ลูกตาย เพราะยายป้อนกล้วย หลังเกิดมาได้แค่ 10 วัน ต้องอีกกี่รายถึงจะยอมเชื่อ

lead image

“ย่าจ๋า ยายจ๋า อย่าเพิ่งป้อนข้าว ป้อนกล้วยหนูเลย หนูเพิ่งเกิดมาได้ 10 วันเอง”

ลูกตาย เพราะยายป้อนกล้วย

ยังมีคุณแม่ รวมไปถึงผู้ใหญ่หลายท่าน ที่ไม่ได้ตระหนักถึงอันตรายของการให้ทารกแรกเกิด กินอาหารอื่น ๆ ที่ไม่ใช่นมแม่ หวังว่าเรื่องราวอันน่าเศร้าเรื่องนี้ จะเป็นอุทาหรณ์ให้กับใครหลาย ๆ คนได้บ้าง

ทารกวัยเพียง 10 วัน เสียชีวิต หลังยายป้อนกล้วย

เรื่องราวอันน่าสะเทือนใจนี้ ได้ถูกเผยแพร่ผ่านบัญชี Facebook ของ Lia Imelda Siregar ผู้เป็นหนึ่งในทีมแพทย์ที่ให้การรักษาทารกวัยเพียง 10 วัน ซึ่งเขาได้แชร์เรื่องราวการเสียชีวิตของ Nek หนูน้อยวัยเพียง 10 วัน ไว้โดยมีใจความว่า

ในช่วงบ่ายวันหนึ่ง มีเด็กทารกวัยเพียงไม่ถึง 1 เดือน มาเข้ารับการรักษา หลังจากที่ถูกยายป้อนกล้วย หลังจากที่เพิ่งคลอดออกมาลืมตาดูโลกได้เพียงแค่ 9 วัน

“ฉันเห็นหลานเริ่มร้องไห้ ฉันก็เลยบดกล้วยให้หลานกิน เหมือนที่ฉันเคยทำให้ลูกของฉันนั่นแหละ” คุณยายผู้ซึ่งรู้สึกเสียใจจากเหตุการณ์ที่ต้องสูญเสียหลานคนแรกไป จากการป้อนกล้วยของเธอเองกล่าวกับ Lia

เด็กทารกมีอาการเลือดออกมาทางจมูก ปาก และรูทวารหนัก น้ำหนังลดจาก 1.8 กิโลกรัมในช่วงแรกคลอด ลงมาเหลือเพียง 1.3 กิโลกรัม ในวันที่ทารกน้อยเสียชีวิต

ลูกตาย เพราะยายป้อนกล้วย

ลูกตาย เพราะยายป้อนกล้วย

ความคิดเห็นของชาวเน็ต

เหตุการณ์ดังกล่าง ถูกแชร์ต่อ ๆ กันไปในโลกโซเชียลอย่างรวดเร็ว ในขณะที่ชาวเนตต่างออกมาแสดงความเสียใจต่อการจากไปของเด็กทารกวัยเพียง 10 วันกันอย่างมากมาย พร้อมทั้งแสดงความคิดเห็นถึงเรื่องดังกล่าวกันไปต่าง ๆ นานา

หลายคนบอกว่า ทารกแรกเกิดนั้น ไม่ควรให้กินอาหารอื่นนอกจากนมแม่ อย่างไรก็ตาม มีคนอีกจำนวนไม่น้อยออกมาแสดงความคิดเห็นในเชิงที่ว่า เคยป้อนข้าว ป้อนกล้วยให้ลูกตั้งแต่แรกเกิด ก็ไม่เห็นจะเป็นอะไร แถมยังโตมาได้จนถึงทุกวันนี้

ลูกตาย เพราะยายป้อนกล้วย

ลูกตาย เพราะยายป้อนกล้วย

ทำไมจึงไม่ควรป้อนกล้วย หรืออาหารแข็งก่อน 6 เดือน

โดยปกติร่างกายของทารกจะมีระบบทางเดินอาหารที่มีข้อจํากัดในการทำงานย่อยอาหารต่าง ๆ ทําให้การย่อยการดูดซึมอาหารไม่มีประสิทธิภาพมากเท่ากับผู้ใหญ่ ช่วงแรกเกิดจึงต้องทานแต่นมเท่านั้น

ป้อนอาหารลูกเร็วไป ส่งผลเสียอย่างไร

แม้ว่าผู้ใหญ่หลายท่าน จะบอกว่าเลี้ยงลูกหลานมา ก็ป้อนกล้วยตั้งแต่เด็ก อายุน้อยกว่า 6 เดือนทั้งนั้น ซึ่งก็จัดว่าที่โชคดีเด็กเหล่านั้นไม่เกิดภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรง แต่ถ้าหากลูกของเราโชคไม่ดีขึ้นมา จะเกิดอะไรขึ้นบ้าง มาดูกัน

  1. ลําไส้อุดตันเนื่องจากกล้วยที่ทานเข้าไป ไม่สามารถย่อย และดูดซึมในกระเพาะอาหารและลําไส้ของทารกได้ จึงไปขัดขวางการทำงานของลำไส้ ทำให้ลําไส้อุดตัน อาจต้องผ่าตัดลําไส้ หากรักษาไม่ทันอาจเกิดลำไส้แตกทะลัก ถึงขั้นเสียชีวิตได้
  2. ภาวะอุดกั้นทางเดินหายใจเพราะเด็กทารกอายุน้อย ยังไม่พร้อมในการทาน และกลืนอาหาร ทำให้สำลักกล้วยที่ป้อน เกิดภาวะอุดกั้นทางเดินหายใจ สมองขาดออกซิเจน อาจทำให้ถึงแก่ชีวิต กลายเป็นเจ้าหญิง หรือเจ้าชายนิทรา หรือเป็นปอดอักเสบติดเชื้อรุนแรงได้
  3. ขาดสารอาหารที่จำเป็น เด็กวัยแรกเกิดถึง 6 เดือน ควรจะได้รับสารอาหารที่ครบถ้วนจากนมแม่เป็นหลัก หากให้ทานกล้วยจนอิ่มมากเกินไป จะทำให้เด็กทานนมได้น้อย และขาดสารอาหารที่จำเป็นต่อการเจริญเติบโตได้

เนื่องจากปัจจุบันหลายครอบครัวมี คุณปู่คุณย่า คุณตาคุณยาย มาช่วยเลี้ยงหลานวัยทารก คุณพ่อคุณแม่ควรค่อย ๆ อธิบายให้ท่านฟังว่า อย่าเพิ่งให้ทารกแรกเกิดทานอาหารที่นอกเหนือจากนมแม่ในช่วง 6 เดือนแรกเพราะอาจจะเกิดอันตรายซึ่งอาจรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิตได้


ที่มา id.theasianparent

บทความอื่น ๆ ที่น่าสนใจ

ลำไส้กลืนกัน อุทาหรณ์ป้อนกล้วยลูกหลานก่อนวัยอันควร

เมื่อไหร่จะเป็นรายสุดท้าย ล่าสุดป้อนกล้วยเด็กเข้าโรงพยาบาลไปอีกราย

แม่โพสต์เล่า ลูกโดนป้อนน้ำจนลำไส้ติดเชื้อ เหตุการณ์ครั้งนี้ทำคนเป็นแม่ใจจะขาด