ลูกเป็นภูมิแพ้อากาศ แค่ปัดกวาดเช็ดฝุ่นในบ้านเพียงพอหรือไม่?

แชร์บทความนี้ให้เพื่อน

คงไม่ดีแน่ๆ ถ้าหากคุณแม่มีเพื่อนร่วมบ้านไม่ได้รับเชิญเป็นเจ้าตัว “ไรฝุ่น” ซุกซ่อนอยู่ในหมอน ในผ้าห่ม ใต้โซฟา พรม ตุ๊กตาหมี ฯลฯ เพราะไรฝุ่นเป็นต้นเหตุทำให้ลูกเป็นภูมิแพ้อากาศ มีอาการไอ จาม น้ำมูกไหล คันบริเวณดวงตา หายใจขัดอยู่บ่อยๆ แม้ว่าการดูดฝุ่น ปัดกวาด เช็ดถู ซักตุ๊กตาบ่อยๆ จะช่วยลดฝุ่นได้ แต่ฝุ่นที่เรามองไม่เห็นและล่องลอยอยู่ในอากาศล่ะ?

เชื่อว่าใครก็ตามที่ได้พักผ่อนอยู่ท่ามกลางธรรมชาติ ต้นไม้ ภูเขา สายหมอก พอสูดหายใจรับอ็อกซิเจนเต็มๆ ปอดแล้วย่อมสัมผัสได้ถึงความสดชื่น จนอยากเก็บเอาอากาศดีๆ เหล่านั้นกลับบ้านไปด้วย ยิ่งครอบครัวไหนมี ลูกเป็นภูมิแพ้อากาศ พอได้หนีห่างจากมลพิษต่างๆ ก็รู้สึกสุขภาพดีมีพลัง นอนหลับสบายอย่างเห็นได้ชัด ดังนั้น การทำบ้านให้ปราศจากฝุ่นจึงเป็นเรื่องที่คุณแม่ต้องใส่ใจเป็นพิเศษ 

 

 

ทำความสะอาดบ้านประจำแต่ทำไม ลูกเป็นภูมิแพ้อากาศ ?

เมื่อต้องเผชิญกับฝุ่น ควัน มลพิษ ตามท้องถนนมาทั้งวัน แม่บ้านสายคลีนจึงพยายามปัดกวาดเช็ดถูบ้าน ห้องนอน ห้องนั่งเล่น ห้องรับแขก ห้องครัว ไม่ให้สกปรกจนกลายเป็นแหล่งสะสมเชื้อโรคเพิ่ม แต่..อาการภูมิแพ้ของสมาชิกก็ยังคงเกิดขึ้นเป็นๆ หายๆ นั่นอาจเพราะคุณแม่มองข้ามความสะอาดของ “อากาศ” ภายในบ้าน

มีผลงานวิจัยจากองค์การอนามัยโลกว่า อากาศในบ้านสกปรกกว่านอกบ้านถึง 10 เท่า ซึ่งหากใช้เซนเซอร์ตรวจจับคุณภาพอากาศจะพบว่าฝุ่นตามเฟอร์นิเจอร์ มุ้งลวด ไรฝุ่นจากที่นอน หมอน ผ้าห่ม ตุ๊กตา ขนสัตว์เลี้ยง เกสรดอกไม้ หรือแม้แต่กิจกรรม เช่น สะบัดผ้าห่ม เปิดพัดลม ทาแป้ง ปรุงอาหาร ฯลฯ ล้วนก่อให้เกิดฝุ่นละอองขนาดเล็กๆ ฟุ้งกระจายไปในอากาศรอบตัวเรา เป็นหนึ่งในสาเหตุที่กระตุ้นอาการของโรคทางเดินหายใจต่างๆ รวมถึงโรคภูมิแพ้อากาศ ถ้าไม่อยากสมาชิกในครอบครัวต้องตื่นขึ้นมาไอกลางดึก น้ำมูกไหล ตาแดง นอนซมเพราะป่วยเป็นภูมิแพ้ คุณแม่ต้องเริ่มต้น “ดูแลอากาศ” ในบ้านให้สะอาด และทำเป็นประจำสม่ำเสมอนะคะ

 

 

แล้วจะจัดการกับ ฝุ่น ที่มองไม่เห็นได้อย่างไร ?

