ลูกชายต้องสอนให้อดทน ลูกสาวต้องสอนให้อ่อนโยน ยังจริงอยู่ไหม?!

lead image

ความเชื่อเก่าๆที่เข้าใจกันว่า มีลูกชายต้องสอนให้อดทน ห้ามมีน้ำตา มีลูกสาวต้องอบรมให้เป็นคนอ่อนโยน นุ่มนวลถึงจะเหมาะสมนั้น จะเป็นภูมิคุ้มกันที่เพียงพอให้ลูกเราอยู่รอดในสังคมปัจจุบันที่ดูเหมือนจะอยู่ยากขึ้นไปทุกวันรึเปล่าเชื่อว่าคุณแม่หลายคนคงมีคำถามในใจ

ลูกชายต้องสอนให้อดทน ลูกสาวต้องสอนให้อ่อนโยน 

เพราะโลกทุกวันนี้มันช่างโหดร้าย มีแง่มุมน่ากลัวมากมายแอบซ่อนอยู่ คุณแม่จึงกังวลว่าความเชื่อในการเลี้ยงลูกแบบสมัยเก่าๆยังจะเพียงพอให้ลูกเราอยู่รอดอย่างมีความสุขได้หรือไม่ เลี้ยงลูกชายต้องสอนให้อดทน เลี้ยงลูกสาวต้องสอนให้อ่อนโยน คำพูดนี้บอกได้เลยว่า มีทั้งส่วนจริงและไม่จริงค่ะ  ลูกชายต้องสอนให้อดทน ลูกสาวต้องสอนให้อ่อนโยน ยังจริงอยู่ไหม?!

src=https://th admin.theasianparent.com/wp content/uploads/sites/25/2017/08/girl.jpg ลูกชายต้องสอนให้อดทน ลูกสาวต้องสอนให้อ่อนโยน ยังจริงอยู่ไหม?!

 

ทำไมถึงจริง

เพศเป็นตัวบ่งชี้ความแข็งแรงตามธรรมชาติของคนอยู่แล้ว ค่านิยมที่สังคมคาดหวังจากผู้ชายให้ต้องเป็นฝ่ายอดทนเข้มแข็งกว่าผู้หญิงเป็นเรื่องที่เปลี่ยนกันยาก อีกอย่างความอดทนเป็นคุณสมบัติด้านดีพื้นฐานที่พ่อแม่ทุกคนควรปลูกฝังให้ลูกอยู่แล้วเพื่อให้เขาใช้ชีวิตอยู่ในสังคมร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีความสุข เพราะผู้ชายต้องเติบโตไปเป็นผู้นำ ครอบครัวในอนาคต ต้องพบเจอกับอุปสรรค์มากมายที่ถาโถมเข้ามาในชีวิต หากไม่สอนให้ลูกรู้จักอดทน ทั้งต่อความลำบาก ต่อความเจ็บป่วย หรือต่อความไม่สะดวกสบายต่างๆแล้วเขาจะเข้าใจความหมายและภูมิใจที่เเกิดมาเป็นลูกผู้ชายได้อย่างไร

ส่วนลูกผู้หญิงนอกจากสภาพร่างกายที่บอบบาง อ่อนแอกว่าผู้ชายแล้วสภาพจิตใจก็อ่อนโยนไม่แพ้กัน ค่านิยมทางสังคมก็คาดหวังให้ผู้หญิงควรต้องเป็นเพศที่อ่อนโยน เรียบร้อยถึงจะเป็นที่รักของคนในสังคม ซึ่งก็จริง ผู้หญิงที่มีความละเมียดละไม อ่อนโยนต่อทุกสิ่งรอบตัวดูเป็นคนที่น่าคบหา น่าอยู่ใกล้อยู่แล้ว ฉะนั้นการสอนให้ลูกชายอดทน สอนลูกสาวอ่อนโยนก็ยังคงใช้ได้ในสังคมปัจจุบัน

