ลูกท้องอืด ลูกท้องผูก รับมืออย่างไร อาการแบบไหนต้องรีบไปหาหมอ

lead image

ทารก กับปัญหาเรื่องท้องอืด ท้องผูกนั้น เป็นเรื่องที่เหมือนจะมาคู่กัน แต่เพื่อความมั่นใจ มาอ่านกันดีกว่าค่ะ ว่าเวลาลูกท้องอืด ลูกท้องผูก แบบไหนที่อันตราย แล้วต้องรับมืออย่างไร

ลูกท้องอืด ลูกท้องผูก อาการชวนหวั่นใจของเจ้าตัวน้อยวัยแบเบาะ

ลูกท้องอืด ลูกท้องผูกนั้น เป็นอาการปกติที่เด็ก ๆ โดยเฉพาะเด็กทารกวัยแบเบาะนั้นจะเป็นกันได้บ่อย ๆ เนื่องจากระบบทางเดินอาหารของเขา โดยเฉพาะระบบย่อยอาหารของทารกนั้น ยังทำงานได้ไม่สมบูรณ์นัก จึงทำให้เกิดแก๊สสะสมในกระเพาะอาหาร แต่คุณพ่อคุณแม่ ห้ามวางใจนะคะ ต้องสังเกตให้ดี เพราะอาการท้องอืด และ ท้องผูกนั้น บางครั้งก็เป็นเรื่องใหญ่ เป็นอันตราย ถึงขั้นต้องรีบพาลูกน้อยไปหาหมอเลยนะคะ

 

อาการอันตราย ท้องอืด ท้องผูกแบบไหน ที่ต้องรีบพาเจ้าตัวน้อยไปหาหมอ

ลูกท้องอืด

เวลาลูกท้องอืด พวกเขามักงอแง ร้องไห้ เพราะไม่สบายตัว และจะหยุดร้องไห้ มื่อเขาสบายตัวขึ้นหลังจากเรอหรือผายลม นั่นคืออาการท้องอืดทั่วไป แต่ถ้าหากลูกยังร้องไห้ไม่หยุดหลังจากที่เรอหรือผายลม ให้คุณแม่สังเกตอาการน่าเป็นห่วงดังต่อไปนี้ เพราะลูกน้อยอาจมีปัญหารุนแรงเกี่ยวกับระบบทางเดินอาหารก็เป็นได้ เช่น

  • ถ่ายไม่ออก ไม่อุจจาระหลายวัน
  • อุจจาระมีเลือดปน
  • ท้องเสีย อาเจียน
  • ร้องไห้งอแงไม่หยุดเป็นเวลานานกว่า 2 ชั่วโมง
  • มีไข้สูง โดยเฉพาะเด็กทารกอายุต่ำกว่า 3 เดือนที่มีไข้สูงกว่า 38 องศาเซลเซียสขึ้นไป

หากลูกน้อย มีอาการผิดปกติดังกล่าว หรือมีอาการอื่น ๆ แทรกซ้อน ขอให้รีบพาไปพบแพทย์โดยด่วนนะคะ เพราะเป็นอันตรายมาก ๆ เลย

วิธีรับมือ บรรเทาอาการ ท้องอืด ท้องผูกของเจ้าตัวน้อย

ลูกท้องอืด

สำหรับวิธีการรับมือ บรรเทา และป้องกันไม่ให้ลูกน้อยมีอาการท้องผูก และท้องอืด มีดังนี้ค่ะ

  • ป้อนนมให้ลูกในปริมาณพอเหมาะ ไม่ช้าหรือเร็วเกินไป เพราะหากลูกดูดนมช้าเกินไป จะทำให้ลูกกลืนอากาศเข้าไปมากขึ้น และหากลูกดูดนมเร็วและเยอะเกินไป ก็จะส่งผลให้เกิดแก๊สสะสมในกระเพาะอาหารค่ะ
  • จับให้ลูกเรอทุกครั้งหลังกินนม ไม่ว่าจะเป็นนมแม่ หรือนมผง เพื่อป้องกันอาการท้องอืด ทำให้ลูกไม่แหวะนม อีกทั้งยังช่วยให้ระบบการย่อยอาหารของเจ้าตัวน้อยทำงานได้ดีขึ้น
  • ให้ลูกกินยาแก้ท้องอืด เช่น ไกรป์วอเตอร์ (Gripe Water) ยาน้ำสำหรับเด็กอายุ 4 เดือนขึ้นไป หรือทายามหาหิงค์ โดยชุบสำลีแล้วนำมาทาที่ท้องและฝ่าเท้าของเบบี๋ ก็จะช่วยขับไล่ลมได้ค่ะ
  • คุณแม่ควรหลีกเลี่ยงอาหารที่ก่อให้เกิดแก๊สในกระเพาะมาก เช่น รำข้าว ข้าวโอ๊ต กะหล่ำปลี ถั่วต่าง ๆ และนมวัว เพราะอาจส่งผลให้มีแก๊สผ่านน้ำนมแม่ไปสู่ลูกน้อยได้

และที่สำคัญ หากลูกน้อยมีอาการท้องอืด ท้องผูก หรือแพ้โปรตีนนมวัว คุณแม่ยิ่งต้องระมัดระวังในการรับประทานอาหารของลูกเลย แต่ไม่ต้องกลัวว่าลูกจะขาดสารอาหาร เพราะนอกจากนมวัวแล้ว ยังมีนมอื่น ๆ ที่อุดมไปด้วยสารอาหารธรรมชาติ อย่างเช่น นมแพะ ที่มีสารอาหารครบถ้วนจากธรรมชาติ ซึ่งเป็นสารอาหารที่ได้มาจากกระบวนการสร้างน้ำนมที่เป็นแบบเดียวกับคน เรียกว่า “อะโพไครน์” ซึ่งให้สารอาหารธรรมชาติ คือ ไบโอแอคทีฟ คอมโพเนนท์ (Bioactive Components) ที่จำเป็นต่อพัฒนาการของเบบี๋อย่างครบถ้วน และมีใยอาหาร หรือพรีไบโอติก มากถึง 2 ชนิด ได้แก่ อินนูลิน และโอลิโกฟรุคโตส ที่ช่วยส่งเสริมระบบทางเดินอาหารให้ทำงานได้ดีขึ้น ลดปัญหาเรื่องท้องอืด หรือ ท้องผูกได้เป็นอย่างดี

ประโยชน์ของใยอาหารเพิ่มเติม : https://www.dgsmartmom.com/prebiotic-goat-milk/

มีข้อสงสัยเรื่องการตั้งครรภ์ หรือมีคำถามเรื่องการเลี้ยงลูกหรือเปล่าคะ? ติดตามอ่านบทความ หรือสอบถามสิ่งที่คุณอยากรู้ผ่านแอปของเราได้เลย ดาวน์โหลด theAsianparent แอปพลิเคชัน ทั้ง IOS และ Android ได้แล้ววันนี้!

บทความโดย

theAsianparent Editorial Team

app info
get app banner