ลูกดื้อมาก ชอบปีนป่ายและไม่เชื่อฟัง ลูกเราผิดปกติไหม?

ลูกดื้อมาก เล่นซนไม่ยอมเชื่อฟังพ่อแม่ พอบอกก็ชอบต่อต้าน เป็นเรื่องปกติของลูกน้อยวัย 3-6 ปีหรือเปล่า แล้วต้องแก้ไขพฤติกรรมของลูกยังไงดี

ลูกดื้อมาก ชอบปีนป่ายและไม่เชื่อฟัง ลูกเราผิดปกติไหม?

ลูกดื้อมาก ตอนอายุ 3-6 ปี ชอบเล่นซุกซน บอกอะไรก็ไม่ฟังเป็นเพราะอะไร? จริงๆ แล้วเด็กวัยนี้ส่วนใหญ่จะชอบเรียนรู้จากสิ่งแวดล้อมรอบตัว และมีพัฒนาการด้านต่างๆ อย่างก้าวหน้า รู้จักการใช้ชีวิตในสังคมที่มีมากกว่าพ่อและแม่ แล้วจะรู้ได้ไงว่าลูกเราซนตามวัย หรือเป็นเด็กดื้อด้านกันแน่พ่อแม่สามารถดูได้จากพัฒนาการและการเจริญเติบโตตามวัยค่ะ

เด็กวัยนี้จะมีการเติบโตอย่างสม่ำเสมอ โดยมีน้ำหนักตัวเฉลี่ยเพิ่มขึ้นปีล่ะ 2-2.5 กก. และมีส่วนสูงเพิ่มขึ้นปีละ 6-8 ซม. เด็กจึงมีดูผอมและสูง กล้ามเนื้อต่างๆ ดูใหญ่ขึ้น มีการควบคุมการเคลื่อนไหวได้ดี จึงทำให้เด็กๆ ชอบที่จะห้อยโหนและปีนป่ายมากๆ ถ้าลูกบ้านไหนชอบที่จะปีนต้นไม้ ปีนกำแพง ก็ไม่ต้องแปลกใจ เพราะเขามีพัฒนาการตามวัยนั่นเอง นอกจากนี้ เด็กก็จะมีพัฒนาการเพิ่มขึ้นตามอายุที่มากขึ้น ได้แก่

วัย 3 ขวบ

หนูน้อยวัยนี้จะสามารถที่ยืนขาเดียวได้ถึงแม้จะเป้นเวลาชั่วครู่ก็ตาม และยังชอบวิ่งซนแล้วหมุนตัวโดยที่ไม่ให้ตัวเองล้ม บางทีก็ชอบที่จะเล่นบันไดโดยการเดินขึ้นแบบสลับเท้า และยังสามารถขี่จักรยานสามล้อได้แล้วน่ะ แล้วยังชอบที่จะเล่นกับเด็กคนอื่น เล่นบทบาทสมมติที่ซับซ้อนขึ้น จึงไม่แปลกถ้าลูกน้อยจะเริ่มติดเพื่อน สามารถต่อของเป็นแนวตั้งได้ 8 ชิ้น หรือมากกว่า ทั้งยังเลียนแบบการวาดรูปวงกลมด้วย

สำหรับทักษะการพูดเด็กจะเริ่มที่จะเล่าเรื่องราวต่างๆ และเริ่มที่จะเข้าใจมีสิ่งที่พ่อแม่กำลังบอกถึงแม้จะไม่เข้าใจทั้งหมดก็ตาม สามารถบอกได้ว่าเมื่อไหร่ที่อยากจะขับถ่าย บอกชื่อตัวเอง เพศ หรืออายุได้บ้าง ทั้งยังเข้าใจการกระทำบางอย่าง เช่น หมากำลังวิ่ง เด็กกำลังกิน เข้าใจคำเกี่ยวกับร้อน เย็น เหนื่อย บน ใน และสีอย่างน้อย 1-2 สี

ลูกดื้อมาก

ลูกดื้อมาก

วัย 4 ขวบ

คราวนี้สามารถกระโดดขาเดียวได้แล้ว แล้วยังเดินลงบันไดสลับเท้าได้ด้วย ทั้งยังชอบปีนป่ายเห็นอะไรก็อยากจะปีนไปซะหมด พ่อแม่อย่าได้เผลอเชียวเดี๋ยวลูกน้อยจะประสบอุบัติเหตุได้ นอกจากนี้น้องยังสามารถต่อแท่งไม้ 3 ชิ้นเป็นสะพานได้ สามารถวาดรูปวงกลมตามแบบโดยใช้สองเส้นตัดกัน และเริ่มที่จะช่วยเหลือตัวเองได้ไมว่าจะเป็นการใส่กางเกง หรือการใส่เสื้อ และเริ่มเล่นกับอื่นดดยมีกฎกติกาเล็กๆ ได้

