theAsianparent Logo

ลูกพูดช้า...ปัญหาที่แก้ได้

ปัญหาการพูดช้าของลูก หลาย ๆ ครอบครัวอาจประสบพบเจอมาบ้าง โดยเฉพาะในลูกคนโตที่สมาชิกในครอบครัวมีแต่ผู้ใหญ่ ไม่มีเด็กรุ่นราวคราวเดียวกันให้พูดคุยหรือเล่นกัน ก็เป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ลูกมีพัฒนาการด้านการพูดช้า โดยทั่วไปแล้วพัฒนาการทางด้านภาษาของเด็ก เริ่มตั้งแต่เด็กส่งเสียงร้องไห้ในช่วงอายุ 2-3 เดือน การเริ่มพูดอ้อแอ้ การเล่นน้ำลายเป่าปาก การส่งเสียงอือ ๆ จากลำคอ จนพัฒนามาเป็นคำพูด โดยมากจะเริ่มในช่วง 10 เดือนเป็นต้นไป เรียกว่า เป็นพัฒนาการทางด้านภาษาของเด็ก

ตามปกติโดยทั่วไปจะถือว่า หากเด็กอายุ 2 ขวบแล้วแต่ยังพูดคำที่มีความหมายไม่ได้หรือพูดได้แค่คำศัพท์คำเดียว หรือไม่สามารถสื่อสารกับคนอื่น ๆ ให้เข้าใจ ถือว่ามีพัฒนาการด้านการพูดที่ช้าหรืออาจเกิดความผิดปกติทางการสื่อสาร ซึ่งอาจต้องไปปรึกษาแพทย์ นอกจากการสังเกตการสื่อสารกับแม่หรือผู้อื่นแล้ว ให้สังเกตว่าเด็กสามารถเข้าใจหรือทำตามคำสั่งได้หรือไม่ เด็กมีความสนใจผู้พูด มองหน้าหรือไม่ เป็นต้น เพื่อนำมาประกอบกับการพิจารณาถึงความผิดปกติทางด้านการพูดและการได้ยิน ซึ่งแพทย์จะดำเนินการรักษาต่อไปหากเกิดความผิดปกติ

สำหรับเด็กที่พูดช้าโดยทั่วไปนั้น มักจะเกิดจากสาเหตุ ดังนี้

1.ลูกขาดการกระตุ้นทางภาษา กรณีเช่นนี้อาจเกิดจากคุณแม่พูดหรือสื่อสารกับเด็กน้อยเกินไป ทำให้เด็กขาดทักษะในการกระตุ้น ทางภาษา หรือเรียกได้ว่าแม่รู้ใจลูกไปหมดทุกอย่างทำนั่นทำนี่ให้ ทำให้เด็กไม่ต้องร้องขอ เด็กไม่มีโอกาสพูด เพียงแค่ชี้มือก็ได้รับสิ่งที่ต้องการแล้ว

2.มีความผิดปกติทางร่างกาย ในที่นี่มักจะเป็นความผิดปกติในเรื่องการได้ยิน ได้แก่ ภาวะหูตึงหูหนวก มักจะเกิดจากการตั้งครรภ์ผิดปกติ นอกจากนี้ ภาวะออทิสติก มักจะเป็นร่วมกับสมาธิสั้น จะส่งผลต่อพัฒนาการทางด้านการพูดโดยตรง มักเป็นการพูดสื่อสารแบบไม่มีความหมาย

3.ความเครียดหรือความกังวล ในครอบครัวที่มีความเครียด เช่น มักมีการทะเลาะเบาะแว้งกัน หรือการที่เด็กมักถูกตำหนิบ่อยครั้ง ส่งผลในเรื่องการกล้าแสดงออกทางการพูด หรือการกลัวที่จะพูด รวมไปถึงความบกพร่องในการออกเสียง ใช้เสียงได้

อ่านวิธีกระตุ้นพัฒนาการด้านการพูดของลูกในหน้าถัดไป

จากสาเหตุที่กล่าวมา ในกรณีที่มีความผิดปกติทางด้านร่างกาย คงต้องเป็นหน้าที่ของแพทย์ในการวินิจฉัยและรักษา โดยผู้ปกครองจะได้รับคำแนะนำที่ดีจากแพทย์เพื่อช่วยกระตุ้นพัฒนาการของลูก ในที่นี้ขอกล่าวถึงการกระตุ้นการพูดของลูกในกรณีที่เด็กพูดช้าที่ไม่ใช่เกิดจากสาเหตุความผิดปกติของร่างกายที่คุณแม่และสมาชิกในบ้านควรปฏิบัติเพื่อกระตุ้นให้เด็กสามารถสื่อสารได้สมวัยและไม่เป็นปัญหาทางด้านอารมณ์และจิตใจต่อไป สามารถปฏิบัติดังนี้

1.หมั่นพูดคุยกับลูก โดยพูดคุยเช่นนี้ตั้งแต่ลูกยังเล็กเพื่อกระตุ้นพัฒนาการอย่างเหมาะสม เด็กจะมองการขยับปากเวลาพูดคุยของแม่ และเริ่มโต้ตอบ

2.การเลียนเสียงโต้ตอบ เมื่อลูกเริ่มเปล่งเสียงหรือเล่นเสียง คุณแม่ควรเลียงเสียงโต้ตอบกับลูก เป็นการกระตุ้นและจูงใจให้เด็กพูดคุยกับแม่

