ลูกไม่เป็นตัวของตัวเองทำอย่างไรดี

ลูกไม่เป็นตัวของตัวเองทำอย่างไรดี

เมื่อลูกเริ่มโตขึ้นเราจะเริ่มพบเจอเด็กอยู่ 2 ประเภท คือเด็กที่กล้าแสดงออก มั่นใจในตัวเอง กับเด็กขี้อาย ขาดความมั่นใจ และไม่เป็นตัวของตัวเอง ซึ่งเด็กประเภทนี้มักจะเป็นมีลักษณะเงียบ ๆ ไม่ค่อยกล้าพูด และเก็บตัวเงียบ ในฐานะพ่อแม่และผู้ปกครองเราจะเริ่มสอนลูกให้เป็นตัวของตัวเองได้อย่างไร

คนที่มีความมั่นใจหรือภูมิใจตัวเอง (Self-esteem) หมายถึง มีความกล้าคิดกล้าแสดงออกในความคิดบวกว่าตนสามารถทำได้และจะประสบความสำเร็จ เด็กที่มีความคิดเป็นตัวของตัวเอง จะทำให้เด็กเกิดความภาคภูมิใจในตนเอง และสามารถคิดแก้ปัญหาได้ ซึ่งความคิดแบบนี้เป็นสิ่งที่พ่อแม่ต้องค่อย ๆ ส่งเสริมและเป็นแบบให้กับลูกได้ตั้งแต่เด็ก ๆ

ในทางตรงข้ามกับลูกที่ไม่เป็นตัวของตัวเอง ที่มักเกิดจากสาเหตุหลายอย่างประกอบกัน ทั้งลักษณะนิสัยที่อาจติดตัวมาแต่กำเนิด หรือผลจากการเลี้ยงดู สภาพแวดล้อม เป็นต้น ซึ่งมีผลทำให้เด็กกลายเป็นคนวิตกกังวล มีความเครียด เปราะบาง และจะทำให้รับมือกับปัญหาที่ผ่านมาในชีวิตได้ยาก

