8 สัญญาณเตือน ลูกพัฒนาการช้า ที่พ่อแม่สังเกตได้ตั้งแต่แรกเกิด

แน่นอนว่าคุณพ่อคุณแม่ทุกคน ล้วนแล้วแต่อยากให้ลูกน้อยเกิดมาแข็งแรงสมบูรณ์ มีพัฒนาการเติบโตสมวัย วันนี้เราจะมาดูกันว่า อาการผิดปกติที่ส่งผลทำให้ลูกพัฒนาการช้า ที่สังเกตเห็นได้ มีอะไรบ้าง

ลูกพัฒนาการช้า เรื่องที่พ่อแม่กังวล

เด็กที่มีพัฒนาการล่าช้า คือเด็กที่มีพัฒนาการช้ากว่าลำดับขั้นพัฒนาการตามปกติของช่วงอายุเด็ก การที่ ลูกพัฒนาการช้า อาจเกิดขึ้นในด้านใดด้านหนึ่ง หรือหลายด้าน เช่น

  • ทักษะด้านการเคลื่อนไหวกล้ามเนื้อมัดเล็กและมัดใหญ่(เช่น การเดิน และการขีดเขียน)
  • ด้านการสื่อสารและภาษา (ทั้งการรับ ซึ่งเกี่ยวเนื่องกับความเข้าใจ และการแสดงออก ซึ่งเกี่ยวข้องกับการพูด)
  • การช่วยเหลือตนเอง (เช่น การเข้าห้องน้ำหรือแต่งตัว)
  • ด้านสังคม (เช่น การสบตา และเล่นกับคนอื่น)

ซึ่งการที่เด็กจะมีพัฒนาการล่าช้าเกิดขึ้นได้จากปัจจัยทั้งภายในและภายนอก ได้แก่

  • พันธุกรรมที่ได้รับจากพ่อและแม่
  • สุขภาพที่ไม่สมบูรณ์ของแม่ขณะตั้งครรภ์
  • ภาวะการคลอดที่ไม่ราบรื่น
  • สุขภาพของเด็กหลังคลอดและปัจจัยแทรกซ้อนช่วงหลังคลอด
  • การเลี้ยงดูและภาวะโภชนาการที่ไม่เหมาะสม

ลูกพัฒนาการช้า

สัญญาณเตือน ลูกพัฒนาการช้า

อาการผิดปกติที่ส่งผลทำให้ลูกพัฒนาการช้านั้น เกิดขึ้นได้จากหลายปัจจัย อีกทั้งหากลูกมีร่างกายที่ผิดปกติ ก็จะส่งผลไปถึงพฤติกรรมของลูกได้อีกด้วย ซึ่งอาการผิดปกติที่คุณพ่อคุณแม่สามารถสังเกตเห็นได้ชัด ที่ต้องคอยระวัง ได้แก่

1. ศีรษะ

หากคุณพ่อคุณแม่สังเกตเห็นว่า ลูกมีศีรษะที่เล็ก หรือใหญ่เกินไป นั่นก็อาจบ่งบอกได้ว่า ลูกอาจจะมีการเจริญเติบโตทางสมองที่ผิดปกติได้ ส่วนขนาดเส้นรอบศีรษะโดยปกติของเด็กนั้นจะมีขนาดโดยประมาณดังนี้

  • แรกเกิด-3 เดือน: 35 เซนติเมตร
  • 4 เดือน: 40 เซนติเมตร
  • 1 ปี: 45 เซนติเมตร
  • 2 ปี: 47 เซนติเมตร

2. หู

อย่างแรกเลยคือสังเกตว่า ใบหูของลูกผิดรูปหรือไม่ อยู่ต่ำ หรือสูงเกินไปอย่างเห็นได้ชัดหรือเปล่า  ติ่งหูยาวผิดปกติ รูหูอยู่ในตำแหน่งปกติหรือไม่