เด็กวัยนี้จะเริ่มเล่าเรื่องเป็นประโยคยาวๆ บอกสีได้ทั้งหมด นับจำนวนได้อย่างถูกจ้อง เรียงลำดับการนับได้ โดยที่มีจำนวนไม่เกิน 10 ชิ้น ทั้งยังมีนิสัยชอบถาม เช่น อย่างไร ทำไม พ่อแม่ได้เหนื่อยกับเจ้าหนูจำไมแน่ๆ เข้าใจที่บอกว่าจำนวนหนึ่ง หรือมากกว่าหนึ่งได้ และรู้จักคำว่าด้านหน้า ด้านล่าง ด้านใต้ เป็นต้น

วัย 5 ขวบ

วัยนี้ความซนเพิ่มขึ้นไปอีก พ่อแม่คงปวดหัวเพิ่มแน่ๆ เพราะลูกจะชอบกระโดดข้ามสิ่งกีดขวางเตี้ยๆ ได้ และชอบกระโดดสลับเท้า หรือชอบที่จะเดินทับเส้นหรือเดินต่อเท้าเป็นเส้นตรงโดยที่พยายามไม่ให้ตัวเองล้ม แถมยังสามารถเริ่มที่จะใช้กรรไกรตัดกระดาษได้ พ่อแม่ควรดูแลอย่างใกล้ชิดเพื่อป้องกันอันตราย

นอกจากนี้ เด็กๆ จะเข้าใจคำพูดทั้งหมด รู้จักความหมายของคำ แล้วจะเริ่มถามคำถามที่เกี่ยวกับคำถามว่า อย่างไร ทำไม ได้ บอกพยัญชนะบางตัวได้ ทั้งยังเริ่มที่จะร้องเพลงสั้นๆ ถ้าพ่อแม่เห็นลูกน้อยกำลังฮัมเพลงแต่ไม่ค่อยรู้เรื่องถือว่าเป็นเรื่องปกติค่ะ อีกทั้งยังเข้าใจคำถามเกี่ยวกับคำว่าเมื่อไร เข้าใจซ้าย-ขวา เล็ก-ใหญ่ ยาว-สั้น

ลูกดื้อ

ลูกดื้อ

วัย 6 ขวบ

หนูน้อยวัยนี้จะเริ่มเล่นอะไรที่เกี่ยวกับการทรงตัวมากขึ้น เช่น การเดินบนส้นเท้า ส่วนกิจกรรมกีฬาที่สามารถเล่นได้คือ การรับโยนลูกบอลไปมา รวมถึงการกระโดดได้ประมาณ 120 ซม. ชอบที่จะแต่งตัวเองหรือเตรียมอาหารเองง่ายๆ โดยไม่มีคนช่วย คุณแม่คนไหนที่เห็นว่าลูกอยากจะช่วยทำอาหารหรืออยากจะแต่งตัวเองก็อย่าไปห้ามนะคะ ปล่อยให้เค้าได้เรียนรู้การช่วยเหลือตัวเองบ้าง

ไม่เพียงแค่นั้นยังรู้จักลำดับเหตุการณ์ได้ เช่น เรื่องไหนเกิดขึ้นตั้งแต่อดีต เรื่องไหนที่กำลังเกิดขึ้นในปัจจุบัน เข้าใจพยัญชนะแต่ละตัว และสัญลักษณ์ตัวเลขต่างๆ สามารถบอกความแตกต่างของสิ่งของ 2 สิ่งได้ ดังนั้น พ่อแม่ลองหาคำถามฝึกการใช้เหตุผลและความคิดของลูกน้อยได้นะคะ ทั้งยังสามารถบอกจำนวนนับรวมทั้งหมดได้อย่างถูกต้องอีกด้วย

 

พ่อแม่คนไหนที่มีลูกน้อยอยู่ในช่วงวัยนี้ ถ้าลูกจะซนชอบปีนป่าย พูดไม่ค่อยรู้เรื่อง ชอบถาม อยากทำนู้นทำนี่ เป็นเรื่องปกติของวัยที่อยากรู้อยากเห็น เพียงแต่คุณแม่ต้องปรับตัวเองและวิธีการเลี้ยงลูกให้ตรงกับพัฒนาการให้มากที่สุด และที่สำคัญต้องคอบตักเตือนลูกๆ ให้ดี เพราะการเล่นอย่างประมาทอาจก่อให้เกิดอุบัติเหตุที่คาดไม่ถึงได้นะคะ แต่ถ้าคิดว่าลูกเราดื้อเกินไปอยากจะสอนลูกต้องทำอย่างไรเรามีวิธีมาฝากกันค่ะ

