ลูกไม่ยอมนอนกลางวันทำอย่างไรดีนะ

ลูกไม่ยอมนอนกลางวันทำอย่างไรดีนะ

ปัญหาลูกไม่ยอมนอนกลางวันพบได้ทั้งในเด็กเล็กและเด็กในวัยอนุบาล การนอนถือเป็นสิ่งสำคัญสำหรับวัยเด็ก เพราะการนอนหลับสนิทส่งเสริมพัฒนาการด้านต่าง ๆ ของร่างกาย และพัฒนาการทางด้านสมอง เด็กในแต่ละช่วงวัยมีระยะเวลาการนอน และช่วงเวลาการนอนที่แตกต่างกันไป มาดูกันว่า การนอนหลับของแต่ละช่วงวัยเป็นอย่างไร

ความลับในการนอนของเด็กที่น่ารู้

ทารกวัยแรกเกิด       

โดยทั่วไปจะเห็นว่าทารกแรกเกิดนั้นนอนหลับเกือบตลอดเวลา  แต่เชื่อไหมคะ  ที่เราเห็นว่าทารกกำลังนอนหลับนั้น  ที่จริงแล้วเจ้าหนูน้อยไม่ได้นอนหลับสนิทจริง ๆ ค่ะ  เพราะไม่ว่ายามหลับหรือยามตื่น  สมองน้อย ๆ ของเจ้าหนูกลับตื่นตัวตลอดเวลา  เพราะนักวิจัยได้มีการทดสอบวัดคลื่นสมองของทารกแรกคลอด พบว่า  คลื่นสมองของทารกในขณะที่หลับและขณะที่ตื่นมีลักษณะคล้ายคลึง

ความลับในการนอนของเด็กที่น่ารู้

ความลั บในการนอนของเด็กที่น่ารู้

กันมาก  ทีมนักวิจัยดังกล่าว  ได้แนะนำคุณพ่อคุณแม่ว่า  ไม่จำเป็นต้องให้ห้องนอนนั้นเงียบสงบจนเกินไป  สามารถเปิดเพลงคลอเบา ๆ เปิดไฟสลัว ๆ หรือมีเสียงพูดคุยกันระหว่างพ่อแม่จะให้ผลดี  เพราะเจ้าตัวน้อยอาจจะกำลังเงี่ยหูฟังเสียงของคุณอยู่ก็ได้  ยิ่งเสียงของคุณพ่อคุณแม่ด้วยแล้ว  เขาจะคุ้นเคยตั้งแต่อยู่ในท้อง  จะทำให้ทารกรู้สึกอบอุ่นใจอีกด้วย

ทารกวัย  2 – 5 เดือน

ความลับในการนอนของเด็กที่น่ารู้

ความลับในก ารนอนของเด็กที่น่ารู้

ทารกในช่วงวัย 2 – 5 เดือน เวลาที่เจ้าตัวน้อยนอนหลับ บางทีคุณจะสังเกตอากัปกิริยา  บางทีก็เหมือนจะยิ้ม ขยับปากคล้ายจะดูดนม บางทีก็ทำหน้าย่นคล้ายจะร้องไห้   จริง ๆ แล้ว ทารกน้อยไม่ได้กำลังฝันดีหรือฝันร้ายแต่อย่างใด  แต่เป็นการพัฒนากล้ามเนื้อใบหน้าเท่านั้น

ขวบครึ่ง

ในวัยนี้ถึงจะนอนหลับได้สนิทจริง ๆ นักวิจัยพบว่า  ในช่วงวัยขวบครึ่งคลื่นสมองขณะหลับและขณะตื่นนั้นจะมีความแตกต่างกัน  คือ  ขณะหลับคลื่นสมองจะตื่นตัวลดงกว่าในช่วงเวลาที่เด็กตื่น และเริ่มแยกแยะเวลากลางวันกับกลางคืนออกแล้ว   ทำให้เด็กวัยนี้นอนหลับในเวลากลางคืนได้ยาวนานขึ้น

ทารกวัย 6 เดือน 

ความลับในการนอนของเด็กที่น่ารู้

ความลับในการนอ นของเด็กที่น่ารู้

เชื่อไหมว่า  ทารกในวัยนี้หนูฝันเป็นแล้วนะ  รู้ได้อย่างไร  ทีมนักวิจัยได้ใช้การทดสอบโดยการวัดคลื่นสมองเป็นเครื่องมือในการพิสูจน์  พบว่า  คลื่นสมองทารกในวัย 6 เดือนขณะที่กำลังฝันเมื่อนำมาเทียบกับผู้ใหญ่ที่นอนหลับฝัน  ไม่น่าเชื่อว่าเหมือนกันจริง ๆ

