ลูกโมโหร้าย พ่อแม่จะแก้นิสัยให้ลูกยังไง ไม่ให้ทำอีก

ลูกโมโหร้าย พ่อแม่จะแก้นิสัยให้ลูกยังไง ไม่ให้ทำอีก เทวดานางฟ้าน้อยหายไป เหมือนลูกโดนผีเข้า แต่มันคือเรื่องปกติของเด็กๆ ที่ยังควบคุมตัวเองไม่ได้เท่านั้นเอง

ลูกโมโหร้าย พ่อแม่จะแก้นิสัยให้ลูกยังไง ไม่ให้ทำอีก

ลูกโมโหร้าย พ่อแม่จะแก้นิสัยให้ลูกยังไง ไม่ให้ทำอีก เด็กๆ ยังไม่สามารถคุมอารมณ์ของตัวเองได้ทั้งหมด การแสดงออกมาจึงยากที่ผู้ใหญ่จะรับมือค่ะ แต่การปล่อยปละละเลย จนไม่ทำอะไรเลยกับพฤติกรรมแบบนี้ของลูก รังแต่จะส่งผลเสียให้เจ้าตัวเล็กนะคะ

ลูกโมโหร้าย แบบไหนที่พ่อแม่ต้องจัดการ

อารมณ์เสีย อารมณ์โมโห เกิดขึ้นได้กับคนทุกคน ไม่ว่าจะเป็นเด็กหรือเป็นผู้ใหญ่ แต่การแสดงออกแบบไหนกันแน่ ที่จะทำให้สถานการณ์ยิ่งเลวร้ายลงไปกันใหญ่ ได้แก่

  • ชก
  • ตี
  • ผลัก
  • กัด
  • ตบ

ทำไมลูกถึงโมโหร้ายแบบนี้

มีหลายเหตุผลที่แตกต่างกันไปค่ะ สำหรับสาเหตุของการกระทำของเด็กๆ นั้น เช่น ลูกยังไม่รู้ว่าสิ่งไหนทำได้ สิ่งไหนทำไม่ได้ ดังนั้นลูกจึงไม่รู้ว่าพฤติกรรมของเขา ไม่เป็นที่ยอมรับจากคุณพ่อคุณแม่ต่อสถานการณ์นั้นๆ การปล่อยให้ลูกทำ จึงเป็นการบอกลูกว่า ลูกทำได้นั่นเองค่ะ

ลูกไม่รู้จะทำยังไง เมื่อเกิดเหตุการณ์ที่ทำให้เขารู้สึกไปในด้านลบ เช่น โกรธ โมโห ไม่พอใจ สิ่งที่คุณพ่อคุณแม่ต้องสอนลูกคือ ให้ลูกเรียนรู้ว่าอารมณ์และความรู้สึกนี้เรียกว่าอะไร และควรทำอย่างไรกับมัน เช่น อธิบายด้วยคำพูด ตะโกนใส่หมอน หรือออกกำลังกายเป็นต้น

หากคุณพ่อคุณแม่ไม่รู้สาเหตุของการโมโหหรือความรุนแรงที่ลูกทำลงไป ให้ค่อยๆ ไล่ถาม และคุยกับลูกเยอะๆ ค่ะ เนื่องจากเด็กๆ บางทีก็ไม่สามารถอธิบายได้ตรงตามเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริง และนั่นก็พาลจะทำให้ลูกรู้สึกแย่มากขึ้น ดังนั้นการพูดคุยกับลูกเยอะๆ จึงช่วยได้มากนั่นเอง

กำจัดพฤติกรรมโมโหร้ายยังไงดี

เมื่อคุณพ่อคุณแม่พบว่า ลูกกลายเป็นเด็กที่โมโหร้ายแล้ว อย่ารอเพราะคิดว่าลูกยังเด็กอยู่ อย่าไปอะไรกับลูกเลย นั่นคือความคิดที่ผิดอย่างสิ้นเชิงค่ะ อย่างที่บอกไปข้างต้นคือ พฤติกรรมโมโหร้ายนี้ หากปล่อยไว้ นั่นคือการบอกลูกว่า เป็นพฤติกรรมที่รับได้ สิ่งที่คุณพ่อคุณแม่ต้องทำคือ ทำให้ลูกรู้ว่าลูกไม่สามารถทำแบบนี้ได้ และต้องหยุดพฤติกรรมที่ลูกทำลงไปทันทีค่ะ

หากเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นตามที่สาธารณะ หรือสถานที่ๆ มีคนพลุกพล่าน ให้พาลูกออกมาจากจุดนั้นก่อนค่ะ คุณพ่อคุณแม่จะได้ทำให้ลูกสงบลงก่อนที่จะคุยกับลูก หากลูกยังงอแงไม่ยอมออกมา ก็ให้ใช้วิธีเบี่ยงเบนความสนใจค่ะ

จากนั้นให้ปลอบลูก ให้ลูกสงบลงก่อน แล้วลองให้ลูกเล่าเรื่องราวให้คุณฟัง จากนั้นคุณพ่อคุณแม่ค่อยบอกลูกว่า คุณเห็นลูกทำพฤติกรรมอะไรท่ี่คุณไม่ยอมรับ พฤติกรรมนั้นไม่ดียังไง และมันทำให้คุณพ่อคุณแม่รู้สึกยังไง จากนั้นบอกสิ่งที่ลูกควรทำแทน และสิ่งนั้นทำให้คุณพ่อคุณแม่รู้สึกดีแค่ไหน

ขอเวลานอก

หากลูกไม่มีท่าทีว่าจะสงบลง การหามุมหรือห้องให้ลูก เพื่อให้ลูกสงบลงด้วยตัวเองก่อน คือสิ่งที่ควรทำค่ะ บอกลูกให้ไปนั่งเข้ามุม เมื่อสงบแล้ว แม่จะมาคุยด้วย หรือค่อยเล่าให้แม่ฟัง เพราะถ้าลูกยังพูดไม่รู้เรื่องแบบนี้ แม่ก็ฟังไม่รู้เรื่อง เป็นต้น หากไม่มีมุมสงบหรือพื้นที่เพียงพอ อาจจะแค่รอให้ลูกสงบลงก็ได้ค่ะ

สิ่งที่คุณพ่อคุณแม่ต้องทำให้ได้คืออย่าวีนแตกเสียเอง อย่าอารมณ์ขึ้น หัวร้อนกับลูกโดยเด็ดขาด เพราะลูกกำลังจดจำสิ่งที่คุณทำค่ะ คุณพ่อคุณแม่ก็ต้องสงบสติอารมณ์ของตัวเองลงให้ได้ก่อนนะคะ ยิ่งคุณพ่อคุณแม่แรงกับลูก ลูกจะยิ่งแรงกลับมา แล้วเมื่อถึงตอนนั้น สถานการณ์มันอาจจะเกินเยียวยาแล้วก็ได้ค่ะ

สิ่งที่พ่อแม่ต้องจำไว้คือ

ไม่มีแนวทางไหนที่ใช้ได้ผลเสมอไป หากคุณพ่อคุณแม่ลองวิธีนี้แล้ว ไม่ได้ผลกับลูกๆ ก็อาจจะเปลี่ยนวิธีได้เช่นกันนะคะ แต่ก็ขอให้มีความอดทน เพราะการปรับพฤติกรรมของเด็กๆ นั้น ไม่ใช่ว่าทำวันสองวัน แล้วพฤติกรรมของลูกจะเปลี่ยนไปเลย เป็นไปไม่ได้ค่ะ แต่ขอให้คุณพ่อคุณแม่คิดไว้เสมอว่ามันคือเรื่องปกติที่พ่อแม่ทุกคนจะต้องเจอ เป็นบททดสอบของคุณพ่อคุณแม่ ที่ต้องใช้ความรักและจิตวิทยาในการแก้ไขนั่นเอง

ที่มา Momjunction

บทความที่น่าสนใจ

แม่โมโหใส่ลูก เปรียบเสมือนน้ำมันรดกองไฟจริงหรือ?

คำสารภาพ จากแม่ใจร้อนชอบวีนแตก ถึงลูกตัวน้อยวัย 4 ขวบ

parenttown