ลูกติดตุ๊กตา ลูกติดหมอนเน่า แม่เอาไปทิ้งเลยได้ไหม แต่กลัวทำร้ายจิตใจลูก

แชร์บทความนี้ให้เพื่อน

ทำยังไงให้ลูกเลิกติดหมอนเน่า ตุ๊กตาตัวโปรด จะหักดิบเอาไปทิ้ง หรือซ่อนลูกก็กลัวทำร้ายจิตใจ

ลูกติดตุ๊กตา ลูกติดหมอนเน่า แม่เอาไปทิ้งเลยได้ไหม

ลูกติดตุ๊กตา ลูกติดหมอนเน่า ปัญหาน่ากลุ้มใจของแม่ ๆ กังวลว่าลูกจะติดจนเข้าโรงเรียน แล้วอาการติดตุ๊กตา ติดหมอน ติดผ้าห่ม ถือว่าผิดปกติไหมสำหรับเด็ก แม่ควรฝึกให้ลูกเลิกพฤติกรรมเมื่อไหร่ดี มาดูคำตอบจากกุมารแพทย์พัฒนาการและพฤติกรรมเด็กศูนย์สุขภาพเด็ก โรงพยาบาลพญาไท 3  กันค่ะ

 

ผิดปกติไหมถ้าลูกติดตุ๊กตา ลูกติดหมอนเน่า

การติดผ้าเน่าของเด็กเป็นพฤติกรรมปกติที่พบได้โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเด็กที่ความเข้าใจภาษาและการพูดยังไม่มาก เช่น ในเด็กทารกไปจนอายุ 1- 3 ปี เนื่องจากเด็ก ๆ วัยนี้ ยังไม่สามารถบอกความต้องการหรือความรู้สึกของตนเองให้กับผู้ใหญ่ รับรู้ได้ดีเท่าที่ควร ทำให้บางครั้งผู้ใหญ่อาจตอบสนองเด็กได้ไม่ตรงตามความต้องการ ส่งผลให้เด็กหงุดหงิด

การมีสิ่งของแทนใจ เช่น ผ้าเน่า ตุ๊กตาเน่า หรือผ้าห่มเน่า ซึ่งเป็นสิ่งที่เด็กคุ้นเคยตั้งแต่เล็ก จึงเป็นสิ่งที่ทำให้เด็ก ๆ รู้สึกอบอุ่นใจและสงบลงได้   

 

ฝึกยังไงให้ลูกเลิกพฤติกรรมนี้

คุณพ่อคุณแม่มีส่วนอย่างมากที่จะทำให้ลูกเลิกติดผ้าเน่าได้ และหากมีการเตรียมตัวที่ดี การเลิกก็จะราบรื่นและมีความสุขกันทุกฝ่ายได้ค่ะ

วิธีการที่จะเลิกผ้าเน่า ควรมีการเตรียมพร้อมมาก่อนค่ะ ซึ่งเริ่มทำได้ตั้งแต่หลัง 1 ขวบเป็นต้นไป วิธีการคือ

  1. พยายามทำกิจวัตรประจำวันให้เป็นเวลาใกล้เคียงกันทุกวัน เพื่อที่คุณพ่อคุณแม่จะได้คาดเดาได้ว่าการที่ลูกเริ่มหงุดหงิดเป็นเพราะหิว ง่วง หรือเพลีย เนื่องจากสิ่งเหล่านี้เป็นสาเหตุที่ทำให้เด็กหงุดหงิดได้บ่อยอันดับต้นๆ เลยค่ะ ยิ่งคุณพ่อคุณแม่จัดการได้ทันก่อนที่ลูกหงุดหงิดก็จะช่วยลดการร้องหาผ้าเน่าของเด็กได้ค่ะ
  2. ทำสิ่งต่างๆ ให้ลูกสามารถคาดเดาได้ เช่นการบอกลูกล่วงหน้า หรือการให้โอกาสลูกได้มีเวลาเตรียมตัวก่อนเป็นต้น ทั้งนี้เพื่อลดความเครียดและความกังวลให้กับเด็ก
  3. ให้เวลากับลูก หมั่นทำกิจกรรมร่วมกัน เพราะจะทำให้ลูกซึมซับความรู้สึกดีๆ ที่มีกับคุณพ่อคุณแม่ ส่งผลให้เด็กไว้ใจและพยายามสื่อสารกับคุณพ่อคุณแม่แทนที่จะยึดผ้าเน่า อีกทั้งการทำกิจกรรมที่สนุกจะทำให้เด็กเพลินจนคิดถึงผ้าเน่าน้อยลงด้วย นอกจากนี้ยังทำให้คุณพ่อคุณแม่รู้จักนิสัยของลูกมากขึ้นทำให้คาดเดาพฤติกรรมได้ง่าย รวมถึงเป็นการส่งเสริมทักษะทางภาษาซึ่งจะช่วยให้เด็กสื่อสารเรื่องอารมณ์กับคุณพ่อคุณแม่ได้ดีทำให้ลดความหงุดหงิดลงไปได้
  4. ส่งเสริมให้ลูกได้ช่วยเหลือตัวเอง ฝึกระเบียบวินัย ฝึกการคิด แก้ไขปัญหาและทำสิ่งต่างๆ ด้วยตัวเอง ตามระดับพัฒนาการ เพื่อเสริมสร้างความมั่นใจตัวลูก
  5. หมั่นชมลูกเมื่อทำสิ่งต่างๆ ได้ดี เพราะจะทำให้ลูกรู้สึกอยากทำสิ่งต่างๆ ที่คุณพ่อคุณแม่สอน อย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ลูกเกิดความภาคภูมิใจ เห็นคุณค่าในตัวเองและสามารถให้กำลังใจตัวเองได้ ทำให้การยึดติดผ้าเน่าลดลง
  6. เลี่ยงการดุ ด่าหรือลงโทษที่รุนแรง เพราะจะทำให้เด็กขาดความมั่นใจในตัวเอง นอกจากนี้ควรฝึกให้ลูกเรียนรู้ที่จะควบคุมอารมณ์ตัวเอง ด้วยการสอนด้วยเหตุผล รวมถึงคุณพ่อคุณแม่ควรเป็นตัวอย่างการจัดการอารมณ์ตัวเองให้ลูกได้เห็นและทำตามเพื่อลูกจะได้มีความมั่นคงทางอารมณ์และจัดการอารมณ์ตัวเองได้อย่างเหมาะสม