ลูกไม่เป็นตัวของตัวเองทำอย่างไรดี

เราสามารถช่วยลูกและส่งเสริมให้ลูกเป็นตัวของตัวเองได้

  1. ไม่เปรียบเทียบลูกกับเด็กคนอื่น ซึ่งนอกจากจะทำให้ลูกขาดความมั่นใจแล้ว ยังสะสมให้ลูกเกิดความเชื่อว่าตนเองไม่เก่ง แถมยังเกิดความคิดอิจฉาขึ้นโดยไม่รู้ตัว
  2. สังเกตในสิ่งที่ลูกชอบ ความสามารถพิเศษของลูก และสนับสนุนให้ลูกได้ลองทำ เมื่อลูกได้พบเจอกับเส้นทางชีวิตของตัวเองจะทำให้ลูกเกิดความสุขและมีความมั่นใจในตัวเองมากขึ้น ความรู้สีกนี้จะต่อยอดไปถึงหน้าที่การงานที่ดีในอนาคตได้
  3. พ่อแม่เป็นแบบอย่างในการมองลูกและคนอื่นในแง่ดี ไม่ยึดติดกับรูปร่างหน้าตาหรือระดับความสำเร็จ ชมเชยเมื่อลูกทำดีหรือทำได้ด้วยตัวเอง และไม่กล่าวโทษหรือมองคนอื่นแง่ร้ายในสิ่งที่เขาโดดเด่นหรือดีกว่า
  4. ให้ลูกได้มีโอกาสเลือกในสิ่งที่ลูกสนใจ และไม่ตำหนิหากในวันข้างหน้าลูกจะเปลี่ยนไปสนใจหรืออยากทำอย่างอื่น เพราะเด็กมีโอกาสได้ทดลองทำเพื่อเรียนรู้และลองผิดเสมอ จนกว่าจะได้เจอกับสิ่งที่ตนเองชอบอย่างแท้จริงลูกไม่เป็นตัวของตัวเองทำอย่างไรดี
  5. ไม่ยัดเยียดความชอบของพ่อแม่ให้กับลูก เพราะความชอบของแต่ละคนไม่เหมือนกัน จึงควรเปิดโอกาสและให้ความคิดในการให้ลูกได้ตัดสินใจด้วยตัวเอง พร้อมทั้งสนับสนุนในความสามารถของลูก
  6. ไม่ตั้งความหวังกับลูก พ่อแม่มักจะคาดหวังให้ลูกได้เรียนนั่นนี่ เพื่อลูกจะได้ประกอบอาชีพดี มีอนาคตข้างหน้า โดยที่ไม่รู้ว่าการกะเกณฑ์และการคาดหวังของพ่อแม่จะส่งผลให้ลูกไม่เป็นของตัวเอง เพราะไม่ได้แสดงความต้องการของตนเองที่แท้จริงออกมา
  7. ปล่อยให้ลูกได้เลือกแต่งตัวด้วยตัวเอง จากที่พ่อแม่เคยเลือกหยิบเสื้อแต่งตัวให้ตุ๊กตาตัวน้อยตั้งแต่เด็ก เราจะเห็นเจ้าตัวน้อยในวัย 3-4 ขวบ ขอพ่อแม่ว่า “หนูอยากใส่เสื้อตัวนี้ หนูอยากใส่กางเกงสีนั้น” อย่าได้ไปขัดขวางความคิดเขา ถึงแม้ว่าเราจะเจอลูกแต่งตัวในชุดที่ไม่เข้ากันก็เถอะ
  8. แสดงให้เห็นถึงการยอมรับและสอนให้ลูกรู้จักเคารพตัวเอง การที่ลูกยังทำอะไรไม่สำเร็จ ไม่ได้หมายความว่าในอนาคตลูกจะทำไม่ได้ ซึ่งการยอมรับและพร้อมที่จะผลักดัน จะเป็นพลังสนับสนุนให้ลูกได้มีความพยายามต่อไปเรื่อย ๆ จนรู้ถึงความสามารถของตนเอง มีความคิดและเกิดความภาคภูมิใจในตนเองยิ่งขึ้น
  9. แสดงออกว่า “รัก” ให้ลูกเห็น การที่ลูกได้รับความรักจากพ่อแม่เป็นสิ่งที่แรงใจและกำลังใจที่สำคัญต่อตัวลูก เพราะหากลูกประสบความสำเร็จหรือดีอย่างไร แต่ขาดความรัก สุดท้ายเขาก็จะหมดความภาคภูมิใจในตัวเอง ส่งผลให้ลูกเป็นเด็กที่เก็บตัวและไม่มีความมั่นใจในตัวเองได้

การแสดงออกและเป็นแบบอย่างที่ดีของพ่อแม่ เริ่มต้นเร็วลูกก็จะได้รับการเรียนรู้ได้อย่างรวดเร็ว เพราะสิ่งเหล่านี่จะส่งผลให้ลูกเป็นตัวของตัวเอง และเกิดความมั่นใจต่อตนเองได้ โดยเฉพาะเด็กตั้งแต่อายุ 3 ขวบขึ้นไปจะเริ่มมีความคิดและรับรู้ถึงความรู้สึกต่าง ๆ มากยิ่งขึ้น ซึ่งก็จะตกผลึกออกมาจากการแสดงออกโดยตัวเด็กเอง

ที่มา : www.love4home.com

บทความอื่น ๆ ที่น่าสนใจ :
เทคนิคสอนลูกอย่างไรให้กล้าตัดสินใจด้วยตนเอง
เลี้ยงลูกแฝด 3 ให้เป็นตัวของตัวเอง

มีข้อสงสัยเรื่องการตั้งครรภ์ หรือมีคำถามเรื่องการเลี้ยงลูกหรือเปล่าคะ? ติดตามอ่านบทความ หรือสอบถามสิ่งที่คุณอยากรู้ผ่านแอปของเราได้เลย ดาวน์โหลด theAsianparent แอปพลิเคชัน ทั้ง IOS และ Android ได้แล้ววันนี้!

บทความโดย

Napatsakorn .R

app info
get app banner