หลังจากนั้นเมื่อลูกอายุได้ประมาณ 6 เดือน ให้ลองสังเกตดูว่า ลูกสามารถหันหน้าตามทิศทางของเสียงได้หรือไม่ การให้ลูกฟังเสียงที่มีโทนเสียงแตกต่างกัน รวมถึงการพูดคุยโต้ตอบ จะเป็นการช่วยกระตุ้นพัฒนาการด้านการฟังของลูกได้ในระดับหนึ่ง แต่หากลูกไม่ตอบสนองกับเสียงที่ได้ยินรอบข้าง เช่น ไม่หัน ไม่สะดุ้งหรือตกใจเมื่อมีเสียงดัง ก็อาจเป็นสัญญาณบ่งบอกถึงความผิดปกติได้

ลูกพัฒนาการช้า

3. ตา

หากว่าลูกมีพัฒนาการล่าช้า ตาของลูกจะห่างจนผิดปกติ ตาเหล่าเข้า-ตาเหล่ออก หรือหากมองเห็นแสงสะท้อนจากรูม่านตาลูกเป็นสีขาว แสดงว่ามีความผิดปกติอยู่ด้านหลังรูม่านตา อาจจะเป็นต้อ มีเนื้องอก หรือจอประสาทตาลอกได้

วิธีการช่วยกระตุ้นให้ลูกได้ฝึกเคลื่อนไหวดวงตา คือการให้ลูกได้มองตามวัตถุที่เคลื่อนไหว ซึ่งอาจจะให้ลูกเล่นของเล่นที่มีสีสันสดใส หรือเล่นจ๊ะเอ๋กับลูกก็ได้นะครับ แต่หากลูกมองตามวัตถุแล้วตาแกว่งไม่หยุดนิ่ง ไม่จับจ้องวัตถุ ไม่สบตา นั่นก็อาจมีความผิดปกติบางอย่างเกิดขึ้นได้

สัญญาณเตือน ลูกพัฒนาการช้า มีอะไรอีกบ้าง ติดตามต่อหน้าถัดไป --->

4. จมูก

โดยทั่วไปทารกจะเริ่มได้กลิ่นตั้งแต่อายุได้ 3 วันแล้ว ยิ่งถ้าเป็นกลิ่นของคุณแม่ เขาก็จะยิ่งพยายามหันไปหาด้วยความคุ้นเคย แต่หากลูกไม่ตอบสนอง หรือไม่มีปฏิกิริยากับกลิ่นต่าง ๆ เลย เช่น ไม่นิ่วหน้าหรือจามเมื่อมีกลิ่นเหม็นฉุน ก็อาจเป็นไปได้ว่ามีความผิดปกติ หรือหากดั้งจมูกบี้ หรือเชิดมาก ซึ่งทั้งสองอย่างนี้ต้องดูหน้าตาโดยรวมด้วย เช่น หางตาชี้ กระหม่อมแบน ลิ้นใหญ่ ซึ่งอาจจะเป็นอาการของเด็กดาวน์ซินโดรมได้

5. ปาก

สังเกตง่าย ๆ ว่า ลูกปากแหว่งเพดานโหว่หรือไม่ ลูกพูดไม่ชัด ติดอ่าง เสียงผิดปกติ ไม่เล่นเสียงและส่งเสียงอ้อแอ้ ไม่โต้ตอบตำพูดตามวัยหรือไม่ หรือหากลูกสองขวบแล้ว ยังพูดคำที่ไม่มีความหมาย ไม่ทำตามคำสั่ง และไม่พยายามพูดกับคนอื่น ก็อาจเป็นไปได้ว่าลูกอาจมีพัฒนาการทางภาษาที่ล่าช้า

ลูกพัฒนาการช้า

ส่วนวิธีกระตุ้นพัฒนาการการพูดของลูกนั้น คุณพ่อคุณแม่สามารถทำได้โดยการตอบสนองเสียงอ้อแอ้ของลูก ชวนลูกคุยโต้ตอบให้เหมือนคุยกันรู้เรื่อง ชวนลูกออกเสียงคำง่าย ๆ ให้เด็กได้เลียนเสียง ชวนเล่นเกมเป่าฟองสบู่ เป่าลูกโป่ง หรือเป่าน้ำในแก้ว ซึ่งจะช่วยฝึกกล้ามเนื้อเพดานช่องคอ และการใช้ลมออกเสียงได้