อายุ 3 – 4 ขวบ

นักวิจัยได้วัดคลื่นสมองของเด็กในวัย 3-4 ขวบ ในขณะที่เด็กนอนหลับ  เชื่อว่า  ความฝันของเด็กวัยนี้จะเป็นรูปเป็นร่างมากขึ้น   และจะฝันเหมือนภาพสไลด์  คือ  เนื้อเรื่องความฝันยังไม่ต่อเนื่อง

อายุ 5 – 6 ขวบ

ในวัยนี้ความฝันจะมีความต่อเนื่องมากขึ้น มีความเชื่อมโยงของเรื่องราวความฝันมากขึ้น  และที่สำคัญยังมีตัวเองเป็นตัวเอกของเรื่องเสียด้วย

 

จากที่กล่าวมา  เป็นการเปิดเผยความลับการนอนของเจ้าหนู  ทำให้คุณพ่อคุณแม่ได้รู้ว่าการนอนของทารกรวมถึงความฝันนั้น  มีความสัมพันธ์กับคลื่นสมอง  ซึ่งเป็นผลดีเสียอีกที่ผู้ใหญ่อย่างเรา ๆ จะเข้าใจการนอนของเด็กได้ดีขึ้น  ทีนี้หากเราฝึกวินัยการนอนให้แก่ลูกน้อยย่อมเป็นสิ่งที่ดี

อ้างอิงข้อมูลจาก motherandchild.in.th/content/view/1041/

 

อ่านวินัยการนอนฝึกได้ไม่ยาก คลิกหน้าถัดไป

วินัยการนอน  ฝึกได้ไม่ยาก

แม้ว่าการนอนจะเป็นเรื่องปกติของคนทั่วไปก็ตาม  แต่การนอนของวัยเด็กนั้น  ซึ่งวัยที่ซุกซนอยากเรียนรู้  ถ้าไม่ง่วงจริง ๆ ไม่มีทางยอมนอนเด็ดขาด  ยิ่งถ้าได้เล่นแล้วหล่ะก็ถึงไหนถึงกัน

การนอนของเด็ก ๆ นั้น  ไม่ใช่เพียงการพักผ่อนเท่านั้น  แต่ยังหมายถึงพัฒนาการร่างกายและสมองกำลังพัฒนาในช่วงหลับ  เพราะขณะที่เด็กหลับสนิทนั้นฮอร์โมนชนิดหนึ่ง คือ  ฮอร์โมนแห่งการเจริญเติบโต หรือที่รู้จักกันในชื่อว่า  โกรทฮอร์โมน (Growth Hormone)  นั่นเอง ซึ่งจะหลั่งออกมามากที่สุดในช่วงที่เด็กหลับสนิท  รู้อย่างนี้แล้ว เรามาฝึกวินัยการนอนกันดีกว่าค่ะ

คุณพ่อคุณแม่ควรเริ่มต้นจาก  เมื่อได้เวลานอน   ปิดไฟดวงใหญ่  เหลือเพียงไฟสลัว ๆ พาลูกเข้านอนพร้อมกับเล่านิทาน  หรือร้องเพลงกล่อม  แต่ควรมีข้อตกลงกับเจ้าหนูเสียหน่อยว่าหากเล่านิทานจบหรือร้องเพลงจบแล้วก็ถึงเวลานอนแล้วนะจ๊ะ  จากนั้นงดการพูดคุยค่ะ  เพราะเด็กลองได้คุยแล้ว  ไม่จบง่าย ๆ หากเด็กมีตุ๊กตาหรือหมอนใบโปรดก็ให้เขาเอามากอด  หลังจากนั้นความเงียบจะทำให้เด็กหลับได้ง่าย

การฝึกลูกเข้านอนในช่วงแรกยอมรับว่าเป็นเรื่องยาก  ต้องอดทนค่ะ  อดทนคำเดียวเลยถึงจะประสบความสำเร็จ  หรือไม่ก็เจอเด็กขัดขืนไม่ยอมนอน คุณแม่ต้องใจเย็นค่อย ๆ ปรับพฤติกรรม  และทำเช่นนี้สม่ำเสมอ  เด็กจะค่อย ๆ คุ้นชิน  หากทำได้สำเร็จเมื่อใดลูกของคุณจะกิน นอน เป็นเวลานับว่าเป็นความสำเร็จของคุณแม่จริง ๆ ค่ะ

ที่กล่าวมาในข้างต้นถึงความลับในการนอนของเด็ก  รวมถึงการฝึกวินัยให้เด็กนอนเป็นเวลา  ทีนี้เดินทางมาถึงหัวข้อ  ลูกไม่ยอมนอนกลางวันทำอย่างไรดีนะ  มาดูกันว่าเพราะอะไรและจะแก้ไขได้อย่างไร  ติดตามอ่านกันเลยค่ะ

