ลูกแพ้อาหาร อาจถึงชีวิตได้

เมื่อจู่ๆ ลูกน้อยมีอาการหลังอาหาร เราจะรู้ได้อย่างไรว่ามีอาการแพ้แบบไหน ที่เราต้องระวัง... การชะล่าใจอาจทำให้ลูกน้อยถึงแก่ชีวิตได้

แพ้อาหาร

อาการแพ้อาหารมักพบในเด็กเล็กโดยเฉพาะที่อายุต่ำกว่า 1 ปี โดยสาเหตุยอดฮิตของการแพ้อาหารในเด็กมักพบว่า เด็กแพ้นมวัวมากที่สุด รองลงมาคือแพ้ไข่ แพ้ถั่วเหลือง แพ้แป้งสาลี แพ้อาหารทะเล แล้วคุณแม่จะทราบได้อย่างไรว่าลูกแพ้อะไร ติดตามอ่าน

สาเหตุของการแพ้อาหารในเด็ก

สาเหตุที่มักพบการแพ้อาหารในเด็กอายุต่ำกว่า 1 ปี เนื่องจากระบบการย่อยอาหารของเด็กยังไม่สมบูรณ์ ทำให้อาหารผ่านเข้าไปในกระแสเลือดและกระตุ้นให้ร่างกายสร้างภูมิต้านทาน จนทำให้เกิดปฏิกิริยาบางอย่างแล้วแสดงอาการออกมาในลักษณะต่าง ๆ

อาการแพ้อาหาร

อาการแพ้อาหารเกิดขึ้นได้กับทุกส่วนของร่างกาย แต่ที่พบบ่อย มี 3 ระบบได้แก่

  • ระบบทางเดินอาหาร : จะแสดงอาการคันปาก ปากบวม ริมฝีปากบวม คลื่นไส้ อาเจียน (เป็นอาหารหรือเป็นเลือด) ปวดท้อง ท้องเสีย (ถ่ายอุจจาระเหลวหรือเป็นเลือดปน) ในเด็กเล็กบางรายอาจพบอาการปวดท้องแบบโคลิก
  • ระบบผิวหนัง : จะแสดงอาการผื่นคัน ลมพิษ บวมใต้ผิวหนังที่หน้า หนังตา ริมฝีปาก
  • ระบบทางเดินหายใจ : จะแสดงอาการจาม คัดจมูก น้ำมูกไหล ไอ หอบ แน่นหน้าอก ในรายที่อาการแพ้รุนแรง มีอาการคอและหลอดลมบวมจนตีบ แน่นหน้าอก หายใจลำบาก ความดันโลหิตต่ำ ช็อกรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิตได้

สังเกตอย่างไร หากลูกแพ้นมวัว

อาการแพ้นมวัว มักไม่ค่อยพบในเด็กที่กินนมแม่ อย่างไรก็ตาม เด็กกินนมแม่ก็สามารถแพ้นมวัวผ่านทางอาหารที่มีส่วนผสมของนมวัวที่แม่กินเข้าไปได้เช่นกัน

เด็กที่แพ้นมวัว จะแสดงอาการได้เกือบทุกระบบของร่างกาย ทั้งระบบทางเดินอาหาร เช่น ท้องเสีย อาเจียน ปวดท้อง ระบบทางเดินหายใจ และอาการทางระบบผิวหนัง และอาจมีอาการอื่นๆ ร่วมด้วย เช่น น้ำหนักตัวน้อย ไม่ชอบรับประทานนม อารมณ์ไม่ค่อยดี และถ้ามีอาการรุนแรงก็เกิดภาวะช็อค (Anaphylactic Shock) ได้

สังเกตอย่างไร หากลูกแพ้ไข่ หรืออาหารทะเล

เด็กที่แพ้ไข่ หรืออาหารทะเล มักจะแสดงอาการทางผิวหนัง เช่น ลมพิษ หรือผื่นแพ้ที่กระจายทั่วตัว เป็นเม็ดเหมือนทราย ผิวหนังจะดูหยาบๆ และแห้งเป็นขุย (Atopic Dermatitis) หรือมีอาการรุนแรงแบบ Anaphylactic Shock ได้

สังเกตอย่างไร หากลูกแพ้ถั่วเหลือง

เด็กที่แพ้ถั่วเหลืองส่วนมากจะไม่มีอาการหอบหืดที่แสดงผ่านระบบทางเดินหายใจ แต่มักมีอาการปวดท้อง นอนไม่หลับ มีเลือดออกมากับอุจจาระ ดูเด็กไม่มีความสุข หรือเลี้ยงไม่โต

