ลูกเข้ากับเพื่อนไม่ได้ ทำอย่างไรให้ลูกมีทักษะสังคมที่ดี

แชร์บทความนี้ให้เพื่อน

ช่วงเปิดเทอมใหม่ เด็กหลายคนต้องปรับตัวจากการอยู่บ้านอย่างมีความสุข สู่การไปโรงเรียน สำหรับเด็กที่มีความสุขกับการไปโรงเรียน คงไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง แต่ในเด็กบางคน การไปโรงเรียนช่างเป็นเรื่องที่ทุกข์ทรมานใจอย่างมาก หมอได้ถามเด็กที่ไม่อยากไปโรงเรียน ว่าการไปโรงเรียนทำให้ไม่มีความสุขอย่างไร สาเหตุสำคัญอย่างหนึ่ง คือ “หนูไม่มีเพื่อน” “เพื่อนๆ ไม่ยอมให้หนูเข้ากลุ่ม” “ที่โรงเรียนไม่มีใครชอบหนู” หากลูกมีความรู้สึกเช่นนี้ คนที่เป็นพ่อแม่คงทุกข์ทรมานใจ ไม่แพ้กัน

หากคุณพ่อคุณแม่พบว่า ลูกมีปัญหาเรื่องเข้ากับเพื่อนไม่ได้  สิ่งสำคัญคือ ต้องวิเคราะห์ว่า สาเหตุที่ลูกเข้ากับเพื่อนไม่ได้เพราะอะไร เช่น บางคน อยู่นิ่งไม่ได้ ชอบแหย่เพื่อน จนเพื่อนโกรธ หรือพูดมากไปจนเพื่อนรำคาญ  บางคนเป็นปัญหาที่การสื่อสาร คือ พูดแต่ที่ตนเองสนใจ  ไม่สนใจฟังคนอื่น   บางคนอาจขี้โมโห เวลาโกรธมีพฤติกรรมรุนแรง ทำให้เพื่อนกลัว ไม่กล้า เข้าใกล้ แม้ว่าตอนไม่โกรธจะดูไม่มีพิษสงใดๆ ก็ตาม   หรือบางคนอาจมีหลายปัญหารวมกัน  การรู้ต้นเหตุจะทำให้ผู้ปกครอง ช่วยแนะนำให้เด็กหาทางแก้ปัญหาได้ตรงจุดมากขึ้น

สิ่งที่จะช่วยให้เด็กสามารถเข้ากับคนอื่นได้ดี คือการมี ”ทักษะทางสังคม” ที่ดี   ทักษะทางสังคม  ไม่ได้มีมาตั้งแต่กำเนิด แต่ต้องอาศัยการสังเกต เลียนแบบและ ฝึกฝน  ถึงแม้ว่าเด็กแต่ละคนจะมีพื้นฐานนิสัยแตกต่างกัน อย่างที่เราเห็นว่า เด็กบางคนช่างพูด บางคนขี้อาย บางคนชอบอยู่คนเดียว แต่ทักษะทางสังคมเป็นสิ่งที่ฝึกได้  และต้องฝึกตั้งแต่ยังเล็ก ถึงแม้ว่า ในวัยอนุบาลเด็กอาจไม่ต้องใช้ทักษะทางสังคมมากนัก เพียงแค่มองตากันก็สามารถเล่นกันได้  แต่เมื่อเข้าสู่ชั้นประถม ทักษะทางสังคมมีความจำเป็นมาก ในการใช้ชีวิตประจำวันที่โรงเรียน การทำงานเป็นทีม การขอความช่วยเหลือด้านการเรียน เป็นต้น การจะมีทักษะทางสังคมที่ดี ต้องฝึกคุณลักษณะดังต่อไปนี้

  1. ฝึกเรียนรู้อารมณ์ผู้อื่น โดยการสังเกตสีหน้า ท่าทาง คำพูด ว่าคนอื่นกำลังมีความรู้สึกเช่นไร หากการกระทำใดที่เพื่อนเริ่มแสดงท่าทีไม่ชอบใจต้องหยุดทำทันที
  2. ฝึกเรียนรู้อารมณ์ตนเอง โดยการจับสัญญาณร่างกายตัวเอง เช่น ใจเริ่มเต้นเร็ว มือเริ่มกำหมัดแน่น แสดงว่า กำลังรู้สึกโกรธ ให้เดินหลบจากสถานการณ์นั้น กำหนดลมหายใจเข้าออก ช้าๆ เพื่อไม่ให้แสดงอาการที่ไม่เหมาะสมออกไป
  3. ฝึกการสื่อสาร โดยการฝึกตั้งใจฟังผู้อื่นพูด สนทนาในสิ่งที่คนอื่นสนใจด้วย กรณีที่มีความเห็นไม่ตรงกันต้องฝึกวิธีพูดแสดงความคิดเห็น อย่างเหมาะสม ไม่ใช้อารมณ์
  4. ฝึกทักษะที่ช่วยส่งเสริมการเข้าสังคม (pro-social skills) ได้แก่ การมีน้ำใจ แบ่งปัน ช่วยเหลือเพื่อน มีความเห็นอกเห็นใจ หากทำผิดต้องรู้จักยอมรับผิด และกล้าที่จะขอโทษ

อย่างไรก็ตามในเด็กบางคนอาจมีภาวะผิดปกติที่ทำให้การเข้าสังคมบกพร่อง ได้แก่ ออทิสติก สมาธิสั้น และปัญหาทางด้านอารมณ์ ซึมเศร้า วิตกกังวล ดังนั้น หากสงสัยว่าเด็กมีภาวะดังกล่าว ควรส่งให้แพทย์ประเมินร่วมด้วยค่ะ

 

บทความที่น่าสนใจอื่นๆ

เกือบไปแล้ว! ลูกของฉันพัฒนาการถดถอย จนเกือบเป็นออทิสติก

แม่ถามหมอตอบ ลูกวัยอนุบาลไม่สนใจเรียน ควรทำอย่างไร?

Expert Reviewed การเจ็บป่วยที่สำคัญ คำแนะนำในการเลี้ยงดูลูก ชีวิตครอบครัว ออทิสติก อาการป่วย อาการพิเศษ โรงเรียนพ่อแม่