อ่านลูกไม่ยอมนอนกลางวันทำอย่างไรดีนะ  คลิกหน้าถัดไป

ลูกไม่ยอมนอนกลางวันทำอย่างไรดีนะ

ก่อนอื่นคุณพ่อคุณแม่ควรทำความเข้าใจช่วงระยะเวลาที่เด็กต้องการพักผ่อนในช่วงวัยของเขา น.พ.บุญรัตน์  ภัทรากุลพิเชษฐ์   กุมารแพทย์  ได้อธิบายถึงช่วงเวลาการนอนพักผ่อนของเด็กดังนี้

เด็กวัย ขวบครึ่ง -2 ขวบ  และเด็กเนิร์สเซอรี่  จะนอนทั้งวันประมาณ 12 ชั่วโมง/วัน โดยนอนตอนกลางวันประมาณ 1 ชั่วโมง

เด็กอนุบาล วัย 3 – 6 ขวบ  จะนอนประมาณ 8 – 12 ชั่วโมงขึ้นอยู่กับเด็กแต่ละคนและกิจกรรมที่ทำในแต่ละวันว่าจะสร้างความเหนื่อยล้า  อ่อนเพลียให้เด็กมากเพียงใด

เด็กวัย 5 – 6 ขวบ  จำนวนมากที่ไม่ยอมนอนกลางวันจึงไม่ต้องกังวล หากเด็กนอนกลางคืนมาเพียงพอ  แต่กิจกรรมในช่วงบ่ายควรจะเป็นกิจกรรมเบา ๆ ให้เด็กรู้สึกผ่อนคลาย

หลายครั้งที่คุณพ่อคุณแม่ประสบปัญหาเด็กไม่ยอมนอนกลางวัน  โดยเฉพาะเด็กในช่วงวัย 3 – 6 ขวบ  ซึ่งวัยนี้เป็นวัยอนุบาล  วัยแห่งการเรียนรู้และอยากเรียนรู้ไปเสียทุกเรื่อง  ยิ่งเด็กที่นอนตื่นสายที่มีผลจากการนอนดึก  อาจเกิดจากรอคุณพ่อคุณแม่กลับจากที่ทำงาน  หรือห่วงเล่นจนไม่ยอมนอน  เมื่อตื่นสายทำให้พอถึงเวลากลางวันเพื่อนคนอื่น ๆ นอนหลับกันหมดแล้วแต่เจ้าหนูกลับนอนทำตาปริบ ๆ ก็หนูไม่ง่วงนี่นา  เพราะเด็กอาจจะหลับในช่วงเวลากลางคืนยาวนานรวมถึงการตื่นสายนั่นเอง  เมื่อเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ก็อย่าบังคับให้นอนเลยค่ะ   ควรเปลี่ยนเป็นการหากิจกรรมให้ทำเงียบ ๆ เช่น  อ่านหนังสือนิทาน ฟังเทปนิทานหรือเพลง  ก็ได้ค่ะ  แต่ถ้าคุณครูพบเหตุการณ์ไม่ยอมนอนกลางวันเช่นนี้เสมอ ๆ ควรมีการพูดคุยกับคุณพ่อคุณแม่ เพื่อร่วมมือกันปรับพฤติกรรมการนอนตั้งแต่ที่บ้าน

คำแนะนำสำหรับคุณพ่อคุณแม่ อย่างแรกไม่ควรให้เด็กนอนดึก  ควรฝึกให้ตื่นเช้าจนเป็นเรื่องปกติ  เมื่อไปโรงเรียนก็จะเข้าที่เข้าทาง การทำกิจกรรมในช่วงเช้าหากวันไหนที่ต้องออกแรงมากกว่าปกติ  เช่น  เล่นกีฬา  วันนั้นเวลากลางวันคงไม่มีเด็กคนไหนนั่งตาแป๋วเป็นแน่  เพราะได้เสียเหงื่อและออกแรง  ร่างกายอ่อนเพลีย  ทำให้อยากพักผ่อน  วิธีการนี้สามารถใช้ได้โดยเฉพาะช่วงวันหยุดไม่ต้องไปโรงเรียนเมื่อเด็กอยู่บ้าน  ก็ให้เล่นอะไรที่ออกกำลังในช่วงเช้า หรือช่วงสาย  เพื่อให้เด็กได้ใช้พลังงาน  เมื่อถึงเวลากลางวันเด็กจะได้นอนหลับสนิทนั่นเอง

อ่านบทความอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง

การนอนกลางวันช่วยพัฒนาความจำของเด็ก

เผยความลับ…การพัฒาสมองของลูกกับการนอนหลับ

มีข้อสงสัยเรื่องการตั้งครรภ์ หรือมีคำถามเรื่องการเลี้ยงลูกหรือเปล่าคะ? ติดตามอ่านบทความ หรือสอบถามสิ่งที่คุณอยากรู้ผ่านแอปของเราได้เลย ดาวน์โหลด theAsianparent แอปพลิเคชัน ทั้ง IOS และ Android ได้แล้ววันนี้!

app info
get app banner