สังเกตอย่างไร หากลูกแพ้แป้งสาลี

อาการแพ้แป้งสาลีเกิดหลังจากกินอาหารที่มีแป้งสาลีเป็นส่วนประกอบ และอาจแสดงอาการได้ทุกระบบ เช่น ปากบวม ตาบวม ผื่นคัน ผื่นลมพิษ คัดจมูก หายใจลำบาก คันตา น้ำตาไหล ปวดท้อง คลื่นไส้อาเจียน ท้องเสีย อาการแพ้แบบรุนแรงเฉียบพลันทำให้เสียชีวิต เช่น กล่องเสียงบวมหลอดลมตีบ เจ็บหน้าอก แน่นหน้าอก หายใจไม่ออก เป็นลม หมดสติ ชีพจรเต้นเบาเร็ว ช็อค

อ่านต่อวิธีการตรวจภูมิแพ้ เพื่อหาสาเหตุที่ชัดเจนว่าลูกแพ้อะไรกันแน่ คลิกหน้าถัดไป

การแพ้อาหารวินิจฉัยได้อย่างไร              

หากลูกน้อยมีอาการดังกล่าวควรรีบพบแพทย์โดยทันที โดยคุณแม่ควรเตรียมข้อมูลเพิ่มเติมเพื่อให้คุณหมอได้วินิจฉัยได้ง่ายขึ้นดังนี้

  1. แจ้งอาการโดยละเอียดว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง มีไข้ ตัวร้อนหรือไม่
  2. ให้รายละเอียดของอาหารที่ให้ลูกทานก่อนที่จะเกิดอาการว่ามีอะไรบ้าง
  3. ระยะเวลาระหว่างอาหารมื้อล่าสุดจนถึงการเริ่มต้นของอาการแพ้

ขั้นตอนเบื้องต้นในการวินิจฉัยอาการจากแพทย์มีดังนี้

  1. ซักประวัติอย่างละเอียดเกี่ยวกับความสัมพันธ์ของอาการที่เกิดขึ้น กับชนิดของอาหารที่รับประทาน ถ้าหยุดอาหารนั้นแล้วอาการแพ้หายไปหรือไม่ ระยะเวลาที่เกิดอาการ
  2. ตรวจร่างกายเพื่อค้นหาและประเมินอาการแพ้อาหาร
  3. ในรายที่ไม่แน่ใจหรือ สงสัยว่าแพ้อาหารหลายชนิด แพทย์จะให้ผู้ป่วยจดบันทึกอาหารที่รับประทานตลอดวันโดยละเอียดเป็นระยะเวลา 2 – 4 สัปดาห์ รวมถึงอาการผิดปกติต่างๆ
  4. ใช้วิธีทดสอบทางผิวหนัง เพื่อค้นหาสารที่ทำให้เกิดการแพ้ ใช้เวลาเพียง 15 นาที ก็สามารถตรวจหาชนิดของอาหารที่แพ้ได้
  5. ใช้วิธีการตรวจเลือดเพื่อวัดระดับภูมิต้านทานว่าแพ้อาหารชนิดใด ซึ่งใช้เวลาตรวจนานและแพงกว่าการทดสอบทางผิวหนัง

อย่างไรก็ตาม การยืนยันการวินิจฉัยที่ดีที่สุดคือ การให้ผู้ป่วยทดลองรับประทานอาหารที่สงสัยว่าแพ้และสังเกตอาการเมื่อหยุดอาหารชนิดนั้น แต่ควรทำภายใต้การดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิด เพราะอาจเกิดอาการแพ้รุนแรงและเกิดอันตรายได้

การป้องกันและรักษาอาการแพ้อาหาร           

หากรู้ตัวว่าแพ้อาหารชนิดใด ก็ควรหลีกเลี่ยงอาหารชนิดนั้น รวมถึงหลีกเลี่ยงอาหารกลุ่มที่แพ้ด้วยเสมอ เช่น

  • หากแพ้นมวัว ควรเลี่ยงผลิตภัณฑ์จากนมวัวด้วย เช่น เนย เนยแข็ง (cheese) นมเปรี้ยว ไอศกรีม คุกกี้ ถ้าเป็นเด็กเล็กที่แพ้นมวัว แต่ยังต้องรับประทานนมเป็นอาหารหลัก ควรให้กินนมแม่โดยหลีกเลี่ยงนมหรือผลิตภัณฑ์จากนมวัว
  • หากแพ้แป้งสาลี ควรหลีกเลี่ยงอาหารที่ทำมาจากแป้งสาลี เช่น บะหมี่เกี๊ยว ขนมปัง ขนมกรุบกรอบ ขนมเค้ก คุกกี้ หรือพาสตา รวมถึงซีอิ๊ว น้ำมันหอย เต้าหู้ไข่ ด้วย
  • หากแพ้ถั่วหรืออาหารทะเล กุ้ง ปู ปลา หอย ปลาหมึก ก็ควรหลีกเลี่ยงอาหารประเภทดังกล่าวเช่นกัน