 

เมื่อคุณพ่อคุณแม่ได้เตรียมลูกมาอย่างดีแล้ว ก็ถึงเวลาที่จะเลิกผ้าเน่าแล้วค่ะ วิธีการคือ

  • ค่อย ๆ เอาผ้าเน่าออกห่างจากเด็ก โดยขยับความห่างที่ละน้อย ๆ ค่ะ เช่น เริ่มจากเอาผ้าเน่าวางไว้ข้าง ๆ แทนที่จะถือไว้ตลอด ต่อมาก็เอาผ้าเน่าวางไว้ในระยะที่มือเอื้อมไม่ถึง ต่อมาก็ไว้ที่มุมห้อง ไว้ที่ห้องข้าง ๆ ไว้บนรถ ไปจนถึงเอารอไว้ที่บ้านเมื่อพาลูกออกไปข้างนอกเป็นต้นค่ะ
  • ไม่ควรเอาผ้าเน่ามาขู่เด็ก เช่น บอกว่า “ถ้าดื้อแบบนี้ แม่จะเอาผ้าเน่าไปทิ้งนะ” เพราะอาจทำให้เด็กกังวลและยิ่งติดผ้าเน่ามากขึ้นค่ะ
  • ทุกขั้นตอนควรทำด้วยความใจเย็น ไม่เร่งรีบ ถ้าไม่สำเร็จให้ครั้งแรกๆ ก็หมั่นทำเรื่อยๆ  เลี่ยงการบ่น หรือดุ ด่าที่ลูกยังเลิกไม่ได้เพราะจะยิ่งส่งผลให้เลิกยากมากขึ้นค่ะ
  • หมั่นทำความสะอาดผ้าเน่า เพื่อที่เด็กจะได้ไม่ยึดติดกับกลิ่นเดิมๆ จะทำให้เลิกได้ง่ายขึ้นและยังเป็นการรักษาสุขอนามัยที่ดีอีกด้วยค่ะ

 

นอกจากนี้ หมออยากแนะนำเพิ่มเติมถึงวิธีการป้องกันก่อนที่ลูกจะติดผ้าเน่า นั่นคือการที่คุณพ่อคุณแม่พยายามตอบสนองให้ตรงตามความต้องการของลูกตั้งแต่อายุ 4 – 6 เดือนเป็นต้นไปค่ะ เพราะเป็นช่วงอายุที่ความต้องการเด็กยังมีไม่มากและเริ่มมีกิจวัตรที่เป็นเวลาได้ ซึ่งสาเหตุส่วนใหญ่ที่เด็กหงุดหงิดในวัยนี้คือ การง่วง เหนื่อย หิว เพลีย และเบื่อค่ะ ถ้าคุณพ่อคุณแม่จัดการได้ถูกต้องและรวดเร็วก็จะลดโอกาสการใช้ผ้าเน่า ทำให้สุดท้ายลูกก็จะลืมการใช้ผ้าเน่าไปได้ก่อนอายุ 1 ปีค่ะ

ข้อดีของการไม่ติดผ้าเน่าหรือการเลิกผ้าเน่าได้เร็วคือเด็กจะได้เรียนรู้การจัดการอารมณ์และมีความมั่นใจในตัวเอง สุดท้ายจะส่งผลให้เด็กปรับตัวได้ง่าย และพร้อมที่จะเรียนรู้สิ่งต่าง ๆ ได้ดียิ่ง ๆ ขึ้นไปค่ะ

 

พญ.ณัฐวรรณ จารุวรพลกุล

พญ.ณัฐวรรณ จารุวรพลกุล

กุมารแพทย์พัฒนาการและพฤติกรรมเด็กศูนย์สุขภาพเด็ก

โรงพยาบาลพญาไท 3

 

บทความอื่น ๆ ที่น่าสนใจ

โกนผมลูก ช่วยให้ลูกผมดก ได้จริงหรือ

ตัดขนตาทารก ช่วยให้ขนตาขึ้นใหม่ยาวขึ้น หรือเป็นอันตรายกับลูกกันแน่

12 สัญญาณผิดปกติของลูกแรกเกิดที่ควรรีบพบแพทย์

 

Expert Reviewed จากคุณหมอ ช่วงวัยของเด็ก ทารก พัฒนาการของทารก