เนื่องจากฝุ่นที่ล่องลอยอยู่รอบตัวเรานั้นเล็กเกินกว่าจะมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า จึงจำเป็นต้องใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วย นั่นก็คือ “เครื่องฟอกอากาศ” แน่นอนว่ามีคุณแม่หลายๆ คนสงสัยว่า เอ..เจ้าเครื่องฟอกอากาศจะช่วยปกป้องลูกน้อยให้ห่างไกลจากโรคภูมิแพ้อากาศได้จริงหรือเปล่า

เพื่อพิสูจน์ผลลัพธ์ของเครื่องฟอกอากาศ ฟิลิปส์ จึงได้จัดโครงการ Feel the Love in the Air ขึ้นมา โดยเปิดโอกาสให้ครอบครัวที่มีลูกเป็นโรคภูมิแพ้ หรือมีอาการคล้ายโรคภูมิแพ้ สมัครเข้ามาร่วมโครงการ และได้คัดเลือก 30 ครอบครัว ทดลองใช้ “เครื่องฟอกอากาศฟิลิปส์” เป็นระยะเวลา 10 สัปดาห์ หลายครอบครัวได้บอกเล่าอาการป่วยของลูกคล้ายๆ กัน เช่น ลูกไอตอนนอน หลับไม่สนิท ลูกติดหวัดมาจากนอกบ้านจนทำให้น้องติดด้วย ลูกติดตุ๊กตา จามบ่อยๆ

 

แต่หลังจากใช้งานเครื่องฟอกอากาศฟิลิปส์แล้ว ผลลัพธ์ที่ได้เป็นที่น่าพึงพอใจอย่างมาก

97% ของผู้ทดสอบ รู้สึกว่าคุณภาพอากาศในบ้านดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

97% ของผู้ทดสอบ รู้สึกว่าสมาชิกครอบครัวนอนหลับสนิทอย่างมีคุณภาพมากขึ้น

และที่สำคัญที่สุด ทุกครอบครัวรู้สึกว่าอาการโรคภูมิแพ้อากาศ เช่น จาม มีน้ำมูก คันตา ลดลงจริง

 

สามารถติดตามอ่านประสบการณ์การใช้เครื่องฟอกอากาศฟิลิปส์ ตามแฮชแท็ก #เครื่องฟอกอากาศฟิลิปส์ บน facebook ค่ะ

 

 

เครื่องฟอกอากาศรู้ได้อย่างไรว่ามีฝุ่น ?

เครื่องฟอกอากาศฟิลิปส์มีเซ็นเซอร์ตรวจจับมลภาวะในอากาศ เมื่อเปิดเครื่อง จะแสดงตัวเลขค่าเริ่มต้น ทดสอบได้โดยนำผ้าห่มมาสะบัดหรือเขย่าไม้กวาดใกล้ๆ แล้วตัวเลขจะสูงขึ้น ก่อนจะค่อยๆ ลดลงหลังจากใช้งานไปสักพัก และเมื่อฟอกอากาศจนสัญลักษณ์ FO ปรากฎขึ้นมา นั่นแปลว่าได้เวลาถอดไส้กรองออกมาทำความสะอาดแล้วค่ะ ช่วงแรกอาจจะมีปริมาณฝุ่นเยอะจนน่าตกใจ แต่ถ้าใช้ไปเรื่อยๆ ก็จะเห็นว่าอากาศสะอาดขึ้น สุขภาพก็ดีตามไปด้วย สังเกตได้จากที่เคยหายใจฟึดฟัดๆ ตอนเช้าก็จะไม่เป็นอีก

เครื่องฟอกอากาศฟิลิปส์ มาพร้อมกับ เทคโนโลยีเซนเซอร์แสดงระดับฝุ่นละออง AeraSense ลิขสิทธิ์เฉพาะของฟิลิปส์ ที่สามารถเทียบได้กับประสิทธิภาพของเซนเซอร์ที่ใช้ในระดับโรงงานอุตสาหกรรม เทคโนโลยีเซนเซอร์นี้สามารถตรวจจับมลภาวะในอากาศที่มีขนาดเล็กถึง 2.5 ไมครอน ซึ่งเล็กขนาดที่ต้องใช้กล้องจุลทรรศน์อิเล็กตรอนช่วยในการมองเห็น เมื่อตรวจจับมลภาวะแล้วจะประมวลผลเพื่อปรับระดับการทำงานให้เหมาะสมพร้อมแสดงผลระดับฝุ่นเป็นตัวเลขแบบเรียลไทม์

เครื่องฟอกอากาศกำจัดเชื้อโรคได้หรือไม่?