 

อ่านวิธีจัดการเด็กดื้อในหน้าถัดไป >>>

วิธีจัดการเมื่อลูกดื้อไม่เชื่อฟัง

มีสิ่งสองสิ่งที่คุณต้องจำใส่ใจเอาไว้ในการจัดการกับเด็กดื้อไม่เชื่อฟัง สิ่งเหล่านั้นคือ “ทันที” และ “อย่างชัดแจ้ง” โดยพ่อแม่ต้องสามารถทำได้ดังต่อไปนี้

1. จัดการทันที!

เมื่อลูกดื้อพ่อแม่อย่าขู่ เช่น  “รอพ่อกลับมาบ้านก่อนเถอะ” หรือ “รอให้ออกจากร้านก่อนเถอะ” เนื่องจากว่าเมื่อลูกดื้อไม่เชื่อฟังขึ้นมาก็ต้องได้รับการอบรมหรือโดนทำโทษ คุณต้องให้ลูกได้เรียนรู้โดยทันทีว่าผลของการกระทำที่ไม่ดีเป็นอย่างไร เราจะไม่โต้เถียงกันเรื่องการตีก้นลูกในตอนนี้ แต่ไม่ว่าการลงมือทำนั้นจะเป็นการแยกให้ลูกไปนั่งคนเดียวกับเก้าอี้ เพื่อให้ลูกหยุดทำอะไรบางสิ่งหรือออกจากสถานที่ใดที่หนึ่งอย่างรวดเร็ว หรือแม้แต่การห้ามไม่ให้เล่นของเล่น กินของว่าง หรืออะไรก็ตาม คุณต้องลงมือทำทันที มิฉะนั้นความสำคัญของการพยายามสร้างวินัยให้กับลูกจะลดทอนลงไปตามกาลเวลา (แม้แต่กับเด็กที่โตขึ้นแล้ว)

ลูกดื้อเล่นซุกซน

ลูกดื้อเล่นซุกซน

2. ทำอย่างชัดแจ้ง!

การลงโทษเด็กดื้อต้องทำกันอย่างชัดแจ้งและการลงโทษนั้นต้องเหมาะสมกับความผิดที่ลูกกระทำลงไป เช่น หากลูกน้อยวัยสี่ขวบไม่ยอมกินข้าว พ่อแม่อาจจะทำโทษลูกโดยการทิ้งหรือเอาให้แมวกินแทน หรือให้ลูกงดอาหาร ขนมที่ตัวเองชอบไปซะ หากลูกวัยหกขวบไม่ยอมเก็บของเล่นที่เล่นแล้ว คุณก็ยึดของเล่นลูกไปเลยจะได้ไม่มีอะไรต้องเก็บ แต่ถ้าลูกที่ยังเล็กไปดื้อในพื้นที่สาธารณะ เช่น พยายามวิ่งพล่านไปมาหรือแสดงอาการหยาบคาย พ่อแม่ต้องรีบนำลูกออกจากสถานที่เหล่านั้นหรืออุ้มลูกไว้หรือจับใส่รถเข็นเด็กไปเลย

วิธีการเหล่านี้ หากพ่อแม่ได้ใช้กับลูกอย่างสมเหตุสมผลก็จะทำให้ลูกน้อยดื้อลดน้อยลง เพราะพวกเขาสามารถรับรู้ได้ว่าพ่อแม่ดุจริง ไม่ได้แกล้งขู่ให้ตัวเองหยุดพฤติกรรมเหล่านั้นเหมือนเมื่อก่อน

 

ที่มา: คู่มือสำหรับพ่อแม่ เพื่อเผยแพร่ความรู้ด้านพัฒนาการเด็ก

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ:

วิธีสร้างภูมิคุ้มกันให้ลูกน้อย แค่ปล่อยให้ลูกเล่นสกปรกจริงหรอ!

อยากให้ลูกฉลาด ความจำดี เรียนรู้เร็ว ออกกำลังกายสิแบบนี้สิ!

นิสัยของลูกคนโต คนกลาง คนเล็ก และลูกคนเดียว พี่น้อง นิสัย เหมือนหรือต่างกัน