เมื่อลูกไม่สบายจะพาไปฉีดวัคซีนดีไหม?

lead image

เมื่อลูกน้อยของคุณไม่สบายแต่ถึงกำหนดต้องฉีดวัคซีนแล้ว หากไม่พาลูกไปรับการฉีดวัคซีนจะเป็นอันตรายไหม แต่ตอนนี้ลูกกำลังไม่สบาย ทำยังไงดี คงเป็นคำถามที่วนเวียนอยู่ในใจของคุณแม่หลาย ๆ ท่าน แต่ก่อนที่จะไปพบคำตอบมากันก่อนนะคะว่าในแต่ละเดือนลูกต้องได้รับวัคซีนพื้นฐานอะไรบ้าง

พ.ญ.สิริยาภรณ์ เลาหคุณากร กุมารแพทย์ ศูนย์กุมารเวช โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ ได้ให้ความรู้เกี่ยวกับวัคซีนพื้นฐานและวัคซีนเสริมเพื่อสร้างภูมิคุ้มกันให้ลูกน้อย ดังนี้

วัคซีนพื้นฐานที่ต้องได้รับ                                              

วัคซีน BCG  ป้องกันวัณโรค ช่วงอายุที่ควรได้รับ คือ ควรได้รับตั้งแต่แรกเกิด

วัคซีนป้องกันโรคโปลิโอ  ช่วงอายุที่ควรได้รับ คือ  เมื่ออายุ  2 เดือน   4 เดือน  6  เดือน  ขวบครึ่ง และสามถึงสี่ขวบ

วัคซีนป้องกันโรคคอตีบ บาดทะยัก  ไอกรน  โดยให้พร้อมกับวัคซีนป้องกันโรคโปลิโอ ช่วงอายุที่ควรได้รับ คือ เมื่ออายุ  2  เดือน  4  เดือน  6  เดือน  ขวบครึ่ง  และสามถึงสี่ขวบ อาจให้กระตุ้นอีกครั้งเมื่ออายุ 11 - 12 ปี

วัคซีนป้องกันโรคตับอักเสบ บี  ให้ทั้งหมด 3 ครั้ง ช่วงอายุที่ควรได้รับ คือ  ควรได้รับตั้งแต่แรกเกิด อายุ 1-2 เดือน  และอายุ 6 เดือน

วัคซีนป้องกันโรคหัด  คางทูม   หัดเยอรมัน ช่วงอายุที่ควรได้รับ   คือ  อายุ 1 ขวบ  และควรฉีดกระตุ้นอีกครั้งเมื่ออายุ 4 – 6 ขวบ

วัคซีนป้องกันโรคไข้สมองอักเสบ ช่วงอายุที่ควรได้รับ  คือ  1  ขวบ  และควรฉีดกระตุ้นอีกครั้งในช่วง 3-12 เดือน ถัดไป

วัคซีนเสริม   (คือ วัคซีนที่อยู่นอกแผนการสร้างภูมิคุ้มกันโรค  กระทรวงสาธารณสุข)

วัคซีนป้องกันโรคจากเชื้อ H. influenza type B ( HIB) ช่วงอายุที่ควรได้รับ  คือ  2 เดือน  4  เดือน  6 เดือน และฉีดกระตุ้มอีกครั้งในช่วงอายุ 12 – 15  เดือน

วัคซีนป้องกันโรคตับอักเสบ A ช่วงอายุที่ควรได้รับ  คือ  1  ขวบขึ้นไป จำนวน 2 ครั้ง โดยระยะเวลาการให้วัคซีนห่างกัน 6 เดือน ถึง 1 ปี

วัคซีนป้องกันโรคสุกใส ช่วงอายุที่ควรได้รับ คือ 1 ขวบขึ้นไป  และควรฉีดกระตุ้นอีกครั้งเมื่ออายุ 4 – 6 ขวบ

วัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ ช่วงอายุที่ควรได้รับ  คือ  ให้ได้ตั้งแต่อายุ 6 เดือนขึ้นไป