ทำไมถึงไม่จริง

เพราะคุณพ่อคุณแม่หลายคนยังคงมีความเข้าใจที่ผิดว่าการสอนลูกชายให้เป็นรู้จักความอดทน เข้มแข็งนั้นจำเป็นต้องให้เขาเรียนรู้กับความผิดหวัง เรียนรู้จากการถูกทำร้ายจิต ห้ามชมเพราะกลัวลูกเหลิง ห้ามกอดเพราะกลัวลูกชายจะอ่อนแอ ห้ามร้องไห้เพราะกลัวว่าลูกชายจะไม่เข้มแข็ง พยายามดูถูกเพื่อให้ลูกเกิดแรงฮึดลุกขึ้นมาตั้งหลังเองให้ได้ ซึ่งเป็นการกระทำที่ยิ่งส่งผลเสียต่อสภาพจิตใจของเด็กแทนที่จะกลายเป็นคนเข้มแข็งอดทน กลับเป็นการทำให้ลูกมีสภาพจิตใจที่อ่อนแอ หรืออันตรายร้ายแรงยิ่งกว่าคือ กลายเป็นคนจิตใจด้านชา มองการทำร้ายจิตใจผู้อื่นเป็นสิ่งที่ตัวเองสมควรทำ  หรือยอมรับไปโดยปริยายเมื่อตัวเองถูกทำร้ายจิตใจ อย่าลืมว่าเด็กก็ยังเป็นแค่เด็ก ตรรกะความเข้าใจชีวิตห่างชั้นกับผู้ใหญ่มากมาย เขาจะซึมซับและเรียนรู้จากสิ่งที่ผู้ใหญ่ปฏิบัติต่อเขา หากเราใส่แต่สิ่งที่คอยทำร้ายจิตใจ คอยบั่นทอนกำลังใจ แล้วลูกจะเติบมาเป็นคนเข้มแข็งอดทนได้อย่างไร หรือลูกสาวหากคอยแต่โอ๋ คอยปลอบกันอยู่ตลอดเวลา ให้รู้จักแต่ความอ่อนโยน ปลูกฝังความคิดที่ต้องคอยพึงพาอาศัยคนอื่นตลอดเวลาไม่รู้จักความอดทน ในวันที่คุณจากไปแล้วลูกจะอยู่อย่างไร

ต้องเลี้ยงลูกแบบไหนในยุคนี้ 

ทางที่ดีคุณพ่อคุณแม่ที่มีทั้งลูกสาวและลูกชาย หรือมีลูกเพศใดเพศหนึ่ง ควรสอนให้ลูกมีทั้งความอึด อดทน แข็งแกร่ง และความอ่อนโยน เข้าอกเข้าใจผู้อื่น มีความเห็นอกเห็นใจ รู้จักทั้งการให้และการรับ ให้เป็นลูกผู้ชายที่อดทนและมีความอ่อนโยนอยู่ในตัว และลูกสาวคนเก่งที่อ่อนโยนและอดทนกับทุกเรื่องที่ผ่านเข้ามาในชีวิตน่าจะดีกว่า เพราะไม่ว่าเป็นเพศไหน ลูกทุกคนต้องการความรัก ความเข้าใจ และสัมผัสแห่งการปลอบโยนจากพ่อแม่ไม่ต่างกัน ให้ความรัก ความเข้าใจ สอนลูกให้รู้จักความแตกต่างระหว่างเพศ และสอนให้รู้จักเคารพในการเป็นตัวตนของคนแต่ละคน กอดลูกบ่อยๆให้ความมั่นใจกับลูกว่าในวันที่เข้าถูกโลกภายนอกทำร้ายจนจิตใจบอบช้ำยัง ลูกยังคงมีอ้อมอกของพ่อแม่และครอบครัว มีพี่มีน้องที่จะคอยปลอบประโลม เป็นที่พักพึง และเยียวยารักษาจิตใจที่บาดเจ็บ ให้กลับมาเข้มแข็ง มีความอ่อนโยนแต่ไม่เคยอ่อน พร้อมสู้ฝ่าฟันกับปัญหาทุกอย่าง จะมีความอ่อนโยนต่อผู้คนรอบๆตัวมีจิตใจที่มั่นคงเข้มแข็งน่าจะเป็นทางออกที่ดีทึ่สุดว่าไหมคะ

บทความที่เกี่ยวข้อง

ถามลูกยัง โตขึ้นอยากเป็นอะไร สังเกต 10 แววโดดเด่นของลูก ต้นทุนสมองที่พ่อแม่สร้างให้ได้

10 เคล็ดลับเลี้ยงลูกให้ประสบความสำเร็จ

 

src=https://th admin.theasianparent.com/wp content/uploads/sites/25/2017/07/parenttownnewbanner.jpg ลูกชายต้องสอนให้อดทน ลูกสาวต้องสอนให้อ่อนโยน ยังจริงอยู่ไหม?!