6. ลิ้น

อาการผิดปกติ คืออาการที่ลูกมีลิ้นใหญ่ ลิ้นยืดออกมาขณะพูด น้ำลายไหลย้อยอยู่ตลอด อ้าปากกว้างไม่หุบ ไม่กลืนอาหาร ไม่เคี้ยวอาหาร หรือเคี้ยวข้าวนาน หรือไอและสำลักอาหารบ่อย ๆ

สำหรับวิธีกระตุ้นพัฒนาการทำได้โดยการนวดกระตุ้นกล้ามเนื้อรอบริมฝีปาก เพื่อให้เกิดการดูด วิธีการนวดก็คือ ให้วางหัวนิ้วแม่มือลงบนคางใต้ริมฝีปากล่าง แล้วลากออกเป็นเส้นตรงจนสุดขอบปากล่างทั้งสองประมาณ 5-10 ครั้ง

สัญญาณเตือน ลูกพัฒนาการช้า มีอะไรอีกบ้าง ติดตามต่อหน้าถัดไป --->

7. แขน ขา และลำตัว

เด็กที่มีพัฒนาการผิดปกติ จะมีลักษณะ

  • แขนขายาวไม่เท่ากันทั้งสองข้าง
  • นิ้วยึดติด นิ้วเกิน 5 นิ้ว นิ้วกุด
  • กล้ามเนื้อแขนขาเกร็งเกินไป ทำให้เด็กเคลื่อนไหวลำบาก และเคลื่อนไหวผิดปกติ
  • ข้อสะโพกหลุด แบะออกมามากเกินไป หรือหนีบติดกันไม่ยอมแบะ
  • มีอาการท้องผูกเรื้อรัง ซึ่งเป็นสัญญาณของการเคลื่อนไหวลำไส้มีปัญหา หรืออาจจะมีปัญหาเรื่องการย่อยและการดูดซึม

ลูกพัฒนาการช้า

หรือหากลูกมีกล้ามเนื้อแขนขานุ่มนิ่ม อ่อนปวกเปียก จนไม่มีแรงในการเคลื่อนไหว ยกแขนยกขาลำบาก ไม่สามารถควบคุมลำตัวเพื่อทรงตัวให้มีความสมดุลขณะถูกอุ้ม เช่น

  • 3 เดือนคอยังไม่แข็ง
  • 9 เดือนยังไม่คว่ำหรือยังไม่คลาน
  • 1 ขวบแล้วยังหยิบขอเล่นไม่ได้ กำมือไม่ได้

เหล่านี้ก็อาจเป็นสัญญาณว่าลูกพัฒนาการผิดปกติได้

8. ผิวหนัง

สังเกตว่าลูกมีสีผิวผิดปกติหรือไม่ เช่น

  • มีปานเป็นริ้ว เป็นแนวสีขาวหรือสีดำเป็นแถบใหญ่
  • มีปานตามผิวหนังมากกว่า 6 จุด
  • หลังมีปานลายเป็นต้นคริสต์มาส บวกกับกล้ามเนื้อนิ่ม
  • ผิวหนังแห้งอย่างมาก คันและต้องเกาอยู่ตลอดเวลา

อย่างไรก็ตาม อาการทั้งหมดที่กล่าวมาไม่ใช่ทั้งหมดของอาการที่บ่งบอกถึงพัฒนาการช้า เพราะเด็กแต่ละคนก็อาจมีอาการแตกต่างกันออกไป เพียงแต่อาการข้างต้นนั้น เป็นอาการที่คุณพ่อคุณแม่สังเกตเห็นได้ง่ายเท่านั้น ซึ่งหากคุณพ่อคุณแม่พบว่าลูกมีอาการผิดปกติ หรือมีข้อสงสัย ควรรีบพาลูกน้อยไปพบคุณหมอเพื่อตรวจวินิจฉัยอาการต่อไป


ที่มา oknation

บทความอื่น ๆ ที่น่าสนใจ

เล่นอย่างไร ให้ลูกหัวไว ในช่วงขวบปีแรก

หยุดกังวลได้แล้ว เพราะเรื่องเหล่านี้ เป็นเรื่องปกติของเด็กแรกเกิด

พัฒนาการกล้ามเนื้อมัดใหญ่ พัฒนาการด้านกล้ามเนื้อมัดเล็ก พัฒนาการเด็ก ทารกตั้งแต่แรกเกิดถึง 3 ปี