วัคซีนป้องกันโรคจากเชื้อ Streptococcus  pneumonia หรือที่เรียกกันว่า วัคซีน  ไอพีดี ช่วงอายุที่ควรได้รับ  2  เดือน  4  เดือน  6  เดือน  และฉีดกระตุ้นเมื่ออายุครบ 1 ขวบ

วัคซีนป้องกันโรคติดเชื้อโรตาไวรัสที่ทำให้เกิดอาการท้องเสีย  วัคซีนชนิดนี้วัคซนที่หยอดทางปาก  ให้ 2 – 3 ครั้ง ช่วงอายุที่ควรได้รับ  2 เดือน  4  เดือน  6  เดือน

อ้างอิงจาก  www.bumrungrad.com/healthspot/november-2013/well-baby-vaccine

อ่านข้อควรรู้ : หากลูกได้รับวัคซีนไม่ครบต้องทำอย่างไร คลิกหน้าถัดไป

ข้อควรรู้ : หากลูกได้รับวัคซีนไม่ครบต้องทำอย่างไร

หากลูกน้อยของคุณยังไม่ได้รับวัคซีนบางตัวจากที่ได้กล่าวไว้ข้างต้น  โดยเฉพาะวัคซีนหลัก  คุณแม่ควรปรึกษากุมารแพทย์เพื่อขอรับการฉีดวัคซีนเพิ่มเติมได้  หากลูกไม่ได้รับวัคซีนตามกำหนด  เช่น  วัคซีนป้องป้องกันโรคคอตีบ   บาดทะยัก  ไอกรน  ซึ่งต้องมีการฉีดวัคซีนหลายครั้งและมีการฉีดกระตุ้นในช่วงอายุ 1 ขวบ  แต่ไม่ได้พาลูกมารับวัคซีนเพิ่มเติมก็สามารถพามารับได้เลย  โดยไม่ต้องเริ่มต้นที่การฉีดเข็มที่ 1 ใหม่อีก

หลังจากที่คุณพ่อคุณแม่ทราบกันแล้วว่า  ในแต่ละช่วงอายุของเด็กควรได้รับวัคซีนชนิดใดบ้าง  แต่ถึงอย่างไรการไปรับวัคซีนก็คือ  เด็กต้องรับการฉีดยา  คุณพ่อคุณแม่ควรเตรียมการรับมือกับลูกน้อย  แน่นอนว่าต้องมีอาการร้องโยเยหนักมาก  ฉีดวัคซีนมาแล้วอาจจะเป็นไข้  ฯลฯ แล้วจะรับมืออย่างไร  มาดูกันค่ะ เรามีคำแนะนำดี ๆ มาบอก

ข้อควรรู้  ก่อน – หลัง  พาลูกไปฉีดวัคซีน

พ.ญ.อัมพร  สันติงามกุล  กุมารแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านพัฒนาการและพฤติกรรม  โรงพยาบาลสมิติเวช  ศรีนครินทร์  ได้ให้ความรู้ในเรื่องการเตรียมความพร้อมก่อน – หลังพาลูกไปฉีดวัคซีน  ดังนี้

ข้อควรรู้ก่อนพาลูกไปรับวัคซีน

1.ควรเตรียมสมุดบันทึกการรับวัคซีนไปด้วยทุกครั้ง  เพื่อจะได้ตรวจสอบว่า  เด็กได้รับวัคซีนชนิดใดไปแล้วบ้าง  หรือมีวัคซีนตัวใดต้องได้รับการฉีดกระตุ้นเป็นระยะ  ข้อดีของการนำสมุดบันทึกไปอีกอย่างหนึ่ง คือ  หากการรับวัคซีนไม่ได้รับที่สถานบริการเดิม  หรือกุมารแพทย์ท่านเดิม  จะช่วยลดความผิดพลาดในการรับวัคซีนได้อย่างดี

2.ขณะที่ลูกเป็นไข้อยู่นั้น  แม้จะถึงกำหนดเวลารับวัคซีนก็ยังไม่ควรพาไปรับวัคซีนค่ะ  ซึ่งในข้อนี้เราจะกล่าวถึงในหัวข้อต่อไป

