theAsianparent Logo

ลูกเบี่ยงเบนทางเพศ

สังคมไทยในปัจจุบันเริ่มเปิดกว้างมากขึ้นในเรื่องรสนิยมทางเพศ กลุ่ม “เพศที่สาม” หรือเพศที่สี่ ห้า... ผู้ที่มีความเบี่ยงเบนทางเพศ กลุ่มรักร่วมเพศเริ่มมีพื้นที่ในสังคมและได้รับการยอมรับมากขึ้นเมื่อเทียบกับยุคก่อน สังเกตได้จากการแสดงตัวออกอย่างชัดเจนในพื้นที่สาธารณะและในแวดวงต่าง ๆ แต่น่าเศร้าที่บางครั้งคนที่มีความสามารถโดดเด่นกลับไม่ได้รับการยอมรับจากครอบครัวและคนใกล้ชิด เพียงเพราะเขาหรือเธอมีรสนิยมทางเพศแตกต่างจากคนส่วนใหญ่จนส่งผลต่อสุขภาพจิตอย่างรุนแรง หากคุณเป็นคนหนึ่งที่กำลังกังวลว่าลูกอาจมีพฤติกรรมเบี่ยงเบนทางเพศ คุณควรอ่านบทความนี้

 

ลูกเบี่ยงเบนทางเพศ ลูกเบี่ยงเบนทางเพศ

สาเหตุของอาการเบี่ยงเบนทางเพศ

มีงานวิจัยหลายชิ้นที่ระบุว่าสาเหตุหนึ่งของอาการเบี่ยงเบนทางเพศเกิดจากฮอร์โมนและสารเคมีในร่างกายผิดปกติ อาหารที่เราบริโภคกันทุกวันนี้อุดมไปด้วยสารพิษและสารเคมีต่าง ๆ ที่สามารถสะสมและส่งผลต่อเคมีในร่างกายของเรา ตั้งแต่ตัวคุณพ่อคุณแม่ ทารกที่อยู่ในครรภ์ ไปจนกระทั่งเราโตขึ้น ซึ่งแน่นอนว่าเป็นเรื่องยากที่จะควบคุม

อีกสาเหตุหนึ่งคือสภาพแวดล้อมที่เด็กถูกเลี้ยงดูและเติบโตขึ้น ซึ่งมีผลต่อสภาพจิตใจและพฤติกรรมของเด็ก ไม่ว่าจะเป็นความรุนแรงในบ้าน ปัญหาครอบครัว การกดดันจากสังคม พฤติกรรมเลียนแบบ เหตุการณ์ที่กระทบกระเทือนจิตใจอย่างรุนแรง ฯลฯ ต่างเป็นปัจจัยที่มีส่วนกำหนดรสนิยมทางเพศได้ทั้งสิ้น

สังเกตพฤติกรรม

ผู้ปกครองหลายคนเริ่มกังวลเมื่อเห็นลูกเล่นของเล่นที่ไม่ “ตรง” กับเพศของตัวเอง เช่น เด็กผู้ชายชอบเล่นตุ๊กตา เล่นแต่งตัว เล่นขายของ หรือเด็กผู้หญิงชอบเล่นปืนหรือรถของเล่น แต่ในความเป็นจริง ของเล่นเหล่านี้ไม่ได้สะท้อนรสนิยมทางเพศของเด็ก เมื่อพูดถึงของเล่น เราไม่ควรแบ่งแยกว่าของเล่นชิ้นไหน “ตรง” หรือ “ไม่ตรง” กับเพศของเด็ก เด็กควรได้เรียนรู้จากการเล่นอย่างเต็มที่ตราบใดที่ของเล่นนั้นเป็นประโยชน์และไม่ได้ส่งผลเสียต่อพัฒนาการของเด็ก อย่าพยายามต่อว่า ดุ หรือห้ามลูกเมื่อเขาไม่ได้เล่นของเล่นตามความคาดหวังของคุณเพราะมันจะยิ่งเป็นการกดดันและสร้างปมในใจให้กับเด็ก และอาจทำให้เกิดปัญหาในภายหลัง

