ลูกติดเกมส์ เล่นโซเชียล แพทย์เตือนเสี่ยง ตาเสื่อม อารมณ์ก้าวร้าว-แปรปรวน

ลูกติดเกมส์ เล่นโซเชียล แพทย์เตือนเสี่ยง ตาเสื่อม อารมณ์ก้าวร้าว-แปรปรวน

แพทย์เตือนลูกติดเกมส์-โซเชียล เสี่ยงตาเสื่อม อารมณ์ก้าวร้าว ผลกระทบระยะยาวที่ไม่คุ้มเสี่ยง

ลูกติดเกมส์ เล่นโซเชียล

พ่อแม่หลาย ๆ คน ไม่มีเวลาดูแล เอาใจใส่ลูกมากนัก จึงปล่อยให้ลูกน้อยเพลิดเพลินไปกับสื่อโซเชียล ติดการเล่นเกม พอเติบโตขึ้น พฤติกรรมเหล่านี้ก็แก้ไม่หาย กลายเป็นวัยรุ่นที่พัวพันอยู่กับหน้าจอคอมพิวเตอร์และโทรศัพท์ตลอดเวลา จึงเกิดเป็นปัญหา ลูกติดเกมส์ เล่นโซเชียล

 

ลูกติดจอส่อตาพัง

"หากลูกของคุณนั่งเฝ้าอยู่หน้าจออุปกรณ์อีเล็กทรอนิกส์ไม่ขยับ อาการแบบนี้อาจส่งผลเสียต่อประสิทธิภาพทางการมองเห็นได้ เช่น ภาวะสายตาสั้น หรือ ภาวะจอตาเสื่อมที่มักเกิดกับผู้สูงอายุ ภาวะดังกล่าวอาจมาเยือนลูกคุณก่อนวัยอันควร ตามด้วยอาการ CVS (Computer Vision Syndrome) คือโรคที่มาจากการใช้คอมพิวเตอร์อย่างหนัก จดจ่อกับหน้าจอมากเกินไป ไม่ได้พักสายตา อาการแบบนี้สามารถรักษาได้โดยการปรับพฤติกรรม"

พญ.รัติยา พรชัยสุรีย์ จักษุแพทย์ผู้เชี่ยวชาญโรคตาเด็ก แพทย์ที่ปรึกษาโรงพยาบาลพญาไท 2 กล่าวว่า พ่อแม่ทุกคนควรหันมาใส่ใจให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพดวงตาของเด็ก เนื่องจากดวงตาเปรียบเสมือนหน้าต่างของสมอง เพราะในเด็กเล็กนั้นพัฒนาการและทักษะต่าง ๆ ยังไม่พัฒนาเต็มที่

ดังนั้น เด็กจะรับรู้เรื่องราวผ่านการมองเห็นมากที่สุด โดยเฉพาะ 4 ปีแรก เด็กจะมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องรวดเร็ว ซึ่งหากเด็กมีปัญหาการมองเห็นไม่สมบูรณ์หรือการรับภาพไม่ชัดเจน ก็อาจส่งผลต่อการประมวลผลข้อมูลที่ส่งไปยังสมองและการกระทบต่อพัฒนาการด้าน การเรียนรู้ของเด็ก (จักษุแพทย์ หรือ แพทย์ทางด้านสายตา) กล่าว

 

เก็บตาใส ๆ ของลูกไว้ท่องโลกกว้าง

ยังมีผู้คนที่ต้องพบปะไปยันแก่เฒ่า ยังมีความรู้ในหนังสือที่น่าอ่านอีกเป็นล้านเล่ม ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวที่รูปถ่ายเก็บอารมณ์ไว้ได้ไม่หมด แทบทุกสิ่งใช้ตาชื่นชมเป็นด่านแรก ฉะนั้นสอนเขาและตัวคุณเองด้วยแรงบันดาลใจเชิงภาพที่จะช่วยเขารักษาตาคู่น้อยไว้ให้นาน

  1. วางจอให้พอดี จากข้อมูลของ American Optometric Association เผยว่า ควรวางจอคอมพิวเตอร์ให้อยู่ในระดับต่ำกว่าสายตาประมาณ 15 ถึง 20 องศา และ สายตาอยู่ห่างจากจอสักหนึ่งช่วงแขน
  2. ปรับแสงระหว่างใช้งาน ใช้คอมพิวเตอร์หรือโทรศัพท์มือถือในที่ที่มีแสงไฟเพียงพอ กรณีปิดไฟในห้อง ให้ลดระดับความจ้าของอุปกรณ์ลง
  3. เลือกเกมฝึกทักษะ พ่อแม่ควร ทำความรู้จักกับเกมสร้างสรรค์ที่ส่งเสริมทักษะการใช้ชีวิต และผลักดันให้ลูกเลือกเล่นประเภทวางแผนคุมทีมกีฬา เกมสร้างบ้านสร้างเมือง เกมคำศัพท์ หรือการคำนวณ เป็นอันดับแรก ๆ
  4. เล่นเป็นเวลา ต้องรู้จักตั้งกฎเล่นเกม เวลาไหนให้ลูกเล่นได้ และเวลาไหนไม่ควรเล่น นอกจากนั้นยังรู้จักให้รางวัลลูก หลังความสำเร็จเล็กๆ น้อยๆ บางอย่าง แล้วจึงปล่อยให้เล่นเกมได้