3.หากลูกแพ้ยาตัวใด หรือแพ้อาหารชนิดใด  ต้องแจ้งกุมารแพทย์  เพราะสารบางตัวในวัคซีนอาจทำให้ลูกแพ้ได้ หรือมีอาการแทรกซ้อนตามมา  โดยเฉพาะหากลูกเคยมีอาการชัก  หรือมีความผิดปกติทางสมอง ซึ่งไม่แนะนำให้ฉีดวัคซีนไอกรนชนิดเต็มเซลล์  เนื่องจากจะทำให้มีไข้สูงและอาจไปกระตุ้นอาการผิดกติที่ลูกเป็นอยู่ก็ได้  ดังนั้น  คุณพ่อคุณแม่ต้องแจ้งให้กุมารแพทย์ทราบถือเป็นสิ่งสำคัญค่ะ

4.อาการที่ต้องแจ้งกุมารแพทย์เมื่อไปรับวัคซีน  เช่น  แพ้ไข่  เด็กอาจจะมีอาการข้างเคียงจากการรับวัคซีนไข้หวัดใหญ่ได้  นอกจากนี้เด็กที่มีอาการแพ้ยาปฏิชีวนะบางชนิดก็จำเป็นต้องเลี่ยงวัคซีนบางตัว  เช่น  วัคซีนหัด คางทูม  หัดเยอรมัน  วัคซีนป้องกันโปลิโอชนิดฉีด  และวัคซีนสุกใส

5.วัคซีนบางชนิดเมื่อฉีดแล้วมีผลทำให้เด็กมีไข้ได้  ตามปกติคุณหมอจะจัดยาแก้ไข้มาให้  แต่อาการไข้นั้นจะลดลงภายใน 1-2 วัน

อ้างอิงจาก www.manager.co.th/Family/ViewNews.aspx?NewsID=9540000081659

อ่านข้อควรรู้ : ผลข้างเคียงของวัคซีนแต่ละชนิด คลิกหน้าถัดไป

อ่านข้อควรรู้ : ผลข้างเคียงของวัคซีนแต่ละชนิด

1.วัคซีนป้องกันสุกใส วัคซีนชนิดนี้เมื่อฉีดแล้วอาจทำให้มีอาการบวมในบริเวณที่ฉีด  และมีไข้ต่ำ ๆ แต่ไม่มีอาการเจ็บป่วยรุนแรงตามมา

2.วัคซีนตับอักเสบ อาการที่แสดงออก คือ จะมีอาการปวดบวมบริเวณที่ได้รับการฉีดวัคซีน  อาจมีอากรปวดศีรษะหรือเบื่ออาหาร  ซึ่งจะมีอาการนี้เพียง 1-2 วันเท่านั้น

3.วัคซีนโรต้า ชนิดหยดทางปาก  อาจทำมีอาการไข้  เบื่ออาหาร  อาเจียน  งอแง  ถ่ายเหลว

4.วัคซีนไข้หวัดใหญ่  ในเด็กอายุต่ำกว่า 13 ปี อาจพบว่าหลังจากได้รับวัคซีนแล้วจะมีอาการไข้ต่ำ ๆ

5.วัคซีนนิวโมคอคคัส จะมีอาการปวด  บวมแดงบริเวณที่ฉีด

6.วัคซีนไข้สมองอักเสบเจอี มี 2 ชนิด คือ  แบบเชื้อตายและแบบเชื้อเป็น  เมื่อได้รับวัคซีนแล้วจะมีอาการปวด  บวมแดง  บริเวณที่ฉีดและจะมีไข้ต่ำ ๆ

