ลูกปวดท้อง แบบไหนเป็นสัญญาณของ 4 โรคร้าย ที่พ่อแม่ต้องระวัง

ลูกปวดท้อง แบบไหนเป็นสัญญาณของ 4 โรคร้าย ที่พ่อแม่ต้องระวัง

เพราะเด็กในวัยนี้อาจจะยังไม่สามารถแสดงออกมาได้ว่าเป็นอะไร ทำได้แค่ร้องไห้โยเย คุณพ่อคุณแม่จึงควรต้องใส่ใจมากเป็นพิเศษ

ลูกปวดท้อง พ่อแม่ต้องใส่ใจ

ปัญหาสุขภาพของเจ้าตัวเล็กนั้น เป็นเรื่องที่คุณพ่อคุณแม่ต้องให้ความสำคัญมากเป็นพิเศษ คุณพ่อคุณแม่จำเป็นต้องรู้จัก เข้าใจ และสังเกตอาการต่างๆที่เกิดกับลูกน้อย ซึ่งอาจนำไปสู่โรคร้ายแรงต่างๆได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเวลาที่ ลูกปวดท้อง โดยโรคที่พบบ่อยในเด็กเล็กซึ่งมีอาการปวดท้องร่วมด้วยนั้น ได้แก่

โรคลำไส้กลืนกัน

โรคลำไส้กลืนกันนั้นสามารถเกิดขึ้นได้กับทุกเพศ และมักจะพบได้บ่อยในเด็กเล็กที่มีช่วงอายุระหว่าง 4 – 8 เดือน และเกิดขึ้นได้ในเด็กที่อ้วนท้วน ร่างกายสมบูรณ์แข็งแรง

อาการที่ต้องสังเกต
  • เด็กจะร้องกรี๊ดจากอาการปวดท้องเพราะลำไส้บีบตัว
  • ตัวซีด มีเหงื่อออกตามร่างกาย มือและเท้าเกร็ง
  • มีอาการซึมร่วมกับมีไข้
  • อาการปวดท้องค่อยๆลดลง เหมือนกับหายแล้วอยู่ชั่วครู่หนึ่ง จากนั้นเด็กก็จะปวดท้องอีกครั้งพร้อมกับอาเจียน ซึ่งอาจจะมีสีเขียวของน้ำดีปนมาด้วย
  • เมื่ออาการหนักขึ้น เด็กจะถ่ายอุจจาระเป็นเลือด โดยอาจเป็นสีคล้ำปนออกมากับมูกหรืออาจออกมาเป็นเลือดสีสด
โรคไส้ติ่งอักเสบ

โรคไส้ติ่งอักเสบนั้นไม่เพียงแต่จะเกิดขึ้นได้บ่อยกับผู้ใหญ่เท่านั้น แต่โรคนี้ก็สามารถเกิดขึ้นกับเด็กเล็กๆได้เช่นกัน อีกทั้งโรคนี้หากเกิดขึ้นกับเด็กเล็ก ก็อาจทำให้การวินิจฉัยโรคนั้นทำได้ค่อนข้างลำบาก เพราะอาการต่างๆที่เกิดขึ้นนั้นจะไม่แสดงออกมาอย่างชัดเจนเหมือนผู้ใหญ่ ซึ่งโรคนี้เกิดจากไส้ติ่งที่อยู่บริเวณด้านขวาของช่องท้อง บริเวณใกล้กับรอยต่อของลำไส้เล็กกับลำไส้ใหญ่เกิดการอุดตัน จนเป็นสาเหตุให้เชื้อโรคเจริญเติบโต จนเกิดอาการบวมและอักเสบได้

