ลูกหัวเบี้ยวทําไงดี อยากให้ลูกหัวทุยสวย ไม่เบี้ยว ไม่แบน ต้องทำอย่างไร

ลูกหัวเบี้ยวทําไงดี อยากให้ลูกหัวทุยสวย ต้องทำอย่างไร เพราะหนึ่งในคำถามที่พบเจอบ่อย ๆ ของพ่อแม่ที่ลูกน้อยอยู่ในช่วงวัยทารกคือเรื่องรูปทรงของศรีษะ บ้างก็อยากให้ลูกหัวทุย หัวสวย บ้างก็พบว่าลูกอายุประมาณ 2-5 เดือนมีหัวเบี้ยว หัวแบน ทำอย่างไรดี มีสาเหตุเกิดจากอะไร

ลูกหัวเบี้ยวทําไงดี

ลูกหัวเบี้ยวทําไงดี ทารกหัวเบี้ยวเกิดจากอะไร ป้องกันอย่างไรไม่ให้ลูกหัวเบี้ยว หัวแบบ อยากให้ลูกหัวทุยสวย ต้องทำอย่างไร ให้ลูกนอนท่าไหนเหมาะสมที่สุด วันนี้เรามีคำตอบ

ทารกน้อยมีเพิ่งลืมตาดูโลกนอกจากมีร่างกายที่ตัวเล็ก บอบบาง ซึ่งคุณพ่อคุณแม่ต้องให้ความดูแลทะนุถนอมเป็นพิเศษแล้ว สำหรับท่านอนของทารกในช่วงแรก ๆ จึงไม่ควรที่จะจับให้ลูกน้อยได้นอนในท่าคว่ำเพื่อปรับรูปทรงของกะโหลกศรีษะ แล้วถ้าพบว่าลูกน้อยหัวเบี้ยว หัวแบน จะทำอย่างไรดี?

ลักษณะลูกหัวเบี้ยว หัวแบน

ลักษณะของทารกที่หัวเบี้ยว คือ กะโหลกศีรษะด้านท้ายทอยแบนราบเพียงด้านใดด้านหนึ่ง เช่น แบนด้านซ้าย คือหัวเบี้ยวด้านซ้าย แบนด้านขวา คือหัวเบี้ยวด้านขวา ส่วนทารกหัวแบนมีลักษณะคือ กะโหลกศีรษะด้านท้ายทอยแบนราบทั้งด้านซ้ายและด้านขวา

สาเหตุที่ลูกหัวเบี้ยว หัวแบนอาจเกิดจาก

ตั้งแต่แรกคลอด

  • มีการกดทับของมดลูกต่อกะโหลกท้ายทอยของทารกเป็นเวลานานตั้งแต่อยู่ในครรภ์ มักเกิดกับแม่ท้องที่มีมดลูกเล็ก กดรัดมาก ในคุณแม่ที่มีท้องแฝด
  • อาจเกิดขึ้นกับทารกบางรายเมื่อหลังคลอดใหม่ ๆ เนื่องจากการใช้อุปกรณ์ช่วยทำคลอด เช่น คีมหรือเครื่องสุญญากาศช่วยคลอดในกรณีที่คลอดยาก
  • มักพบในเด็กที่คลอดก่อนกำหนดมากกว่าเด็กที่คลอดปกติ เนื่องจากกะโหลกศีรษะมีความอ่อนนุ่ม

หลังคลอด

  • อาจเกิดจากท่านอนของทารกที่ศีรษะกดทับด้านใดด้านหนึ่งนานเกินไปจนกะโหลกท้ายทอยแบน หรือเบี้ยวไปด้านใดด้านหนึ่ง ซึ่งเกิดจากการนอนหงายของทารกเป็นสาเหตุหลัก

คุณแม่ที่กังวลว่าลูกน้อยจะหัวเบี้ยว หัวแบน หรือหัวไม่ทุยสวย หากต้องการปรับรูปทรงศีรษะของทารกสามารถทำในช่วงแรกเกิด – 1 ปี เนื่องจากช่วงนี้กระดูกของกะโหลกศีรษะลูกยังอ่อน

ลูกหัวเบี้ยวทําไงดี

ลูกหัวเบี้ยว ทําไงดี

อยากให้ลูกหัวทุยสวย ต้องทำอย่างไร

เรามาดูวิธีปรับท่านอนที่เหมาะสมให้กับทารกในแต่ละช่วงอายุเพื่อหัวทุยสวยเข้ารูปกัน

  • ทารกแรกเกิด – 3 เดือน ท่านอนที่เหมาะสมที่สุดสำหรับเด็กช่วงนี้ คือการนอนหงายและนอนตะแคง เนื่องจากเป็นช่วงที่กะโหลกศีรษะของลูกน้อยอ่อนที่สุด โดยเฉพาะกระดูกส่วนคอและกระดูกสันหลัง ดังนั้นใน 2-3 สัปดาห์แรก คุณแม่ควรจัดศีรษะทารกให้สลับด้านบ่อย ๆ ระหว่างนอนหลับ และการให้ลูกได้นอนท่าหงายยังเป็นการป้องกันทารกเสียชีวิตในขณะนอนหลับจากภาวะ SIDS ด้วย
  • ทารก 4 – 6 เดือน ในช่วงนี้กระดูกคอเริ่มแข็ง สามารถยกคอได้แล้ว คุณแม่สามารถปรับท่าทารกให้นอนคว่ำได้ เพราะท่านอนคว่ำจะช่วยปรับรูปทรงของหัวลูกให้ทุย และจะช่วยลดการนอนสะดุ้งหรือผวาในทารกได้อีกด้วย แต่ก็มีข้อควรระวังก็คือ ในช่วงที่ลูกนอนคว่ำนั้น ไม่ควรปล่อยทารกไว้เพียงลำพัง และต้องอยู่ในสายตาของคุณพ่อคุณแม่ หรือคนเลี้ยงเด็กอยู่ตลอดเวลา เพื่อป้องกันอันตรายที่อาจเกิดขึ้นได้
  • ทารก 7-12 เดือน เริ่มมีความแข็งแรงมากขึ้น สามารถนอนได้ทั้งท่านอนหงาย ตะแคง และคว่ำได้ เพราะวัยนี้จะสามารถพลิกตัวกลับด้านได้ด้วยตัวเองแล้ว

อย่างไรก็ตาม นอกจากการจัดท่านอนให้เหมาะสมสำหรับทารกตามวัย ที่นอนของลูกก็เป็นสิ่งสำคัญที่ควรให้ทารกได้นอนบนที่นอนอ่อนนุ่ม เรียบ และไม่ยุบตัว เพื่อป้องกันทารกเสียชีวิตในขณะนอนหลับหรือภาวะ SIDS (Sudden Infant Death Syndrome) และไม่ให้ลูกหัวเบี้ยว หัวแบน ให้ลูกน้อยได้รูปทรงหัวที่ทุยสวยถูกใจคุณแม่

ขอบคุณที่มา : www.sanook.com

Picture From : babynursetogo.com

บทความอื่น ๆ ที่น่าสนใจ :

โรคไหลตายในทารก ภัยเงียบคร่าชีวิตลูก

เปิดบัญชีให้ลูก ธนาคารไหนดี ฝากเงินให้ลูก ธนาคารไหนดอกเบี้ยดีที่สุด

ฝึกลูกหัดเดิน ให้ลูกเดินเป็นเร็วๆ ส่งผลดีต่อเด็กมากกว่าที่คิด

ParentTown