7 เรื่องห้ามทำ เวลาที่ ลูกวีนแตก เม้งแตก

แชร์บทความนี้ให้เพื่อน

7 เรื่องห้ามทำ เวลาที่ลูกวีนแตก เม้งแตก แม้ช่วงเวลานั้นคุณพ่อคุณแม่จะอับอายเพียงใด หรือหาทางออกไม่ได้เพียงแค่ไหน แต่สิ่งที่ห้ามทำนั้นก็มีอยู่นะคะ

7 เรื่องห้ามทำ เวลาที่ ลูกวีนแตก เม้งแตก

7 เรื่องห้ามทำ เวลาที่ ลูกวีนแตก เม้งแตก เพราะแม้ปกติเจ้าตัวเล็กจะน่ารักน่าชังสักเพียงใด แต่พอบทจะวีนขึ้นมา กลับรับมือไม่ง่ายเลย แล้วอะไรกันนะ ที่ห้ามทำเด็ดขาดเลย ถ้าอยากให้ลูกหยุดวีนแตกเสียที

แม้แต่เด็กเรียบร้อยยังวีน

การวีนแตกหรือออกฤทธิ์ของเด็กๆ นั้น มาจากหลายสาเหตุด้วยกันค่ะ ทั้งหิว ง่วงนอน เบื่อ ถูกกระตุ้นมากเกินไป สิ่งเหล่านี้นั้นจะเป็นตัวกระตุ้นให้เด็กๆ งอแงได้ง่ายค่ะช่วงที่เด็กๆ จะวีนแตก จะอยู่ในช่วง 18 เดือน หรืออายุประมาณ 1 ขวบครึ่ง ไปจนถึง 4 ขวบเลยทีเดียว

แต่นั่นก็เป็นเพราะการพัฒนาของสมอง ยังไม่สามารถรองรับอารมณ์ที่ยาก หรือเข้าใจเกี่ยวกับเหตุผลและตรรกะได้ ดังนั้นเด็กวัยเตาะแตะหรือก่อนวัยเรียน จึงสามารถงอแงหรือวีนแตกได้ไม่เลือกสถานที่และเวลา ไม่ว่าจะเป็นกลางห้าง กลางสถานที่สาธารณะต่างๆ สร้างความอับอายให้แก่คุณพ่อคุณแม่ได้ แต่คุณพ่อคุณแม่ก็ต้องตั้งรับให้เป็นเช่นกัน ในการปลอบประโลมและหยุดยั่งพฤติกรรมเหล่านี้

1.อย่าปรี๊ดแตกเพราะลูก

แม้ลูกน้อยจะลงไปชักดิ้นชักงออยู่บนพื้นที่แสนสกปรก คุณพ่อคุณแม่ก็ยังจำเป็นที่จะต้องใจเย็นๆ อยู่นะคะ เพราะถ้าหากคุณพ่อคุณแม่เกิดโมโหหรือปรี๊ดแตกขึ้นมาอีกคน สถานการณ์ก็จะยิ่งเลวร้ายลงไปอีกค่ะ จงระลึกไว้เสมอว่าคุณพ่อคุณแม่อายุเท่าไหร่ อายุเท่านี้จำเป็นที่จะต้องคุมตัวเองให้ได้แล้ว ลูกอายุยังแค่นี้ จะคุมตัวเองไม่ได้ก็ไม่แปลก

2.อย่าแก้ปัญหาด้วยเหตุผล

ณ จุดนี้ จะเหตุผลอะไรก็เอาไม่อยู่แล้วละค่ะ เพราะนี่ไม่ใช่ช่วงเวลาที่จะมาอธิบายเหตุผลกับลูก แม้การอธิบายเหตุผลจะเป็นเรื่องที่ดีก็ตาม แต่มันไม่ใช่เวลา ตอนนี้สิ่งที่ลูกแสดงออกมานั้นเกี่ยวข้องกับอารมณ์ล้วนๆ เลย มันคือการที่อารมณ์เข้ามาควบคุมสมองส่วนหน้า ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีหน้าที่ตัดสินใจค่ะ นั่นหมายความว่าการใช้เหตุผลไม่ได้ช่วยอะไรเลย ดีไม่ดีจะแย่ลงไปอีก