อาการที่ต้องสังเกต
  • เด็กมักจะร้องไห้จากอาการปวดท้อง
  • ไม่อยากทานอาหารและมีอาการคลื่นไส้
  • บางรายอาจมีไข้ร่วมด้วยและมีการอาเจียนตามมา
  • ในรายที่มีอาการชัดเจนจะเริ่มด้วยอาการปวดท้องบริเวณรอบสะดือ จากนั้นจะเริ่มปวดท้องมากขึ้นและย้ายตำแหน่งมาปวดบริเวณหน้าท้องด้านขวาตอนล่าง ซึ่งเป็นตำแหน่งที่พบบ่อยที่สุด แต่ก็อาจจะปวดท้องในตำแหน่งอื่นได้ ขึ้นอยู่กับตำแหน่งของปลายไส้ติ่ง

ลูกปวดท้อง

โรคไส้เลื่อน

โรคไส้เลื่อนนั้น มักจะเป็นกับเด็กผู้ชาย แต่อย่างไรก็ตามเด็กผู้หญิงก็สามารถเป็นโรคไส้เลื่อนได้เช่นกัน ในขณะที่เด็กทารกที่คลอดก่อนกำหนดนั้น จะมีความเสี่ยงที่จะเป็นโรคไส้เลื่อนมากกว่าเด็กปกติทั่วไป

อาการที่ต้องสังเกต
  • เด็กจะมีอาการปวดท้อง
  • อาจพบก้อนเนื้อปูดขึ้นบริเวณขาหนีบหรือที่ถุงอัณฑะข้างใดข้างหนึ่งตอนที่เด็กร้องเบ่งเสียง
  • ก้อนเนื้อที่ปูดขึ้นมานั้นอาจจะผลุบๆโผล่ๆให้เห็นได้
  • บางครั้งลำไส้อาจเคลื่อนกลับไปในช่องท้อง และไม่มีอาการแสดงให้เห็น โดยเฉพาะในเด็กเล็กที่อายุน้อยๆ ซึ่งต้องคอยสังเกตดีๆ หากสงสัยว่าลูกมีอาการของโรคไส้เลื่อนควรรีบพาลูกไปพบคุณหมอ
โรคลำไส้อักเสบ

โรคลำไส้อักเสบนั้นเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ โดยเฉพาะจากไวรัสซึ่งทำให้เกิดอุจจาระร่วงแบบฉียบพลัน และจากเชื้อแบคทีเรียที่ปนเปื้อนมากับอาหาร พ่อแม่ควรระมัดระวังเรื่องของความสะอาด ความสุก ความสดของอาหาร และวิธีการปรุงที่ถูกสุขอนามัยก่อนที่จะให้ลูกกินเสมอ

อาการที่ต้องสังเกต
  • มีอาการปวดท้อง
  • คลื่นไส้ อาเจียน
  • มีไข้
  • อุจจาระร่วง

นอกเหนือจากโรคที่กล่าวมาแล้ว ยังมีโรคอื่นๆอีกหลายโรคที่อาจเกิดขึ้นได้กับลูกน้อย ทางที่ดีเมื่อลูกปวดท้อง และมีอาการอื่นๆดังที่กล่าวมาข้างต้นร่วมด้วย คุณพ่อคุณแม่ไม่ควรนิ่งนอนใจ และไม่ควรซื้อยามาทานเอง แต่ควรรีบปรึกษาคุณหมอจะดีที่สุดครับ


ที่มา si.mahidol.ac.th

บทความอื่นๆที่น่าสนใจ

ลูกเหงื่อออกตอนนอน สัญญาณโรคร้ายที่พ่อแม่ต้องระวัง

เช็คด่วน! รูเล็กๆข้างหูของลูก สัญญาณร้ายที่ไม่ควรมองข้าม

parenttown

มีข้อสงสัยเรื่องการตั้งครรภ์ หรือมีคำถามเรื่องการเลี้ยงลูกหรือเปล่าคะ? ติดตามอ่านบทความ หรือสอบถามสิ่งที่คุณอยากรู้ผ่านแอปของเราได้เลย ดาวน์โหลด theAsianparent แอปพลิเคชัน ทั้ง IOS และ Android ได้แล้ววันนี้!

บทความโดย

P.Veerasedtakul

app info
get app banner