 

ส่วนในเรื่องของการนำไปสู่ภาวะอารมณ์แปรปรวนในเด็กและวัยรุ่น พญ.กมลวิสาข์ เตชะพูลผล แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านจิตเวชเด็กและวัยรุ่น โรงพยาบาลพญาไท 2 เผยว่า มีหลายปัจจัยที่ทำให้เด็กติดเกม พ่อแม่หลายท่านอาจมองข้ามประเด็นเหล่านี้ หนึ่ง-เด็กมีภาวะซึมเศร้า จึงหาทางออกด้วยการอยู่กับตัวเอง สอง-เด็กอยากได้รับการยอมรับจากเพื่อน เพราะพวกเขาต้องเข้าสังคม เมื่อเพื่อนคุยเรื่องเกม เด็กต้องคุยกับเพื่อนรู้เรื่อง สาม-เด็กสมาธิสั้น ไม่สามารถใช้เวลาจดจ่อ กับอะไรได้นาน ๆ จึงหันมาเล่นเกม

 

หัวร้อน ก้าวร้าว เอาแต่ใจ

อารมณ์และพฤติกรรมที่ไม่ปกติ ประการแรก-ลูกมีอารมณ์ฉุนเฉียว ก้าวร้าว อาละวาด แสดงออกทางอารมณ์ไม่เหมาะสมกับพ่อแม่ เมื่อคุณกำลังตักเตือนว่าใช้เวลาในการเล่นมากเกินไปแล้ว ถัดมา- ลูกเรียกร้อง เปลี่ยนมือถือรุ่นล่าหรือเกมสุดฮิตตลอดเวลา พฤติกรรมที่กล่าวไปทั้งหมด เราเรียกรวมๆ ว่า ภาวะทางจิตเวช

"คุณพ่อคุณแม่ควรรีบเข้ารับการปรึกษากับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ด้านจิตวิทยาเด็ก ถ้าปล่อยทิ้งไว้ อาจส่งผลกระทบต่อสัมพันธภาพกับคนรอบข้าง และอาจทำให้พัฒนาการของเด็กช้าลง แพทย์จะสามารถวางแผนช่วยเหลือในการปรับพฤติกรรมให้เหมาะสมกับตัวเด็ก ครอบครัว และสิ่งแวดล้อม" แพทย์หญิงกมลวิสาข์ กล่าวเพิ่มเติม

 

เพื่อให้พวกเขาโตไปเป็นผู้ใหญ่ที่มีคุณภาพทั้งกายและใจ อย่าให้เขามีเพื่อนสนิทเป็นเกมคอมพิวเตอร์ หรือโซเชียล มีเดีย เท่านั้น

#อย่าปล่อยให้แปรปรวน หนึ่งในแพคเกจ จากแคมเปญ "ไม่อยากให้ใครป่วยมาโรงพยาบาล" ในโอกาสครบรอบ 30 ปี รพ.พญาไท 2

 

บทความอื่น ๆ ที่น่าสนใจ

การดูแลทารกแรกเกิดเมื่อกลับบ้าน ในสัปดาห์แรก แม่มือใหม่ต้องเจอกับอะไรบ้าง?

แก้ปัญหาลดภาวะเสี่ยง “เด็กติดจอ” อย่างไรดี

 

มีข้อสงสัยเรื่องการตั้งครรภ์ หรือมีคำถามเรื่องการเลี้ยงลูกหรือเปล่าคะ? ติดตามอ่านบทความ หรือสอบถามสิ่งที่คุณอยากรู้ผ่านแอปของเราได้เลย ดาวน์โหลด theAsianparent แอปพลิเคชัน ทั้ง IOS และ Android ได้แล้ววันนี้!

ข้อความที่ปรากฎในบทความนี้ เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้เขียนแต่เพียงผู้เดียว และผู้เขียนไม่ได้เป็นตัวแทนของ theAsianparent หรือลูกค้า

บทความโดย

Tulya

app info
get app banner