ลูกชอบร้องงอแง งี่เง่า เอาแต่ใจ แก้ไขได้ด้วยวิธีนี้

lead image

เคยไหมที่อยู่ ลูกชอบร้องงอแง อารมณ์ร้าย ขึ้นมาเฉยๆ ในตอนเช้า ทั้งที่เมื่อก่อนไม่เคยเป็นแบบนี้ เพราะอะไรกัน ทำไมลูกน้อยถึงมีพฤติกรรมแบบนี้ ลูกเราผิดปกติหรือเปล่า

ลูกชอบร้องงอแง งี่เง่า เอาแต่ใจ แก้ไขได้ด้วยวิธีนี้

เด็กอายุ 2 ขวบ มักจะมีอารมณ์เกรี้ยวกราดกับพ่อแม่ เพราะอะไรกัน ทำไมเด็กๆ วัยนี้ถึงชอบอารมณ์เสีย ทำไม่ถึงหันมาใช้การแสดงความรุนแรง เพราะอะไรกันลูกน้อยต้องโกรธมาก และกลายเป็นเด็กไม่มีเหตุผล และทำไมถึงหยุดห้ามปรามลูกไม่ได้ มันเกิดอะไรขึ้น ลูกชอบร้องงอแง มีวิธีรับมือยังไง

 

พ่อแม่คนไหนเคยเป็นกันบ้าง ที่ลูกมักจะงี่เง่าในทุกๆ เช้าไม่ทราบสาเหตุ จากที่เมื่อก่อนเป็นเด็กน่ารัก แต่พอตอนนี้เป็นเด็กเจ้าอารมณ์ จริงๆ แล้ว เด็กทุกคนต้องการเรียกร้องความสนใจจากพ่อแม่ เขาต้องการความรัก การดูแลเอาใจใส่อยู่ตลอดเวลา เพราะมันเป็นสิ่งที่ธรรมชาติสร้างขึ้นมา ในมุมมองของพ่อแม่ มักจะคิดเสมอว่าเราให้ความรักกับลูกเพียงพอแล้วในแต่ละวัน แต่ความเป็นจริงลูกน้อยอาจต้องการมากกว่านั้น เขาจึงแสดงพฤติกรรมนี้ขึ้นมา

 

ลูกชอบร้องงอแง

 

สิ่งสำคัญเมื่อพ่อแม่ต้องรับมือกับอารมณ์ลูกเช่นนี้ในทุกๆ เช้า คุณควรอุ้มลูกขึ้นมากอด อาจจะจุ๊บที่แก้มเบาๆ หรือจูบบนหน้าผาก ให้เขาได้สัมผัสความรักผ่านทางร่างกาย มากกว่าคำพูดแค่เพียงว่ารักลูกอย่างเดียว สิ่งนี่แหละที่จะทำให้หนูน้อยวัยนี้ยิ้มอย่างอารมณ์ดี

พยายามหาเวลาอยู่กับลูกให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ อย่ามัวแต่ยุ่งกับงานมากเป็นไป เพราะมันเป็นตัวขัดขวางไม่ให้คุณกับลูกได้ใกล้ชิดกัน สำหรับพ่อแม่บางคนต้องยอมรับว่าการงานที่รัดตัวมันเป็นหน้าที่ไม่สามารถที่จะปฎิเสธได้ แต่นั่นแหละคุณควรจะจัดสรรเวลาให้ดีเพื่อไม่ให้ความสัมพันธ์กับลูกต้องแยกห่างออกจากกันไปเรื่อยๆ

 

ลูกชอบร้องงอแง

 

วิธีจัดการกับเจ้าตัวยุ่ง

1. คอยสอดส่องดูว่าลูกน้อยเข้านอนเป็นเวลาหรือไม่ เนื่องจากเด็กวัยนี้จำเป็นต้องนอนพักผ่อนวันละ 1-2 ครั้ง วันละ 12-14 ชั่วโมง ถึงจะเพียงพอ

2. อย่าพูดกับลูกว่า "แม่ต้องรีบออกไปทำงาน รีบตื่นได้แล้ว หรือแม่แต่งไปแต่งตัว ลูกรีบกินหน่อยได้ไหม" ประโยคเหล่านี้เป็นเหมือนคำสั่ง ไม่มีใครชอบไม่ว่าจะเด็กหรือผู้ใหญ่ บางครั้งต้องปล่อยมันไปแล้วลองพูดแบบอื่นดีกว่า

3. ในทุกๆ เช้า ใช้เวลา 15-20 นาที ในการเข้าไปกอด ไปจูบลูก ไปแสดงความรัก เพื่อให้เขารู้ว่าคุณยังสนใจเขาอยู่ พร้อมกับลองหากิจกรรมเล็กๆ ให้ลูกได้ยิ้ม ได้หัวเราะ เช่น การจั๊กจี๊ หรือการเล่นจ๊ะเอ๋ เป็นต้น

4. พ่อแม่อย่าพูดหรือถามมากเกินไป และไม่ควรเสนอทางเลือกกับลูกเอยะๆ เช่น เช้านี้จะทานอาหารไรดี ขนมปัง แซนวิซ หรือผลไม้ หรือ วันนี้ลูกจะใส่เสื้อผ้าตัวไหนดี ใส่เสื้อสีฟ้า สีแดง สีชมพู หรือสีเหลือง เพราะการมีตัวเลือกให้ลูกมากๆ เด็กจะอารมณ์ไม่ดี ทางที่ดีพ่อแม่ควรจัดเตรียมข้าวของเหล่านี้ตั้งแต่ตอนกลางคืน ถามลูกเลยว่าพรุ่งนี้จะกินอะไร ใส่เสื้อตัวไหน รวมถึงจัดการเรื่องอื่นๆ ไปด้วย

5. เชื่อว่าเรื่องแบบนี้มันจะผ่านไป ถึงแม้มันจะยยากก็ตาม เพราะพ่อแม่ยังไงก็กังวล กลัวว่าลูกน้อยมีนิสัยที่เปลี่ยนไป กลัวเป็นเด็กก้าวร้าว และดื้อดึงไร้เหตุผล แต่เชื่อเถอะเพียงแค่พ่อแม่หันมาใส่ใจลูกเพิ่มขึ้น เข้าไปกอด แสดงความรัก และยิ้มให้ลูก ช่วงเวลาพวกนี้ก็จะผ่านไปได้ด้วยดี

 

การเลี้ยงดูลูกไม่ใช่เรื่องง่าย และก็ไม่สามารถใช้วิธีนี้ได้กับทุกคน ขอเพียงพ่อแม่ลองนำไปปรับใช้กับลูกและคอยสังเกตว่าวิธีการแบบไหนที่จะช่วยคุณให้สามรถจัดการปัญหาของลูกได้ เอาใจช่วยพ่อแม่ทุกคนนะคะ

 

ที่มา: essentialbaby

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ:

เล่นจ๊ะเอ๋กับลูก 2 ขวบปีแรก ฝึกการจดจำข้อมูล กระตุ้นการสื่อสาร ฉลาดแต่เล็ก

พัฒนาการลูกวัย 2 ขวบ เด็กวัยเตาะเตะต้องเรียนรู้อะไรบ้าง