่อนและลดการแพร่กระจายเชื้อโรคสู่เด็กคนอื่นๆ อีกด้วย

 

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

มาแน่! โรคระบบทางเดินหายใจในเด็ก โรคฮิตปลายฝนต้นหนาว

รู้จักวัคซีนภูมิแพ้ ก่อนพาลูกรักไปรักษาโรคภูมิแพ้