ลูกเกือบไม่รอดเพราะโรคต่อมทอนซิลอักเสบ

ลูกเกือบไม่รอดเพราะโรคต่อมทอนซิลอักเสบ

คุณแม่จุไรกาญจน์ ตระกูลเวชเล่าว่า นิโคลัสลูกชายมีอายุ 15 ปี และกำลังเรียนหนังสืออยู่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ที่โรงเรียนเซนต์คาเบรียล ต้องป่วยถึงขนาดเข้าโรงพยาบาลที่ประเทศญี่ปุ่นภายหลังเดินทางได้เพียงหนึ่งวัน ภายหลังจากเกิดเหตุการณ์ ทำให้แม่ได้รับบทเรียนที่ยิ่งใหญ่ในชีวิต จึงอยากเอาบทเรียนดังกล่าวมาบอกต่อคุณพ่อคุณแม่ท่านอื่น

คุณแม่เล่าว่า ลูกชายอยากที่จะเดินทางไปเยี่ยมเพื่อนที่ประเทศญี่ปุ่นเพียงลำพัง ตนและสามีก็ได้อนุญาตให้ไปโดยได้ทำการเตรียมตั๋วเครื่องบิน โรงแรมและยาต่าง ๆ ให้กับลูก และก่อนหน้าที่จะเดินทางได้เพียงหนึ่งวันก็พบว่านิโคลัสนั้นเหมือนไม่ค่อยสบาย แต่ด้วยเขาเป็นโรคภูมิแพ้อยู่บ่อย ๆ ตนจึงไม่ได้ซีเรียสอะไร

พอลูกชายลงจากเครื่องก็ไลน์มาบอกว่าถึงแล้ว แต่บ่นว่าเจ็บคอและดูเหมือนจะมีไข้นิด ๆ น่าจะเป็นเพราะว่าอากาศเปลี่ยนแปลงกระทันหัน ทำให้ร่างกายปรับสภาพไม่ทัน เนื่องด้วยประเทศไทยเป็นประเทศนั้นมีอากาศร้อน พอลงเครื่องก็ต้องมาเจอกับอากาศเย็นของประเทศญี่อุ่นทันที แม่จึงบอกให้ลูกรีบนอนพักแต่หัวค่ำและให้รีบไลน์มาบอกทันทีหากมีไข้สูง พอวันรุ่งขึ้นก็พบว่าลูกชายของตนนั้นมีไข้สูงมากถึง 39 - 40 องศา ตนจึงให้ลูกรีบไปโรงพยาบาลให้เร็วที่สุด โดยกำชับให้เพื่อนของลูกด้วยว่าให้โทรหาแม่ทันทีหากมีอะไร

โรคต่อมทอนซิลอักเสบ

หลังจากนั้นลูกชายก็ขาดการติดต่อไปถึงสองวัน ทำให้คุณแม่กังวลใจมาก จนกระทั่งได้รับการติดต่อจากทางสถานฑูตไทยในญี่ปุ่นว่า ให้รีบบินมาดูลูกชายโดยเร็วที่สุด เนื่องจากลูกชายมีไข้สูงติดเชื้อ และทางโรงพยาบาลไม่สามารถทำอะไรได้ เนื่องจากลูกชายมีอายุเพียง 15 ปีเท่านั้น จะต้องให้ผู้ปกครองมาเซ็นรับรับรองหรือเซ็นอนุญาตก่อน โดยโรงพยาบาลในญี่ปุ่นนั้นจะมีนโยบายว่า หากเด็กที่มีอายุต่ำกว่า 18 ปีป่วยและไม่มีผู้ปกครองมาด้วย เขาจะไม่ทำอะไรเลย นอกจากรอดูอาการไปเรื่อย ๆ เท่านั้น

ภายหลังจากที่วางสายจากสถานฑูตคุณแม่ก็รีบจองตั๋วเครื่องบินไปทันที และเมื่อเดินทางไปถึงก็รีบเอาของไปเก็บที่โรงแรมก่อนที่จะเดินทางไปโรงพยาบาล พอไปถึงก็ต้องถึงกับผงะ! เพราะลูกต้องนอนในห้องอนาถา เพราะไม่มีเจ้าของไข้ และภายในห้องก็มีแต่กลิ่นน้ำเหลืองและน้ำหนองคลุ้งไปหมด อีกทั้งลูกชายยังคงไม่ได้รับการรักษาใดๆ ยกเว้นแต่ยาลดไข้เท่านั้น เสื้อผ้าก็ไม่ได้เปลี่ยน มาชุดไหนก็นอนชุดนั้น ไม่มีการเช็ดตัว ไม่ได้แปรงฟันถึงสามวัน  โดยทางโรงพยาบาลในญี่ปุ่นนั้นถ้าอยากให้นางพยาบาลมาเช็ดตัว มาเปลี่ยนเสื้อผ้าให้จะต้องจ่ายเงินเพิ่ม หลังจากเห็นสภาพลูกชาย เธอจึงขอเปลี่ยนห้องพักให้มาเป็นผู้ป่วยห้องพิเศษ พร้อมทั้งเช็ดตัว เปลี่ยนเสื้อผ้า หาซุปหรือไข่ตุ๋นให้ลูกทาน เพราะลูกทานอะไรไม่ได้เนื่องจากเจ็บคอมาก