3.อย่าให้ลูกผลักไสคุณพ่อคุณแม่ออกไป

แม้ว่าลูกจะโกรธคุณพ่อคุณแม่มากแค่ไหนก็ตาม สิ่งที่เป็นทางออกคือกอดเขาเอาไว้ให้แน่นจนกว่าลูกจะสงบลง นั่นก็เพราะการทำแบบนี้จะช่วยให้ลูกรู้ว่า ไม่ว่าลูกจะงี่เง่างอแงแค่ไหน คุณพ่อคุณแม่ก็จะอยู่เคียงข้างลูก และช่วยให้ลูกสงบลงและรู้สึกดีขึ้นในที่สุด

นอกจากนั้น เมื่อโตขึ้น เด็กๆ ผ่านช่วงวัยสยองนี้มาแล้ว ความทรงจำดีๆ จะพิสูจน์คุณค่าของมัน และทำให้ลูกเรียนรู้เรื่องราวเหล่านี้ได้ดีขึ้น และอาจจะรักคุณพ่อคุณแม่มากขึ้นด้วยค่ะ

4.อย่าเพิ่งถามอะไร

ลูกเป็นอะไร? เกิดอะไรขึ้น? จะให้แม่ทำยังไง? อย่าเพิ่งถามค่ะ ลูกในวัย 2 ขวบนี้ ยังไม่สามารถอธิบายได้ว่ามันเกิดอะไรขึ้น หรืออารมณ์ที่เขาเผชิญอยู่คืออะไร เด็กๆ หงุดหงิดอยู่ และการยิงคำถามเป็นชุดมันก็ทำให้ลูกยิ่งรู้สึกแย่ลง

5.อย่าตี

การตีลูก ไม่ได้ช่วยให้อะไรดีขึ้น ยิ่งตี ลูกยิ่งเจ็บ เขายิ่งร้อง กลับกัน ลูกจะเรียนรู้ว่า ถ้าเขาตีคนอื่นบ้าง มันคือเรื่องที่โอเค คุณพ่อคุณแม่ต้องเป็นตัวอย่างที่ดี และไม่ควรใช้กำลังกับลูก หากไม่อยากให้ลูกใช้กำลังกับคนอื่นค่ะ

6.อย่าขู่ไปงั้น

ระหว่างที่ลูกร้องงอแงและชักดิ้นชักงอ นั่นไม่ได้หมายความว่า เขาจะไม่ได้ยินที่คุณพ่อคุณแม่พูดค่ะ อย่าขู่อะไรที่จะไม่ทำแน่ๆ เช่น เดี๋ยวทิ้งเอาไว้เลย เดี๋ยวผีกินตับ เดี๋ยวตัดลิ้นให้เป็ดกิน เพราะเด็กๆ รู้นะคะ ว่าคำพูดไหนที่คุณพ่อคุณแม่ขู่ไปงั้น หรือคำพูดไหนที่จะลงโทษจริง และเรื่องการลงโทษ ก็ไม่ใช่เรื่องที่จะพูดไปงั้นได้

7.อย่ายอมรับการวีนแตกของลูก

ในบางครั้งบางคราวนั้น การยอมรับความวีนแตกของลูก ก็เป็นการสอนลูกได้ดีว่า ถ้าเขาอยากได้อะไร ให้ออกฤทธิ์ ให้วีนแตก เดี๋ยวคุณพ่อคุณแม่ก็จะไปหามาให้เอง หรือได้ในสิ่งที่พวกเขาต้องการแน่ในการทำแบบนี้

ที่มา Romper

บทความที่น่าสนใจ

6 วิธีจัดการเจ้าตัวเล็กเอาแต่ใจ

ต้นตอที่ทำให้คุณกลายเป็นแม่ขี้วีนขี้เหวี่ยง

parenttown

พฤติกรรมของเด็กก่อนวัยเรียน ช่วงวัยของเด็ก ก่อนวัยเรียน