ตัวอย่างอาหารเสริมตามวัยที่ลูกควรได้รับ เพื่อป้องกันการแพ้อาหาร

  • ให้ลูกกินนมแม่อย่างน้อย 6 เดือน และเริ่มอาหารเสริมหลัง 6 เดือนไปแล้ว
  • อาหารเสริมสำหรับลูกน้อย 6 – 7 เดือน ควรเป็นข้าวต้ม ข้าวครูด ผักบดหรือผักต้มเปื่อยๆ
  • อาหารเสริมสำหรับลูกน้อย 8 – 9 เดือน เริ่มบดเนื้อสัตว์ เช่น หมู วัว ปลา ไก่ โดยเริ่มจากปลาน้ำจืด เพื่อป้องกันอาการแพ้ มันฝรั่ง หรืออาหารบดหยาบแต่เปื่อยนุ่ม
  • อาหารเสริมสำหรับลูกน้อย 10 – 12 เดือน เริ่มผสมไข่ โดยให้เฉพาะไข่แดงต้มสุก เพื่อหลีกเลี่ยงการแพ้โปรตีนจากไข่ขาว
  • อาหารสำหรับลูกน้อย 13 – 15 เดือน เริ่มผลิตภัณฑ์นมเนย ผลิตภัณฑ์ถั่วเหลือง เช่น ถั่วต้มสุกบดข้าว หรือเต้าหู้เหลืองหรือขาว
  • อาหารสำหรับลูกน้อย 16 – 20 เดือน ไข่ ผลิตภัณฑ์ที่ทำจากไข่ ถั่วและผลิตภัณฑ์ที่ทำจากถั่ว กุ้ง ปู หอย

อาการแพ้อาหารสามารถหายได้หรือไม่

เด็กที่แพ้อาหารสามารถหายได้ถ้าหลีกเลี่ยงอย่างเต็มที่เป็นเวลาอย่างน้อย 6 เดือนถึงหนึ่งปีหรือนานกว่านั้น ซึ่งโอกาสในการหายขึ้นอยู่ว่าแพ้อาหารชนิดใด ถ้าแพ้นมวัว ไข่ แป้งข้าวสาลีในเด็กเล็กมีโอกาสหายได้เมื่อโตขึ้น

พาลูกไปตรวจภูมิแพ้ที่ไหนดี

สำหรับคุณแม่ที่สงสัยว่าลูกแพ้อาหาร ควรปรึกษาคุณหมอเด็กผู้เชี่ยวชาญด้านภูมิแพ้ เพื่อคุณหมอจะแนะนำการทำ skin test ทดสอบภูมิแพ้ทางผิวหนัง หรือเจาะเลือดตรวจ ซึ่งความน่าเชื่อถือเท่ากัน แต่การเจาะเลือดจะดี ในกรณีที่ผู้ป่วยไม่สามารถหยุดยาแก้แพ้ได้ หรือมีผื่นที่ผิวหนัง จนไม่สามารถทดสอบได้

สำหรับค่าใช้จ่ายในการทำ skin test หากทำที่สถานประกอบการของรัฐบาล ค่าใช้จ่ายจะอยู่ที่ 500-1,000 บาท ส่วนเอกชนจะอยู่ที่ 2,000-3,000 บาท ส่วนการตรวจเลือดค่าใช้จ่ายในการตรวจของโรงพยาบาลรัฐอยู่ที่ 500-800 บาท/ชนิด เอกชนอยู่ที่ประมาณ 1,000 บาทขึ้นไป/ชนิด หากไม่รู้ว่าแพ้อะไรอาจต้องส่งตรวจ 30-40 ชนิด ซึ่งโรงพยาบาลบางแห่งก็จะมีราคาเป็นแพ็กเกจที่ค่าใช้จ่ายจะถูกลง ทั้งนี้ควรปรึกษาคุณหมอ เพื่อรับคำแนะนำว่าควรตรวจแบบไหนค่ะ

 

ข้อมูลอ้างอิงจาก

thairath.co.th, drlek.com, phyathai-sriracha.com, pantip.com, breastfeedingthai.com

บทความที่น่าสนใจอื่นๆ

Skin Test “การทดสอบภูมิแพ้ทางผิวหนัง” ทำอย่างไร ทำที่ไหน ราคาเท่าไหร่

ลูกป่วยบ่อย เกิดจากแพ้อาหารได้หรือไม่?