คลิกเพื่ออ่านบทความหน้าถัดไป

สุดท้ายหมอขอให้ทำ CT Scan จนพบว่าลูกมีอาการตับบวม ต่อมน้ำเหลืองโตสืบเนื่องจากการติดเชื้อไวรัสและแบคทีเรียพร้อมกันที่คอจนทำให้กลายเป็นโรคต่อมทอนซิลอักเสบ ซึ่งโดยปกติแล้วคนไข้จะไม่มีการติดเชื้อพร้อมกันระหว่างไวรัสและแบคทีเรีย แต่ลูกชายของตนนั้นเป็น ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะลูกชายตนไม่ค่อยแข็งแรงและมาป่วยก่อนวันเดินทาง

โรคต่อมทอนซิลอักเสบ

กว่าลูกชายจะหายต้องใช้เวลานาน 8 - 9 วันเลยทีเดียว ทำให้หมดเงินรักษาไปเกือบสามแสนบาท แต่ดีที่ตนทำประกันการเดินทางให้กับลูกชายไว้ จึงสำรองจ่ายไปก่อน แต่ด้วยเพราะป่วยในต่างแดน จึงต้องใช้เวลาพอสมควรในการตรวจสอบหาข้อมูล

จากเหตุการณ์ครั้งนี้ คุณจุไรกาญจน์ ให้ข้อคิดว่า "การเลี้ยงลูกนี่ต้องมีสายกลางปล่อยมากก็ไม่ดี อย่างกรณีของลูกชายของเธอ เขาเป็นลูกครึ่ง เขาจะมีความคิดแบบฝรั่งเยอะมาก พอแม่ห่วงห้ามปราม เขาจะคิดว่าอย่าขีดเส้นเขามาก เขาอยากมีอิสระ เขาจะมองว่าคุณแม่คุณตาคุณยายเลี้ยงเขาในสไตล์คนไทยมากเกินไป พอครั้งนี้เราได้ให้บทเรียนแก่ลูกว่า ลูกคิดว่าลูกเป็นผู้ใหญ่ ลูกคิดว่าดูแลตัวเองได้ คิดว่าเป็นผู้ใหญ่พอรับผิดชอบตัวเองได้ นั่นคือสิ่งที่ลูกคิด แต่ความเป็นจริงแล้วมันไม่ใช่ยังไม่ถึงเวลา แถมยังมีปัจจัยอื่นที่อยู่เหนือการคาดเดา เหนือการควบคุมต่าง ๆ อีกมากมาย ดังนั้นฟังความคิดเห็นของผู้ใหญ่ที่มีต่อลูกด้วย อย่าให้อะไรผ่านไปโดยลูกไม่ได้บทเรียนอะไรเลย เขาก็รับฟังมากขึ้น บางครั้งเหมือนต้องให้ปัญหาเกิดขึ้นมาก่อน เหมือนแม่สอนว่าไฟมันร้อนนะลูก อย่าไปเล่น เขาจะไม่เชื่อ งั้นลองให้ไฟรนมือดูบ้าง เขาจะได้รู้ว่ามันร้อนจริงเจ็บจริง เขาถึงจะระวังตัว เหตุการณ์นี้ก็เช่นกัน เขาสงบลงไปเยอะ บางทีต้องแลกเพื่อจะได้สอนเขาแบบโดนใจ"

บทเรียนจากประสบการณ์ครั้งนี้ คือ การเลี้ยงลูกแบบไทยๆ นี่ล่ะเหมาะสมที่สุด ถ้าแม่คิดว่าลูกยังไม่โตพอที่จะรับผิดชอบ ไม่เป็นผู้ใหญ่พอ ก็อย่าปล่อยลูกออกไปไกลบ้านไกลเมือง แม้ลูกจะยืนกรานอย่างไรก็ตาม ให้แม่เชื่อในสัญชาตญาณของตัวเองว่าลูกเราได้แค่ไหนที่เขาจะรับผิดชอบ อาจจะขัดใจกันบ้างก็ต้องยอม

 

ที่มา: Post Today

บทความอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง:

ลูกมีต่อมทอนซิลเรื้อรัง เป็นเพราะอะไร?

ลูกเจ็บคอ รักษาอย่างไรดี ?

 

 

 

มีข้อสงสัยเรื่องการตั้งครรภ์ หรือมีคำถามเรื่องการเลี้ยงลูกหรือเปล่าคะ? ติดตามอ่านบทความ หรือสอบถามสิ่งที่คุณอยากรู้ผ่านแอปของเราได้เลย
ดาวน์โหลด theAsianparent แอปพลิเคชัน ทั้ง IOS และ Android ได้แล้ววันนี้!

บทความโดย

Muninth

app info
get app banner