นอกจากเซนเซอร์แล้วเครื่องฟอกอากาศฟิลิปส์ยังมี เทคโนโลยี VitaShield IPS ระบบกรองอากาศคุณภาพสูงที่สามารถกำจัดฝุ่นละอองขนาดเล็ก ก๊าซอันตราย สารก่อภูมิแพ้ในอากาศ แบคทีเรีย และไวรัสต่างๆ เพื่อมอบอากาศสะอาดบริสุทธิ์ถึง 99.97% โดยไม่ได้ปล่อยก๊าซอันตรายใดๆ ออกมาให้เป็นอันตรายต่อลูกน้อย ยิ่งในช่วงนี้เชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ H1N1 กำลังแพร่ระบาด มีเครื่องนี้แล้วอุ่นใจขึ้นเพราะมีประสิทธิภาพสูง 99.9% ในการกำจัดไวรัส และแบคทีเรียในบ้าน ซึ่งข้อมูลนี้ได้มาจากการทดสอบ Microbial Reduction Rate Test ที่สถาบันวิจัย Airmid Health Group โดยนำเครื่องฟอกอากาศฟิลิปส์มาใช้ทดสอบประสิทธิภาพในห้องขนาด 28.5 ลบ.ม. ที่มี เชื้อไข้หวัดใหญ่ H1N1 และทดสอบประสิทธิภาพการกำจัดแบคทีเรีย Staphylococcus albus ที่สถาบัน SIMT เมืองเซี่ยงไฮ้ ภายในห้องขนาด 30ลบ.ม. พบว่า เทคโนโลยี VitaShield IPS สามารถกำจัดแบคทีเรียและไวรัสได้ภายใน 1 ชั่วโมง!

 

 

สำหรับฝุ่นต่างๆ ที่ผ่านเข้าไปในเครื่องนั้นจะผ่านเข้าไปในแผ่นกรอง โดยแผ่นกรองชั้นแรกทำหน้าที่ดักจับฝุ่นละอองขนาดใหญ่ ส่วนแผ่นกรองนาโน แอคทีฟคาร์บอน ที่เต็มไปด้วยรูพรุนระดับนาโน มีพื้นที่ผิวสัมผัสอากาศรวมเทียบเท่าสนามฟุตบอล 3 สนาม! เพื่อประสิทธิภาพในการกำจัด สารระเหยอินทรีย์ (TVOCs) กลิ่นและก๊าซอันตราย เต็มเปี่ยมตลอดอายุการใช้งาน และนาโนโพรเทค สามารถดักจับอนุภาคขนาดเล็กขนาด 0.02 ไมครอน หรือ 20 นาโนเมตร (เล็กกว่าฝุ่นละเอียด PM2.5 ถึง 100 เท่า) จึงกำจัดสารก่อภูมิแพ้ได้ถึง 99.97% (รับรองโดยสถาบันโรคภูมิแพ้แห่งยุโรป) กำจัดแบคทีเรีย และไวรัสได้ถึง 99.9%* (รับรองโดยสถาบัน Airmid)

 

 

เครื่องฟอกอากาศฟิลิปส์ ผ่านการรับรองจากสถาบันชั้นนำระดับโลก ได้แก่ US Association of Home Appliance Manufacturers (AHAM) สหรัฐอเมริกา รับรองมาตรฐานคุณภาพเครื่องฟอกอากาศ European Centre for Allergy Research Foundation (ECARF) ยุโรป รับรองประสิทธิภาพการกำจัดสารก่อภูมิแพ้ และ Airmid Healthgroup ไอร์แลนด์ รับรองประสิทธิภาพการกำจัดเชื้อไวรัส H1N1

 

 

เรียกได้ว่าเป็นสุดยอดนวัตกรรมของการฟอกอากาศเลยทีเดียว ถ้าอยากเห็นสมาชิกในบ้านมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ไม่ต้องกังวลกับปัญหา ลูกเป็นภูมิแพ้อากาศ คุณแม่ควรมีเครื่องฟอกอากาศฟิลิปส์ติดบ้านไว้ ถ้าต้องการทราบข้อมูลเพิ่มเติมก่อนตัดสินใจซื้อ สามารถเข้าไปดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.philips.co.th/air

 

 

การป้องกันและการรักษา ความปลอดภัย ความปลอดภัยภายในบ้าน งานบ้าน ภูมิแพ้ สุขภาพ สุขภาพของทารก สุขภาพของวัยเตาะแตะ อาการป่วย เคล็ดลับการดูแลบ้าน