หากเด็กมีพฤติกรรมชอบแสดงความใกล้ชิดกับเพื่อนเพศเดียวกัน เช่น กอด หอม เป็นไปได้ว่าลูกของคุณอาจกำลังเลียนแบบหนังหรือละคร คุณควรอธิบายให้เขาฟังโดยปราศจากอคติว่าพฤติกรรมเหล่านั้นคืออะไร และสอนลูกให้รู้จักการให้เกียรติผู้อื่น (ไม่ว่าจะเพศเดียวกันหรือเพศตรงข้าม) แทนที่จะลงโทษ ต่อว่า หรือวิพากษ์วิจารณ์ ซึ่งไม่ได้ทำให้เด็กเข้าใจมากขึ้น

คุยกับลูกเรื่องเพศศึกษา


ยอมรับ

ก่อนอื่นผู้ปกครองควรจะทำความเข้าใจว่ารสนิยมรักร่วมเพศนั้นไม่ได้ “ผิดธรรมชาติ” “ผิดปกติ” “เลวร้าย” หรือเป็น “โรค” ที่ต้องรักษา เขาไม่ได้ “เลือก” ที่จะเป็น แต่มันเกิดขึ้นเองจากสาเหตุที่เราได้อธิบายไปในข้างต้น คนเหล่านี้มีศักยภาพไม่ต่างจากคนทั่วไป คุณควรเข้าใจว่าไม่ว่าคุณจะต่อต้าน แสดงความผิดหวัง ความรังเกียจ หรือบังคับ คุณก็ไม่สามารถเปลี่ยนรสนิยมของลูกได้ แต่จะยิ่งสร้างปัญหาให้กับตัวเด็กและครอบครัว คุณควรจะใส่ใจกับให้ความรัก ปลูกฝังคุณธรรม ส่งเสริมการแสดงออกอย่างเหมาะสม การเรียนรู้และการพัฒนาศักยภาพของเขา มากกว่ามุ่งโจมตีรสนิยมทางเพศของเขา อย่าสร้างปมในใจ ทำให้เขารู้สึกผิดปกติ ไร้ค่า ถูกรังเกียจ และตัดโอกาสที่เขาควรจะได้รับจากสังคมเหมือนคนทั่วไป คนเป็นพ่อแม่ควรช่วยผลักดันลูกให้ประสบความสำเร็จและใช้ชีวิตได้อย่างความสุข ไม่ใช่ใช้ลูกเป็นที่รองรับความรู้สึกของคุณเมื่อเขาไม่ได้เป็นอย่างที่คุณคาดหวัง เพียงเพราะเขาไม่ได้ชอบ (เพศตรงข้าม) เหมือนคุณ

ให้กำลังใจ

แม้ว่าสังคมไทยจะเริ่มเปิดรับชาวรักร่วมเพศมากขึ้น แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่ายังคงมีคนอีกไม่น้อยที่ยังคงต่อต้านความแตกต่างทางเพศนี้และแสดงออกอย่างชัดเจน เด็กที่โชคดีหน่อยอาจได้รับการยอมรับจากคนในครอบครัว แต่ก็ยังคงหนีไม่พ้นแรงกดดันและคำวิพากษ์วิจารณ์จากคนภายนอก ผู้ปกครองจึงควรให้กำลังใจ ให้ความรักความเอาใจใส่กับเด็ก ไม่ว่าใครจะมีรสนิยมทางเพศอย่างไร ทุกคนก็ควรจะได้รับโอกาสและการปฏิบัติอย่างเท่าเทียม พึงระลึกไว้ว่าการสอนให้ลูกเป็น “คนดี” นั้นสำคัญกว่าการพยายามเปลี่ยนให้ลูกเป็น “ชายแท้” หรือ “หญิงแท้” แต่มีปัญหาทางจิตหรือไร้ศีลธรรม

สอนลูกให้รู้จักศีลธรรม

คุยกับลูกเรื่องยาก ๆ

เคล็กลับการสื่อสารกับลูก