7.วัคซีนหัด จะมีอาการไข้ต่ำ ๆ มีผื่นแดงในกรณีที่แพ้ยา

ที่นี้ได้ทราบกันแล้วนะคะว่าผลข้างเคียงที่เกิดขึ้นหลังจากที่ได้รับวัคซีนแต่ละชนิด  ซึ่งคุณหมอจะให้คำแนะนำในการดูแลหลังจากได้รับวัคซีน  กรณีเป็นไข้สามารถรับประทานยาลดไข้ได้  แต่หากมีอาการแทรกซ้อน เช่น  มีไข้สูง  หรืออาการอื่น ๆ ต้องรีบไปพบคุณหมอโดยด่วนค่ะ

จากหัวข้อในตอนแรก คือ  เมื่อลูกไม่สบายจะพาไปฉีดวัคซีนดีไหม? และได้เกริ่นนำไปบ้างแล้วว่าไม่ควรพาไปฉีดวัคซีน  มาดูถึงเหตุผลกันค่ะ

เมื่อลูกไม่สบายจะพาไปฉีดวัคซีนดีไหม?

คำตอบ คือ  ไม่ควรพาไปฉีดวัคซีน

เหตุผลที่ไม่ควรพาไป  เนื่องจากเมื่อเวลาที่เจ็บป่วยเด็ก ๆ ทุกคนจะมีอาการร่างกายอ่อนแอ  ทำให้การสร้างภูมิคุ้มกันตอบสนองต่อการฉีดวัคซีนไม่ดีเท่าที่ควร  การสร้างภูมิคุ้มกันที่ได้รับจากวัคซีนจะเกิดผลดีเมื่อร่างกายอยู่ในภาวะปกติและแข็งแรง  ที่สำคัญการฉีดวัคซีนในบางชนิดจะมีผลข้างเคียงเกิดขึ้น  ยิ่งถ้าลูกกำลังเจ็บป่วยอยู่นั้นทำให้ร่างกายตอบสนองไม่ดีต่อวัคซีนที่ได้รับ  อาจทำให้วัคซีนที่ฉีดเข้าไปไม่ได้ผลก็ได้ค่ะ

ในกรณีมีน้ำมูก  หรือไอ  แต่ไม่มีไข้  หรือมีไข้ต่ำ ๆ ยังสามารถรับวัคซีนได้ตามปกติ  ซึ่งคุณหมอจะวินิจฉัยให้เองค่ะว่าควรฉีดหรือไม่  หรือเลื่อนนัดฉีดวัคซีนออกไปจะดีกว่า

การเลื่อนฉีดวัคซีนคุณพ่อคุณแม่ไม่ต้องกังวลว่าลูกจะไม่ได้รับวัคซีนตามกำหนดจะเป็นอันตรายหรือไม่  ตอบได้เลยว่า ไม่ค่ะ  เพียงแค่รอให้ลูกน้อยหายไปก็ไปรับวัคซีนได้ตามปกติ

ที่สำคัญไม่ควรละเลยการฉีดวัคซีนเพราะวัคซีนเป็นตัวกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย  เมื่อเชื้อโรคเข้สู่ร่างกายและตรงกับภูมิคุ้มกันที่ได้ฉีดวัคซีนไว้ ภูมิต้านทานนั้นจะกระตุ้นให้ร่างกายต่อต้านเชื้อโรคชนิดนั้น ๆ

อย่างไรก็ตาม  เมื่อจะพาลูกไปรับวัคซีนอย่าลืมนำสมุดบันทึกการรับวัคซีนไปด้วยทุกครั้ง  เพื่อป้องกันความผิดพลาดที่อาจเกิดขึ้นได้นะคะ

บทความอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง

อาการเป็นไข้จากการฉีดวัคซีน ป้องกันได้อย่างไร

แชร์สนั่น! ทารกเสียชีวิตหลังฉีดดวัคซีน 13 ชนิดในคราวเดียว

มีข้อสงสัยเรื่องการตั้งครรภ์ หรือมีคำถามเรื่องการเลี้ยงลูกหรือเปล่าคะ? ติดตามอ่านบทความ หรือสอบถามสิ่งที่คุณอยากรู้ผ่านแอปของเราได้เลย ดาวน์โหลด theAsianparent แอปพลิเคชัน ทั้ง IOS และ Android ได้แล้ววันนี้!