3.สร้างสถานการณ์ให้ลูกรู้สึกผ่อนคลาย ทำให้ลูกไม่รู้สึกกังวลใด ๆ หากลูกของคุณยังไม่ยอมพูดคุย คุณพ่อคุณแม่ก็ไม่ควรคาดคั้นหรือลงโทษลูก เพราะพฤติกรรมดังกล่าวจะทำให้เด็กไม่ยอมพูดมากขึ้นไปอีกเพราะเกิดจากการเครียดนั่นเอง

4.การให้กำลังใจเป็นสิ่งสำคัญ ในช่วงที่ลูกของคุณกำลังพยายามหัดพูดนั้น แม้ในระยะแรกลูกอาจจะพูดไม่ชัดก็ตาม ไม่ควรจะตำหนิเด็ก หรือตลกขบขัน เพราะจะทำให้เขาคิดว่าตนเองนั้นพูดผิดหรือเป็นเรื่องน่าตลก แต่ควรใช้วิธีพูดทวนให้เด็กฟังถึงสิ่งที่เขาพูดเพื่อให้เด็กได้เรียนรู้คำที่ถูกต้อง จะเลือกคำสั้น ๆ ง่าย ๆ ก่อนเพื่อให้เด็กพูดตามได้ง่าย

5.อย่าละเลย คำว่าอย่าละเลย คือ หมั่นกระตุ้นและส่งเสริมการพูด นอกจากจะช่วยส่งเสริมพัฒนาการแล้ว ยังช่วยในการเช็คอาการผิดปกติที่อาจเกิดขึ้นกับลูกของคุณได้

มาดูองค์ประกอบและพัฒนาการด้านการพูดของเด็กในหน้าถัดไป

องค์ประกอบพัฒนาการด้านการพูดและการใช้ภาษาของเด็ก มี 4 ข้อ ดังนี้

1.การรับรู้ที่ปกติ รวมไปถึงการมองเห็นและการรับรู้ทางประสาทสัมผัส เด็กสามารถเข้าใจในสิ่งที่คุณแม่พูดได้ เช่น แม่พูดคำว่า รถ เด็กก็หันไปมองรถยนต์ แสดงว่าเด็กมีความเข้าใจในสิ่งที่แม่พูดและรับรู้ว่ารถยนต์มีลักษณะเช่นไร จึงหันไปมองตามได้ถูกต้อง

2.มีสมองและระบบประสาทที่เป็นปกติ สมองและระบบประสารทเป็นส่วนที่ใช้ในการรวบรวมและประมวลผลข้อมูลที่ได้รับ เช่น หากคุณแม่ถามลูกว่า “หิวข้าวไหมคะ” ถ้าลูกหิวลูกก็จะตอบว่า “กิน” เป็นต้น แสดงว่าลูกรับรู้และเข้าใจในคำถามที่แม่ถาม

3.มีอวัยวะในการออกเสียงที่ปกติ คำว่าอวัยวะในการออกเสียง ได้แก่ ปาก ลิ้น คอ เพดาน กล่องเสียง รวมถึงกล้ามเนื้อบริเวณใบหน้า ลำคอ กล้ามเนื้อกระบังลม หากอวัยวะดังกล่าวทำงานได้อย่างปกติ จะส่งผลที่ดีต่อพัฒนาการทางด้านการพูดของเด็ก

4.สิ่งแวดล้อมที่ดีและเอื้ออำนวยต่อการพูด ครอบครัวเป็นสังคมแรกของเด็กที่จะเรียนรู้ทั้งภาษาและวัฒนธรรมต่าง ๆ เป็นปัจจัยที่ส่งผลต่อพัฒนาการของเด็ก หากคุณแม่หรือสมาชิกคนอื่น ๆ ในครอบครัวหมั่นพูดคุยโต้ตอบกับเด็กเป็นการกระตุ้นให้เด็กอยากพูด อยากเรียนรู้ เด็กจะมีทักษะทางด้านการใช้ภาษาและการพูดที่ดีได้อีกด้วย

จากข้อมูลที่กล่าวมาแล้วนั้น เป็นเสมือนเพื่อนที่มาแลกเปลี่ยนความรู้เรื่องลูกพูดช้า พร้อมทั้งวิธีการปฏิบัติในการกระตุ้นให้ลูกพูดเป็นการฝึกทักษะและกระตุ้นพัฒนาการทางด้านการพูด การใช้ภาษาในการสื่อสาร การที่เด็กได้รับการกระตุ้นเสมอ ๆ เด็กจะมีทักษะและพัฒนาการที่ดีสมวัย ทำให้เด็กมีความกล้าในการแสดงออกและการใช้ภาษาที่ถูกต้อง สิ่งเหล่านี้ย่อมเป็นสิ่งที่คุณพ่อคุณแม่ทุกคนปรารถนา ไม่ยากเลยที่จะพัฒนาลูกให้พูดได้อย่างสมวัยใช่ไหมคะ

บทความที่น่าสนใจอื่นๆ

ลูกน้ำหนักไม่ขึ้น ทำไงดี

5 ความทรงจำในวัยเด็กที่ลูกจะจดจำเกี่ยวกับพ่อแม่